xs
xsm
sm
md
lg

ซีรี่ญี่ปุ่นสะท้อนไทย

เผยแพร่:   โดย: พระบาท นามเมือง

สำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ออกหนังสือเล่มเล็กๆ ขนาดพ็อกเก็ตบุ๊ค หัวเรื่องทันสมัยทีเดียวเลยครับ

ผมเข้าใจว่าหาซื้อมาอ่านตามร้านหนังสือได้แล้ว

ผู้เขียนก็น่าจะเป็นที่คุ้นเคยกันดี

คุณต่อพงษ์ เศวตามร์ ซึ่งนานๆ จะวางมือจากที่เคยเขียนเรื่องอื้อฉาวหรือพวกคาวๆ ของบรรดาสาวๆ คราวนี้มาเขียนเรื่องผู้ชายที่เป็นถึงนายกรัฐมนตรีครับ

ความจริงสิ่งที่คุณต่อพงษ์เขียนนี้ก็ได้ไอเดียจากภาพยนตร์ชุดของญี่ปุ่นเรื่อง Change

แต่บังเอิญไทยได้นายกฯ รูปหล่อชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ทำให้การเมืองบ้านเราน่าดูขึ้นเยอะ

ใน Change นั้น นายกฯ ชื่อ อาซากุระ เคตะนะ

คุณต่อพงษ์ ตั้งประเด็นน่าสนใจว่า 2 คนนี้ใครมีการตัดสินใจได้เนียนหรือแน่กว่ากัน

ความจริงเรื่อง “Change” หรือการเปลี่ยนแปลงนั้น คนที่ทำให้ “ติดปาก” ก็คือประธานาธิบดีโอบามาของอเมริกา

สำหรับประเทศเรานั้น แม้จะเปลี่ยนไปมาก แต่โดยเนื้อหาหลักๆ มันก็อีหรอบเดิมคือ “น้ำเน่า-ประการหลังนี่คุณต่อพงษ์ไม่ได้เขียน ผมว่าของผมเอง

การที่คุณต่อพงษ์นำเรื่องราวจากซีรี่ในภาพยนตร์ญี่ปุ่นซึ่งก็เป็น “การเมือง” มาเปรียบเทียบกับ “การเมือง” ของเรา ก็บอกให้เรารู้ว่า บางอย่างมันมีอะไรที่น่าสนใจ

โดยบางอย่างนายกฯ อาซากุระของญี่ปุ่นได้ใช้นโยบายประชานิยมก็แบบทักษิณเคยใช้ หรือที่นายกอภิสิทธ์ เคยเลียนแบบมาแล้ว

ประเด็นที่คุณต่อพงษ์กล่าวไว้คือสิ่งที่นายกฯ (ผมว่าใครก็ตามควรทำมากที่สุด) ก็คือจะต้องปกป้องและคุ้มครองประชาชนให้ได้รับสิทธิ์โดยพื้นฐานให้ได้

ไม่ใช่ว่าสักแต่บริหารจากมุมมองของตัวเองเท่านั้น

อาซากุระแกปกป้องผลประโยชน์และสิทธิประโยชน์ของชาวประมงญี่ปุ่นเพราะโครงการรัฐไปทำให้กลุ่มอาชีพประมงเดือดร้อน

ครับเป็นความรับผิดชอบที่นายกฯ ของเขาทำกัน

แต่เรื่องแบบนี้ไม่เกิดในบ้านเรา

ถ้ามีนายกฯ ที่ช่วยเหลือกลุ่มอาชีพต่างๆ

มันจะไม่มีการประท้วงมาราธอนกันหรอกครับ

พ็อกเก็ตบุ๊คของคุณต่อพงษ์ ยังได้นำเอาอาจารย์สุวินัย เขามาเสริมความเห็น ซึ่งท่านก็มีความเห็นน่าคิด และน่าสนใจมาก โดยท่านสุวินัยเชื่อว่าซีรี่ญี่ปุ่นเรื่อง Change น่าจะรับอิทธิพลจากนโยบาย Change ของโอบามา เพราะเวลามันใกล้เคียงกัน

แต่ต่อพงษ์ว่า Serie ที่ว่านี้ออกมาก่อนโอบามาได้เป็นประธานาธิบดี

ซึ่งก็น่าคิดนะ เพราะโอบามาหาเสียงด้วยคำขวัญนี้มานานก่อน Serie จะสร้างแล้ว

สุวินัยก็เฉลยว่าที่ญี่ปุ่นระบบการเมืองนั้น “แข็งแรง” กว่าไทยมาก อย่างเคตะเวลาเขาสู้ เขาสู้กับความเฉื่อยชาหรือสู้กับความเข็งในตัวระบบทั้งข้าราชการ เทคโนแครต ฯลฯ และว่าเรื่องซีรี่ญี่ปุ่นนี้ นายกฯ อภิสิทธิ์ควรดูด้วย

ในแง่ความเฉียบขาดแล้ว นายกฯ อาซากุระ เคตะ เฉียบขาดกว่าอภิสิทธิ์แยะเลย และในฉากยุบสภาญี่ปุ่น เคตะพูด 15 นาที เป็นการพูดในสภาที่สุดยอด

เรื่องนี้มัน “เปลี่ยน” จริงๆ นักการเมืองต้องเป็นแบบเคตะ

ผมฟังแล้วก็อยากดูซีรี่นี้เต็มที ดูทุกตอนเลย

คือผมอยากรู้ว่า การเปลี่ยนแปลงมันมีขั้นตอนมีการสู้ปัญหา

และหาทางแก้ไขได้อย่างไร

เพราะเราไม่มีทางแก้แบบไทยๆ เลย

ก็น่าจะลองแบบ “ญี่ปุ่น” กันดูที