ตำรวจนครบาล สนธิกำลัง ป.ป.ส.กทม. เปิดแผนปฏิบัติการทลายซุ้มยาเสพติดหลังวัดรวก จับแก๊งหัวจ่าย 6 ราย ลักลอบผลิตธนบัตรปลอมมาใช้ ยึดปืนและยาเสพติดหลายรายการ
วันนี้ (13 ก.พ.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบด้านยาเสพติด พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7 พล.ต.ต. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผบก.น.8 พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น.7 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ดุสิต วาลีประโคน รอง ผบก.น.8 พ.ต.อ.อธิวัฒน์ นุชถาวร ผกก.สน.บางยี่ขัน พ.ต.อ.โชติช่วง รัศมีผกก.สส.บก.น.8 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น. สน.บางยี่ขัน กก.สส.บก.น.8 และ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เปิดแผนปฏิบัติการ ทลายซุ้มยาเสพติดหลังวัดรวก
จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 6 ราย 1.นายอำนาจ หรือบอส อายุ 22 ปี ถูกจับในข้อหา มีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและปลอมเงินตรา ธนบัตรปลอม 2.นายบารมี หรือเบีย อายุ 19 ปี ถูกจับในข้อหามีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.นางสาวสุชัญญา หรือเก๋ อายุ 47 ปี ถูกจับในข้อหามีไว้ในความครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนตามกฎหมายและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย 4.นายสมชาย อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาธนบุรี ที่ 246/2569 ลงวันที่ 2 มีนาคม 2569 ข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและไอซ์) โดยกระทำเพื่อการค้า โดยผิดกฎหมายและสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน 5.นายอนุสรณ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 127/2569 ข้อหาสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน (จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) โดยกระทำเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต” และแจ้งข้อหาเพิ่มเติมว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และ 6.นางสาวชาลิณี อ่อนนุ่ม ถูกจับกุมข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย
สามารถตรวจยึดของกลาง 1.อาวุธปืนเถื่อน 2 กระบอก 2.ธนบัตรปลอม ฉบับละ 1,000 บาท (รอการตัดขอบ) จำนวน 37 ฉบับ 3.เคตามีน จำนวน 6 ถุง น้ำหนักรวม 28 กรัม 4.ยาไอซ์ น้ำหนักรวม 134.74 กรัม 5.ยาบ้า 363 เม็ด 6.รถจักรยานยนต์ที่ขโมยมา จำนวน 1 คัน(อยู่ระหว่างตรวจสอบคืนเจ้าของ) และ 7.เงินสด จำนวน 34,610 บาท
ปฏิบััติการครั้งนี้สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ชุด ศอ.ปส.บช.น. สน.บางยี่ขันสนธิกำลังร่วมกับ ป.ป.ส.กทม. แกะรอยเครือข่ายค้ายารายใหญ่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี แต่กลับพบเซอร์ไพรส์ที่น่ากลัวกว่าเดิม เมื่อสืบทราบว่าแก๊งนี้ไม่ได้แค่ขายยานรก แต่ยังลักลอบผลิตเงินปลอมส่งต่อความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน จนสร้างความเดือดร้อนทั่วพื้นที่ฝั่งธนบุรี ข้อมูลสถิติ ในห้วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่าถูกหลอกใช้ธนบัตรปลอมมาซื้อของ ในพื้นที่ บก.น.7 จำนวนไม่ต่ำกว่า 5 คดี (สำรวจพบเยอะสุดพื้นที่ สน.บางยี่ขัน 3 คดี) และจากการสืบสวนในเบื้องต้นในแต่ละคดี พบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุล้วนเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน
จากแผนประทุษกรรมล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่่ผ่านมา คนร้ายกลุ่มนี้ทำทีติดต่อไปขอซื้อรถจักรยานยนต์จากผู้เสียหายที่โพสต์ขายในโลกโซเชียล ก่อนจะนัดพบเพื่อซื้อขายกันภายใน ซ.จรัญสนิทวงศ์ 45 และเมื่อเดินทางมาพบกัน คนร้ายทำทีเข้าไปซื้อขายในที่ที่มีแสงไฟสลัว ก่อนจะจ่ายเงินสดโดยใช้ธนบัตรปลอม ฉบับ 1,000 บาท จำนวน 54 ใบ มอบให้กับผู้เสียหาย เมื่อคนร้ายยื่นเงินปลอมให้กับผู้เสียหายแล้วก็จะรีบรับรถจากผู้เสียหายแล้วขับออกไปทันทีไม่รอให้ผู้เสียหายนับเงินให้เสร็จสิ้นก่อน ซึ่งในคราแรกผู้เสียหายยังไม่รู้ตัว แต่เมื่อได้นำธนบัตรปลอมนั้นไปซื้อสินค้าในร้านค้า 7-11 ก็พบว่า เป็นธนบัตรปลอม จึงได้นำของกลางเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางยี่ขันทันที ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบของกลางธนบัตรปลอมจำนวน 54 ฉบับ พบว่าแบงก์ปลอมชุดนี้เป็นงานตัดขอบเบี้ยว เนื้อกระดาษเรียบกริบ และไร้ลายน้ำ ความเนียนเทียบเท่าของจริงได้เพียง 70% เท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอที่จะหลอกตาคนในที่อับแสง
ต่อมากำลังเจ้าหน้าที่ชุด ศอ.ปส.บช.น. และ ฝ่ายสืบสวน สน.บางยี่ขัน เร่งสืบสวนแกะรอยจนพบว่า กลุ่มคนร้ายมีแผนประทุษกรรมคล้ายกองโจร มักมีการรวมตัวแจกอาวุธ ก่อนเคลื่อนทัพไปก่อเหตุ ผลุบโผล่ดั่งนินจาและออกล่าเพียงยามวิกาล ก่อนสลายหายเข้าไปในตรอกซอกซอยชุมชน จากต้นจนสุดสายในหลายคดีล้วนบรรจบที่บ้านลับหลังวัดรวก บริเวณท้าย ซ.จรัญสนิทวงศ์ 33 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นตรอกเล็กๆ ที่รถยนต์ไม่สามารถเข้าไปได้ เส้นทางลึกลับซับซ้อนคล้ายเขาวงกต และยังพบหลักฐานว่า เป็นที่เก็บอาวุธของซุ้มโจรนี้
หลังจากสืบสวนแน่ชัดแล้วพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน ขออนุมัติศาลออกหมายจับและหมายค้น บ้านลับแห่งนี้ทันทีและในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ร่วมกับ กก.สส.บก.น.8 สืบสวนขยายผลต่อเนื่องจนทราบถึงระดับหัวหน้าเครือข่ายและเซฟเฮ้าลับแหล่งแพร่กระจายยาเสพติด ภายในซอยอิสระภาพ 11 ไม่ไกลจากคลังแสงหลังวัดรวก จึงทำการขออนุมัติศาลเพื่อขอหมายค้นเพิ่มอีก 1 จุด
กระทั่งวันนี้ เวลา 07.00 น. พล.ต.ต.ธีรเดช สนธิกำลังร่วมกับ ปปส.กทม. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุด ศอ.ปส.บช.น. สน.บางยี่ขัน กก.สส.บก.น.8 และ ป.ป.ส. กว่า 100 นาย เข้าตรวจค้นจุดที่ 1 คลังแสงหลังวัดรวก โดยเจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลธนบุรีที่ ค.23/2569 ลงวันที่ 12 มี.ค. 69 บุกเข้าไปที่บ้านเลขที่ 431/26 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ผลการตรวจค้นพบธนบัตรปลอม ฉบับละ 1,000 บาท (รอการตัดขอบ) จำนวน 37 ฉบับ อาวุธปืนเถื่อน 2 กระบอก เคตามีน จำนวน 5 ถุง น้ำหนักรวม 23 กรัม ไอซ์ 1 ถุง และ รถจักรยานยนต์ที่ขโมยมา จำนวน 1 คัน จอดแอบอยู่ภายในบ้าน จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย
จุดที่ 2 เซฟเฮ้าส์ลับแหล่งปล่อยยา เจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลอาญาธนบุรีที่ ค.54/2569 ลงวันที่ 12 มี.ค. 69 บุกเข้าไปที่บ้านเลขที่ 675/5 ซ.อิสระภาพ 11 แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพฯ ผลการตรวจค้นพบ ของกลางยาบ้า 355 เม็ด ไอซ์น้ำหนักรวมถุงประมาณ 133.44 กรัม และเงินสด จำนวน 34,610 บาท จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ บชน. และ ป.ป.ส.ถือเป็นปฏิบัติการตามนโยบายเชิงรุกของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มคนร้ายเป็นต้นตอของธนบัตรปลอมฉบับ 1,000 บาท ที่แพร่ระบาดย่านฝั่งธนในห้วงเดือน ม.ค.-ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเดือดร้อนไปทั่วพื้นที่ พ่อค้าแม่ขายในพื้นที่ต้องขายของหลังขดหลังแข็ง แต่ต้องมาขาดทุนโดยไม่รู้ตัวเพราะเผลอทอนเงินให้จากธนบัตรปลอมเหล่านี้ ในส่วนของการสืบสวนคนร้ายกลุ่มนี้เกิดจากความทุ่มเทแรงกายแรงใจกว่าหลายวันของเจ้าหน้าที่ บชน. และ ป.ป.ส.กทม. จนทำให้สามารถพิสูจน์ทราบคนร้ายได้ทั้งหมด และยังสืบได้ไปถึง รังยาเสพติด อาวุธและผลิตธนบัตรเถื่อน ซึ่งหลบซ่อนอยู่ในชุมชนที่เส้นทางซับซ้อนเหมือนเขาวงกต ผมขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนฝั่งธนบุรี ขอให้ท่านรีบตรวจสอบธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ในกระเป๋าของท่าน หากพบว่าเป็นธนบัตรปลอม ขอให้รีบนำไปแจ้งความดำเนินคดี ห้ามนำออกใช้เป็นอันขาด


