xs
xsm
sm
md
lg

อดีตเมียร่ำไห้! ร้อง ผบ.ตร. แฉ "พ.ต.ท." พ่อยูบเบอร์ดัง พฤติกรรมฉาวทั้งนอกใจ บังคับทำแท้ง ไม่ส่งเสียเลี้ยงดูลูก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



อดีตภรรยาตำรวจยศ “พ.ต.ท.” พ่อยูทูบเบอร์ดัง ร้อง ผบ.ตร. ขอความเป็นธรรม แฉพฤติกรรมฉาวทั้งนอกใจ ใช้ปืนข่มขู่ ปฏิเสธบุตร บังคับทำแท้ง และไม่ส่งเสียเลี้ยงดู จนฝ่ายหญิงสูญเสียสิทธิพลเมืองเดนมาร์ก ชี้ ไม่เหมาะเป็นผู้พิทักษ์กฎหมาย เรียกร้องลงโทษวินัยร้ายแรงให้ออกจากราชการตำรวจ

วันนี้ (13 ม.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ หรือ ต้นอ้อ ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง ได้พาน.ส.สกุลณา หรือ ยุ้ย ยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้ลงโทษทางวินัยร้ายแรงนายตำรวจยศ “พ.ต.ท.” ตำแหน่งสารวัตรปราบปราม สังกัดตำรวจภูธรภาค 6

น.ส.สกุลณา เล่าทั้งน้ำตา ว่า เดิมที่ตนเป็นพลเมืองอยู่ที่ประเทศเดนมาร์ก โดยตนจะเดินทางไป-กลับจ.พิษณุโลก และประเทศเดนมาร์กอยู่เป็นประจำกระทั่งเมื่อช่วงประมาณปี 2562 ได้รู้จักกับนายตำรวจยศ “พ.ต.ท.” ตำแหน่งสารวัตรปราบปราม สังกัดตำรวจภูธรภาค 6 และในทุกครั้งที่เดินทางมายังจ.พิษณุโลก นายตำรวจคนนี้ก็จะมาเข้าหาพูดคุยมาตามจีบอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งเมื่อช่วงประมาณปี 2563 นายตำรวจคนดังกล่าวได้มีการพูดคุยกับตน โดยแสดงตัวว่าเป็นคนดีรักครอบครัว อีกทั้งยังมีการอวดลูกของตัวเองว่าเป็นอินฟลูเอนเซอร์คนดัง และมีความภาคภูมิใจในตัวลูกตัวเองเป็นอย่างมาก ซึ่งตอนนั้น ยอมรับว่าตนก็รู้สึกภาคภูมิใจในตัวลูกของนายตำรวจคนนี้ด้วย และเริ่มเปิดใจให้มากขึ้น

น.ส.สกุลณา กล่าวต่อไปว่า เมื่อช่วงประมาณปี 2564 นายตำรวจคนนี้ได้มาเล่าให้ฟังว่าภรรยาถูกรถสิบล้อทับเสียชีวิต พร้อมกับนั่งร้องไห้ต่อหน้าตน ตอนนั้นรู้สึกสงสารเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นฝ่ายชายก็พยายามเข้ามาพูดคุยและตามจีบเรื่อยๆ จนทำให้ตนเริ่มรู้สึกใจอ่อน ประกอบกับระยะเวลาที่ฝ่ายชายตามจีบนั้น เห็นว่าเป็นคนดี รักครอบครัว น่าจะดูแลตนได้ จึงตัดสินใจยอมคบหาเป็นแฟน ก่อนจะตัดสินใจตกลงแต่งงานกันที่จ.พิษณุโลก ในวันที่ 7 ส.ค.2565 ซึ่งในวันแต่งงานก็มีนายตำรวจผู้ใหญ่มาร่วมงานกันหลายคน และในขณะที่อยู่กินกัน ตนไม่เคยถูกใครมาต่อว่าแสดงความเป็นภรรยาของนายตำรวจ หรือถูกฟ้องเรื่องชู้แต่อย่างใด

ต่อมาตนก็ได้ตั้งท้องกับนายตำรวจ และด้วยความที่ตนเป็นพลเมืองของประเทศเดนมาร์ก จึงมีความตัดสินใจจะนำบุตรไปคลอดที่ประเทศเดนมาร์ก เนื่องจากเดนมาร์กมีสวัสดิการต่างๆ เกี่ยวกับบุตร แต่นายตำรวจอยากให้บุตรได้สวัสดิการของพ่อที่เป็นข้าราชการตำรวจ จึงไม่ยอมให้ไปคลอดลูกที่นั่น


หลังจากนั้น วันที่ 8 มี.ค.2566 ตนและนายตำรวจก็ตัดสินใจไปจดทะเบียนสมรสกันที่อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก โดยการจดทะเบียนสมรสนั้น ตนไม่ได้ดำเนินการใดๆ มีเพียงนายตำรวจ เป็นคนดำเนินการให้ และหาพยานมาเซ็นรับรองให้ทั้งสิ้น จนกระทั่งวันที่ 7 เม.ย.2566 ตนได้คลอดบุตรสาว และมีความคาดหวังว่านายตำรวจจะดูแลดี รักครอบครัวเสมอต้นเสมอปลายเหมือนตอนจีบกันใหม่ๆ แต่หลังจากที่คลอดบุตร นายตำรวจกลับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่สนใจดูแลลูก และมีพฤติกรรมรุนแรงถึงขั้นใช้ปืนจ่อหัวเวลาที่มีเรื่องทะเลาะกับตน หลังจากนั้นก็เริ่มมีบุคคลอื่นพูดถึงว่า นายตำรวจมีผู้หญิงคนอื่น เริ่มนอกใจ มีการโกหกในหลายๆ เรื่อง แต่ไม่ได้สนใจ เพราะต้องเลี้ยงดูลูกคนเดียวตลอดเวลา

จนกระทั่งเมื่อช่วงปลายเดือนเม.ย.2568 มีคนพบเห็นนายตำรวจอยู่ผู้หญิงคนอื่น พร้อมกับมีการได้ส่งคลิปวิดีโอมาให้ตนดู และถามกับตนว่า “เลิกกันแล้วหรอ เห็นอยู่กับผู้หญิงคนอื่น” ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เริ่มมีความไม่สบายใจ และเริ่มคิดมาก จึงไปสืบดูว่าผู้หญิงดังกล่าวที่เข้ามายุ่งกับนายตำรวจเป็นใคร ก่อนจะมีคนรู้จักเริ่มส่งข้อมูลแอปพลิเคชั่น Facebook ของผู้หญิงคนดังกล่าวมาให้ หลังจากนั้นช่วงเดือน พ.ค. ผู้หญิงคนดังกล่าวได้มีการอัพ stories แอปพลิเคชั่น Facebook ซึ่งใน stories นั้นมีการถ่ายรูปหน้าผู้หญิงพิงอยู่ติดกับเสื้อนายตำรวจ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นจึงทำให้ตนรู้สึกขาดความเชื่อใจ และความไม่มั่นใจกับผู้ชายคนนี้

จากนั้นตนก็พยามหาข้อมูลของผู้หญิงคนดังกล่าวเรื่อยๆ จนรู้ว่าผู้หญิงที่มาเกี่ยวข้องกับนายตำรวจขับรถมัสแตงสีแดง จึงเริ่มมีความสงสัย เนื่องจากรถคันดังกล่าวได้ขับผ่านหน้าบ้านตนเป็นประจำ จึงทำให้คาดการณ์ว่ารถคันดังกล่าวต้องขับมาส่งนายตำรวจแน่ๆ แต่ก็ยังไม่สามารถจับได้ต่อหน้าต่อตา อยู่มาวันหนึ่งตนสังเกตเห็นว่า stories Facebook ของหญิงคนดังกล่าวได้มีการอัพโลเคชั่น ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านอาหารที่สามีของตนมักชอบไปนั่งกิน ตนจึงตัดสินใจตามไปที่ร้านอาหารดังกล่าว และเห็นว่าสามีของตนกำลังนั่งรับประทานอาหารกับผู้หญิงคนดังกล่าวจริง ด้วยท่าทีที่มีความสนิทสนมเกินกว่าเพื่อน ซึ่งเหตุการณ์ขณะนั้น ยอมรับว่ารู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก และได้เดินเข้าไปหาสามีพร้อมกับลูกน้อย ก่อนที่จะมีปากเสียงกัน และมีเหตุการณ์ชุลมุนเกิดขึ้น แต่นายตำรวจกลับเลือกที่จะปกป้องผู้หญิงคนดังกล่าว แทนที่จะปกป้องตนกับลูก ตนจึงตัดสินใจขอหย่า

ต่อมาเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2568 เป็นการนัดหย่ากันครั้งแรก และได้มีการทำบันทึกข้อตกลง แต่ฝ่ายชายไม่ยอมหย่า จากนั้นเมื่อวันที่ 20 พ.ค.2568 มีการนัดหย่ากันครั้งที่ 2 ฝ่ายชายก็ไม่ยอมที่จะหย่าเช่นเดิม จนกระทั่งวันที่ 16 มิ.ย.2568 มีการนัดหย่าครั้งที่ 3 โดยครั้งนี้ฝ่ายชายยอมที่จะหย่ากับตน โดยมีการทำบันทึกข้อตกลงหลังการหย่า ซึ่งอำนาจปกครองลูกให้ฝ่ายหญิงเป็นผู้ดูแลฝ่ายเดียว และยกทรัพย์สิน ซึ่งเป็นรถเบนซ์ ให้ฝ่ายหญิง นอกจากนี้ฝ่ายชายจะต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรเดือนละ 45,000 บาท ซึ่งต้องจ่ายทุกวันที่ 2 ของเดือน จนกว่าบุตรจะจบปริญญาตรี ค่าใช้จ่ายๆ อื่นเกี่ยวกับสุขภาพของบุตร ฝ่ายชายจะเป็นผู้จ่าย 

