xs
xsm
sm
md
lg

"พ.ต.อ.ภาคภูมิ" แฉถูกไอโอบุกถล่มครอบครัว-ใช้อินฟลูฯ ป้ายสีหลังออกมาเปิดโปง "บิ๊กโจ๊ก"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



"พ.ต.อ.ภาคภูมิ" เผยถูกไอโอบุกด่าพ่อ-แม่-ธุรกิจ-ครอบครัว ใช้อินฟลูฯ ใส่ร้ายป้ายสีหลังออกมาเปิดโปง "บิ๊กโจ๊ก" ติดสินบน ป.ป.ช. ย้ำกลับเข้าตำรวจไม่อยู่ในหัวแล้วยอมรับถูกใช้ในฐานะลูกน้องก็ต้องยอมทั้ง ที่รู้ว่ามันผิด

วันนี้ ( 6 ม.ค.) พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตลูกน้องคนสนิทพล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร.ที่ถูกกล่าวหาติดสินบนเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ด้วยทองคำแท่งน้ำหนักรวม 246 บาท เพื่อวิ่งเต้นช่วยเหลือคดีที่อยู่ระหว่างการไต่สวนกล่าวถึงกรณีที่ออกมาเปิดโปงเรื่องดังกล่าวว่า ตอนนี้มีความชัดเจนมากขึ้น และ สิ่งที่ตนพูดมามันได้รับการรับรองจากกระบวนการตรวจสอบของตำรวจ และ บางอย่างตนก็เพิ่งรับทราบจากการแถลงข่าวคือ รถของกรรมการ ป.ป.ช. เป็นรถประจำตำแหน่ง และที่มาของทองคำ ที่มันเชื่อมโยงกับวันที่ตนนำทองไปให้กับกรรมการ ป.ป.ช. อย่างน้อยหลักฐานที่เราให้ตำรวจไปไม่ใช่เรื่องเท็จเพราะทุกอย่างมันสอดคล้องกัน และยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะกลั่นแกล้งใครหรือทำร้ายใคร แต่ต้องการให้ข้อเท็จจริงปรากฏเพื่อความเป็นธรรมกับทุกคน

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้คุยกับลูกน้องคนสนิทคนอื่นของบิ๊กโจ๊กหรือไม่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวว่า ก็พอได้คุยอยู่บ้าง และได้บอกว่า เหมือนเราอยู่ในกรง ต่างคนก็อยู่ในกรง อยู่ในเงื่อนไขของแต่ละคน บางคนถูกขังในกรงของความกลัว บางคนถูกขังในกรงของบุญคุณ วันนี้ตนได้เปิดประตูกรงให้กับทุกคนแล้ว ที่เหลือก็ต้องก้าวออกมาเอง ตนไม่มีหน้าที่ไปอุ้มหรือไปจูงใครออกมา อยู่ที่ตัวเขาจะกล้าออกมาหรือไม่ แต่ก็ยังมีบางคนที่ไม่กล้าเดินออกมาอาจจะด้วยความกลัวหรือเงื่อนไขบางอย่างในใจซึ่งตนก็ไม่ทราบ แต่ถ้าไม่ออกมาก็จะถูกกระทำอย่างนั้นอยู่ ส่วนกรณี พ.ต.อ.นำเกียรติ ตนเองก็รู้สึกเห็นใจ แล้วขอยืนยันว่าพี่นำเกียรติเป็นคนดี ซึ่งก็เป็นเงื่อนไขเดียวกันกับน้อง ๆ อยู่ที่ตัวพี่ ก็หวังว่า พี่จะให้รักษาเกียรติยศและศักดิ์ศรี

เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่ที่เป็นผู้กล่าวหานำคลิปหลักฐานมาให้ตำรวจแต่อาจจะต้องถูกดำเนินคดีด้วย พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวว่า ยินดีตั้งแต่วันแรก ตนเองรู้กฎหมายดีที่นำหลักฐานไปให้ตำรวจเปิดเผยออกมานั้นมีสิทธิ์ที่ตกเป็นผู้ต้องหา หรือผลกระทบทางด้านสังคม ความรู้สึกครอบครัว แต่เป็นสิ่งที่ตนเตรียมใจไว้อยู่แล้ว ตั้งใจและเตรียมใจยอมรับไม่ได้มีอะไรมาต่อรองว่าจะขอกลับเข้าราชการไม่ได้อยู่ในความคิดเลยไม่เคยไปเรียกร้องหรือดิ้นรนเพื่อขอกลับเข้ารับราชการ ยอมรับรู้สึกเอือมแล้วกับสิ่งที่เจอ กับสิ่งที่ทำมาทั้งชีวิตแต่กลับต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้

เมื่อถามว่าหมดศรัทธาในตัวเองหรือไม่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ บอกว่าก่อนที่ตนจะมาอยู่กับบิ๊กโจ๊ก ตนก็ทำงานของตนเองมา แต่พอมาอยู่กลับเจอเหตุการณ์แบบนี้ ตนมีศักดิ์ศรีมีชื่อเสียงมาก่อน แต่ที่ผ่านมาพอมันเกิดเรื่องแบบนี้ มันได้รับผลกระทบหลายอย่าง เหมือนกับว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เราเคยมีมา เคยสร้างมามันก็สูญสลายพังทลายไปหมด ยอมรับที่ผ่านมาถูกใช้ในฐานะที่เราเป็นลูกน้อง ก็ต้องยอมให้ใช้ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันผิด ทำไปภายใต้ภาวะสภาพบังคับ ไม่ทำก็ไม่ได้

พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวอีกว่าส่วนที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. บอกว่าพ่อของตนโกรธและโมโหจนถึงขั้นโทรไปว่าบิ๊กโจ๊ก นั้นเรื่องเกิดมาจากคลิปที่เขาไปพบกับท่านมูฮัมหมัดนอร์ มะทา มีการไปข่มขู่ เรื่องที่มันไม่ถูกต้อง และมีการจัดฉากขึ้นมาให้เขาไปเจอกันแล้วก็บันทึกภาพ บันทึกเสียง มันไม่ถูกต้อง เจตนามันไม่บริสุทธิ์ ตั้งแต่ตอนนั้น ตนเองก็แยกตัวออกมาและเล่าให้คุณพ่อฟัง คุณพ่อก็อาจจะไม่พอใจ และตีตัวออกห่างมาตั้งแต่ช่วงมกราคมปี 2568 รวมถึงมีการทำบัตรสนเท่ห์ ไปร้องเรียนให้ท่านได้รับความเสียหาย กระบวนการเหล่านี้ เราเห็นเรารับรู้และเราไม่อยากขอยุ่ง ส่วนที่เมื่อวานนี้ตนไป ป.ป.ช. ไปเพื่อคัดค้าน กรรมการ ป.ป.ช. ท่านหนึ่ง ไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับสำนวน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการไต่สวน รวมถึงได้ไปขอคุ้มครองพยาน เนื่องจากที่ผ่านมาก็มีไอโอไปถล่มชีวิต ทั้งร้านกาแฟ และชีวิตครอบครัว

พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวด้วยว่าส่วนเรื่องทอง เกิดขึ้นในเดือนกันยายนปี 2567 เขาบอกว่า เดี๋ยวจะให้เอาทองไปให้กรรมการ ปปช.ท่านนึง แต่ตอนนั้นเขายังไม่ได้บอกให้เอาไปให้ใคร ผมก็ปรึกษากับครอบครัว ก็มองว่ามันเอ๊ะ และทางเราก็ควรจะต้องเก็บพยานหลักฐานเอาไว้ เพราะสงสัยแต่แรกว่า เมื่อคุณรู้จักกัน คุณนัดเจอกันก็ได้ แต่ทำไมคุณไม่ส่งมอบกันเองแล้วต้องเงียบไป ทำไมจะต้องให้ตนนําทองไปให้และให้บันทึกภาพเก็บไว้ กรรมการ ปปช.ท่านนั้น ตนก็ไม่รู้จัก แต่การที่สั่งให้ไปพบกับท่านกรรมการป.ป.ช. มันต้องมีคนประสานงานกันระหว่างกรรมการ ป.ป.ช. ท่านนั้นกับคนที่เป็นเจ้าของทองคำ เมื่อตนไปถึง ก็เดินลงไปปุ๊บก็ลดกระจกลง ยกมือไหว้สวัสดี ส่งกระเป๋าให้ ไม่มีการพูดอะไรกันเลย ซึ่งถ้าไม่มีการนัดหมายให้มาเจอกันทำไมถึงลดกระจกทันทีที่ตนไปถึง

เมื่อถามว่าในรถคันดังกล่าวนั่งมากี่คน พ.ต.อ.ภาคภูมิบอกว่า ตนมองไม่เห็นขนาดนั้น เห็นแค่ 2 คน ส่วนฝั่งของตนที่ไปวันนั้นก็มีตนที่เป็นคนลงนำทองไปให้ คนขับรถ และ คนที่ถ่ายคลิป แต่จะมีอีกชุดนึงที่ขับรถติดตามตนไปในวันนั้น ที่เป็นประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุ

พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยังบอกอีกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางกรรมการ ป.ป.ช จะถูกหักหลังเป็นคนแรก เพราะเขาให้ให้มอบทองให้แล้วบันทึกภาพเก็บไว้เพื่อข่มขู่แบล็กเมลส่วนคนที่ถูกหักหลังคนที่สองก็คือตน เขาพยายามให้ตนไปรับทองคำ เพื่อสร้างพยานหลักฐานขึ้นมาว่าเป็นทองของตน มันมีการหักหลังกันมาก่อนแล้ว ตัวที่สำคัญคือตนถูกหักหลังก่อนนะ

พร้อมคาดการณ์การว่า อีกฝ่ายจะไม่หยุดเพียงแค่นี้ และจะพยายามทำลายความน่าเชื่อถือของตน จะมีการแจ้งความเท็จและเรื่องอื่น ๆ ตามมาอีกมาก ไม่โกรธการต่อสู้ของอีกฝ่าย แต่ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย

"หลังเกิดเรื่องก็มีกลุ่มไอโอออกมาถล่มคุณพ่อคุณแม่ ลามไปถึงลูกเมียทำให้ได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังมีการข่มขู่ไปถึงลูกน้องของบิ๊กโจ๊กคนอื่น ๆ ว่า หากคนที่เหลือยังไม่หยุด ก็จะต้องโดนแบบนี้ อีกทั้งยังมีการใช้อินฟลูเอนเซอร์ที่อยู่ต่างประเทศออกมาด่าและให้ข้อมูลบิดเบือนตลอดเวลา ผมองว่าการข่มขู่เหล่านี้เป็นการข่มขู่ผู้อื่นให้เห็นว่าหากใครออกมาพูดจะต้องโดนแบบเดียวกัน ไม่แปลกใจกับการกระทำเหล่านี้ เพราะรู้ถึงวิธีการและตัวละครที่เกี่ยวข้อง วิธีการเหล่านี้เคยถูกใช้กับคนทำเรื่องร้องเรียนหลายคน รวมถึงหนึ่งในคณะกรรมการ ป.ป.ช. และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร."พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามย้ำว่ามีการข่มขู่ทำร้ายร่างกายไปถึงตัวของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ และ ลูกน้องของบิ๊กโจ๊กคนอื่น ๆ หรือไม่พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวว่ามีน้อง ๆ บางคนมีการส่งคนตามไปที่บ้าน และถูกโทรศัพท์หา แต่น้อง ๆ เหล่านี้ได้รับการดูแลคุ้มครองแล้วในปัจจุบัน


กำลังโหลดความคิดเห็น