MGR Online - เลขา ป.ป.ท. เข้าหารือ ป.ป.ส. เตรียมดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงเกี่ยวข้องยาเสพติดในพื้นที่ ย้ำผู้ปฏิบัติการทำผิด ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้
วันนี้ (18 มี.ค.) เวลา 10.30 น. ณ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้าหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เพื่อยกระดับความร่วมมือในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง
นายภูมิวิศาล เปิดเผยภายหลังการหารือ ว่า รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะการเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเสพ การร่วมขบวนการ หรือการค้ายาเสพติด ซึ่งได้มีการจำแนกข้อมูลในระดับหนึ่งแล้ว ที่ผ่านมาการดำเนินคดีมักมุ่งไปที่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ขณะที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงจะปฏิเสธความรับผิดชอบ
นายภูมิวิศาล เผยว่า จากนี้ไปจะมีการยกระดับการตรวจสอบ โดยผู้บังคับบัญชาจะไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้อีก หากพบว่าผู้ใต้บังคับบัญชากระทำความผิด จะต้องชี้แจงให้ได้ว่าไม่มีการละเลยหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อ้างว่าผู้ใต้บังคับบัญชาไปกระทำการเองไม่ได้ พร้อมย้ำว่าผู้บังคับบัญชามีหน้าที่โดยตรงในการกำกับดูแลในพื้นที่รับผิดชอบ แต่หากปล่อยปละละเลยย่อมต้องถูกพิจารณาไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้เช่นกัน
นายภูมิวิศาล กล่าวย้ำว่า หลังจากนี้หากพบข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดผู้บังคับบัญชาระดับสูง ต้องรับผิดชอบร่วมด้วยไปจนถึงการถูกโยกย้าย ทั้งนี้ การหารือจะเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งก่อนหน้านี้มีการทำงานร่วมกันในระดับปฏิบัติอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้เป็นการหารืออย่างเป็นทางการ เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันอย่างชัดเจน และบังคับใช้กฎหมายได้เลยตั้งแต่วันนี้
"นอกจากนี้ ได้มีการประสานงานกับ เลขาธิการ ป.ป.ง. ซึ่งติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ เพื่อหารือถึงการติดตามเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด โดยทั้ง 3 หน่วยงานพร้อมบูรณาการข้อมูลและดำเนินการเชิงรุกในการตรวจสอบ"
นายภูมิวิศาล เผยอีกว่า ที่ผ่านมาไม่ได้มีอุปสรรคด้านกฎหมายในการทำงานร่วมกัน แต่ขาดการบังคับใช้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชา ซึ่งจากนี้จะมีการนำกฎหมายที่มีอยู่มาบังคับใช้อย่างเคร่งครัด มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐภายใต้ระบบราชการ ไม่รวมถึงนักการเมือง โดยจะใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน กฎกระทรวง และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิดในทุกรูปแบบ
นายภูมิวิศาล กล่าวเสริมว่า ยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นนโยบายวาระเร่งด่วน การหารือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ “ขันน็อต” ให้แน่นขึ้นในพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์ยาเสพติดไม่ให้รุนแรง
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการดำเนินคดีหรือจะมีปฏิบัติการครั้งใหญ่ในเร็วๆ นี้ หรือไม่นั้น นายภูมิวิศาล ยอมรับว่า มีแผนดำเนินการอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ พร้อมระบุว่า การติดตามเส้นทางการเงินจะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญ โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายของ ปปง. ควบคู่ไปกับการปราบปรามของ ป.ป.ส. อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหายาเสพติดในระยะยาว จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในชุมชน และป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติดอีกต่อไป