จนวันที่ 4 ก.ค.2568 ตนเริ่มมีอาการผิดปกติของร่างกาย จึงไปตรวจร่างกาย ปรากฏว่าตนได้ตั้งท้อง 9 สัปดาห์ หรือ ประมาณ 2 เดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่อยู่ในระหว่างมีทะเบียนสมรส โดยตลอดเวลาที่ผ่านมาตนยืนยันว่ามีความสัมพันธ์กับนายตำรวจเพียงแค่คนเดียว จึงตัดสินใจทักข้อความไปหานายตำรวจเพื่อบอกว่าตั้งท้อง และจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่กลับถูกปฏิเสธและให้เหตุผลว่าเลี้ยงไม่ไหว ไม่สามารถดูแลได้ จึงให้ตนไปทำแท้งแบบถูกกฎหมาย พร้อมกับมีการส่งโลเคชั่นสถานที่ทำแท้งมาให้ตน แต่ตนไม่กล้าที่จะดำเนินการทำแท้ง เพราะเป็นห่วงชีวิต และเสียความรู้สึก ลูกทั้งคนไม่มีใครรับผิดชอบเลย

เมื่อช่วงกลางเดือน ก.ค.2568 ตนได้เดินทางกลับประเทศเดนมาร์ก โดยตั้งใจว่าจะคลอดบุตรลูกคน 2 ที่ประเทศเดนมาร์ก แต่เริ่มมีอาการผิดปกติทางร่างกาย จนวันที่ 14 ก.ค.2568 ตนตัดสินใจไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลประเทศเดนมาร์ก และพบว่าติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยหมอที่โรงพยาบาลประเทศเดนมาร์กได้ให้ยาที่เกี่ยวกับการรักษาโรคดังกล่าวมาให้ ซึ่งยานี้หมอแจ้งว่าจะมีมีผลกระทบต่อลูกในท้อง แต่ถ้าหากไม่ทานยาอาการก็จะแย่ลงเรื่อยๆ และอันตรายต่อลูกในท้องเช่นเดียวกัน จึงทำให้ตนจำเป็นต้องรักษาอาการดังกล่าว และกินยารักษาเรื่อยมา ก่อนที่จะเดินทางกลับประเทศไทย จนวันที่ 22 ส.ค.2568 ตนมีอาการตกเลือด จึงตัดสินใจไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล มหาวิทยาลัยนเรศวร ปรากฎว่าได้เกิดอาการภาวะแท้งลูก สาเหตุมาจากยาดังกล่าวที่ใช้ 

ทั้งนี้ ระยะหลังๆ นายตำรวจเริ่มไม่ได้มีการส่งเงินมาเลี้ยงดูบุตรคนแรก โดยก่อนหน้านี้นายตำรวจได้มีการทำสัญญาตกลงกับตนว่าจะจ่ายเงินให้จำนวน 2 ล้านบาท เป็นค่าเลี้ยงดูบุตร แต่ตนกลับได้เงินมาเพียง 500,000 บาท หลังจากนั้นก็ไม่มีการจ่ายเงินใดๆ เพิ่มเติมอีก

หลังจากนั้นวันที่ 5 ม.ค.2569 ตนได้นำรถเบนซ์ไปซ่อม เนื่องจากรถมีปัญหาและได้ถูกนายตำรวจขโมยรถยนต์คันดังกล่าวไป โดยได้มีการแจ้งความเอาไว้ สุดท้ายนี้อยากให้ทุกคนได้เห็นพฤติกรรมของผู้ชายคนดังกล่าวว่าไม่เหมาะสมและควรออกจากราชการตำรวจ

ด้านน.ส.ชลิดา กล่าวว่า สำหรับพฤติกรรมของผู้ชายที่ชอบหลอกผู้หญิงมาแล้ว 5 คน โดยแต่ละคน เป็นเหยื่อไม่ได้รับรู้มาก่อน เพราะผู้ชายเป็นคนเดียว ที่ปั่นหัวให้เหยื่อทะเลาะกันเอง ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับข้าราชการตำรวจที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย มีทั้งการเอาชื่อลูกชายที่เป็นยูทูบเบอร์ชื่อดังมีผู้ติดตามมากกว่า 10 ล้านคน มากล่าวอ้างให้ดูน่าเชื่อถือ อีกทั้งทำให้ผู้หญิงเสียสิทธิการเป็นพลเมืองที่ประเทศเดนมาร์ก เพราะต้องตัดสินใจมาสร้างครอบครัวกับคนที่หวังจะพึ่งพาให้เป็นหัวหน้าครอบครัว
กำลังโหลดความคิดเห็น