กองปราบเปิดยุทธการ"ล่า ล้าง เงา" ลุยค้น 11 จุดใน จ.ตรัง-กระบี่-สุราษฎร์ธานี รวบ 2 อดีตตำรวจพร้อมสมุน รับงานนายทุนเงินกู้นอกระบบ อุ้มฆ่าพนักงานทวงหนี้หมกสวนปาล์ม แค้นยักยอกเงินไปใช้ส่วนตัว
วันนี้ (1 ก.พ.) เมื่อเวลา 07.00 น. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย รรท.ผกก.6 บก.ป. พ.ต.อ.ภัทรพล ปัทมวงศ์ ผกก.สสน.บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.6 บก.ป. และ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบ เปิดยุทธการ “ Zero Shadow: ล่า ล้าง เงา TAKEDOWN MAFIA เมืองตรัง ปิดคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ฆ่าโหดเขาจิงโจ้”
โดยกระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 10 จุด ในพื้นที่ จ.ตรัง ,กระบี่ และ สุราษฎร์ธานี จับกุม นายสุชาติ, นายเชิดศักดิ์, นายกิตติศักดิ์ และ นายจิรพงศ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวและเรียกค่าไถ่” พร้อมของกลาง สมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม, โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และชุดเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่าสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2568 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีผู้พบศพ นายสุรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนจำนวน 6 นัด ก่อนทิ้งศพอำพรางไว้บริเวณสวนปาล์มน้ำมัน ริมถนนเลียบเขาจิงโจ้ ต.ชัยบุรี อ.เมือง จ.พัทลุง ตรวจสอบภายในกระเป๋าสะพายของผู้ตาย พบจดหมายเขียนด้วยลายมือถึงแม่ มีใจความว่า "อยากกลับบ้านแล้วครับแม่ ช่วยลูกหน่อย... ขอให้ ใครก็ได้มาไถ่ชีวิตลูก" พร้อมบัญชีรายชื่อเงินกู้นอกระบบ เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่าสาเหตุการสังหารครั้งนี้น่าจะมาจากเรื่องขัดแย้งธุรกิจเงินกู้นอกระบบ
พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวว่าหลังพบศพเจ้าหน้าที่จึงเร่งสืบสวนขยายผลก่อนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสุรศักดิ์ เดิมทีทำงานเป็นกลุ่มพนักงานทวงหนี้ เก็บเงินให้กับกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบรายหนึ่งในพื้นที่ภาคใต้ แต่ภายหลังเกิดมีปัญหาขัดแย้งกับกลุ่มนายทุน จากเรื่องที่เจ้าตัวแอบยักยอกเงินลูกหนี้ไปใช้ส่วนตัว ไม่ยอมนำเงินต้นและดอกเบี้ยส่งให้นายทุน จึงทำให้ตัวนายทุนไม่พอใจ ว่าจ้างกลุ่มอดีตข้าราชการตำรวจที่ถูกให้ออกจากราชการและกลุ่มวัยรุ่นที่เคยมีคดีพัวพันยาเสพติด และ ซุ้มมือปืน มาก่อเหตุอุ้มลักพาตัวนายสุรศักดิ์ แล้วนำตัวมากักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ที่บ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ จ.ตรัง เพื่อจะเรียกเงินค่าไถ่จากครอบครัวเพื่อชดใช้ แต่เนื่องจากนายสุรศักดิ์ ไม่สามารถหาเงินมาใช้คืนได้ทันตามที่ตกลง ประกอบกับในช่วงระหว่างที่ถูกควบคุมตัวมีพฤติกรรมพยามจะหลบหนี จึงทำให้กลุ่มคนร้ายไม่พอใจตัดสินใจลงมือฆ่าทิ้งศพอำพรางริมสวนปาล์มดังกล่าว
พ.ต.อ.อนุสรณ์ กล่าวว่าจากแนวทางสืบสวนตำรวจ กก.6 บก.ป. ทราบว่า กลุ่มคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุอุ้มลักพาตัวและใช้อายิงผู้ตาย คือ นายสุชาติ, นายเชิดศักดิ์ นายกิตติศักดิ์ และ นายจิรพงศ์ ผู้ต้องหาทั้ง 4 รายนี้ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ ก่อนนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักบุคคลที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ก่อนนำกำลังจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 รายนี้ได้ดังกล่าว
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการจับกุมตัวผู้กระทำผิด และ เปิดโปงผู้ที่บงการหลบซ่อนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งหลังจากนี้จะเร่งดำเนินการขยายผลเพื่อนำตัวผู้มีอิทธิพล หรือ ผู้สั่งการ ที่หลบอยู่ในเงามืดมาลงโทษทางกฎหมายให้ได้
ต่อมาเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.6 บก.ป. สามารถทำการจับกุมตัว น.ส.อนันตยา หรือ เจ๊ภู่ เจ้าแม่เงินกู้นอกระบบรายใหญ่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 550/2569 ลง 28 ม.ค.69 ข้อหา “จ้างวานผู้อื่นกระทำความผิด ฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่, กรรโชกทรัพย์ ,หน่วงเหนี่ยวกักขังโดยใช้กำลังประทุษร้าย" ผู้ต้องหาคนสำคัญ และ เป็นผู้ต้องหาคนสุดท้ายของขบวนการได้สำเร็จ โดยสามารถจับกุมตัว น.ส.อนันตยา หรือ เจ๊ภู่ ได้ที่บ้านพักในพื้นที่ ม.7 ซอยบ้านเนินเขา ต.มะข้ามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี
โดยสาเหตุสำคัญที่นำมาสู่การขยายผลจับกุมตัว น.ส.อนันตยา หรือ เจ๊ภู่ เจ้าแม่เงินกู้รายนี้ เนื่องจากมีการตรวจพบหลักฐานสำคัญหลายอย่าง ที่บ่งชี้ว่า น.ส.อนันตยา หรือ เจ๊ภู่ คือ ผู้สั่งการหรือผู้ที่จ้างวานกลุ่มผู้ต้องหา 4 รายแรก ไปก่อเหตุอุ้มตัว นายสุรศักดิ์ ผู้ตาย ซึ่งเป็นอดีตพนักงานทวงหนี้ หรือ อดีตลูกจ้างของตัวเอง มากักขังหน่วงเหนี่ยวเพื่อเรียกค่าไถ่ก่อนฆ่าทิ้ง จึงนำมาสู่การรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับและไล่ล่าติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว


