xs
xsm
sm
md
lg

เศรษฐกิจจีนไตรมาส 3 ขยายตัว 4.5% แรงหนุนส่งออกโตแรง แต่บริโภคในประเทศยังฟื้นช้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ประชาชนเดินผ่านจอแสดงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศบนถนนสายหนึ่งในนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 (ภาพเอเอฟพี)
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจจีนในไตรมาสที่ 3 ปี 2569 ขยายตัว 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 4.4% และเร่งตัวขึ้นจากไตรมาสที่ 2 ซึ่งขยายตัว 4.3% ส่งผลให้เศรษฐกิจจีนในช่วง 9 เดือนแรกของปีขยายตัว 4.6% สอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโตทั้งปีของรัฐบาลจีนที่กำหนดไว้ที่ 4.5–5%

เหมา เซิ่งหย่ง (Mao Shengyong) รองผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน ระบุว่า ผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจในช่วง 3 ไตรมาสแรกเป็นรากฐานสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายการเติบโตประจำปี อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจจีนยังเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ระหว่างประเทศและปัญหาอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนมาจากภาคการส่งออกและการผลิตอุตสาหกรรม โดยมูลค่าการส่งออกเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นถึง 36.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากความต้องการสินค้าเทคโนโลยี เซมิคอนดักเตอร์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในตลาดโลก ขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 5.5% สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของภาคการผลิตที่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจจีน

อย่างไรก็ตาม ภาคการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศยังคงอ่อนแอ โดยยอดค้าปลีกเดือนกันยายนขยายตัวเพียง 1.1% สะท้อนความระมัดระวังในการใช้จ่ายของประชาชน ขณะที่วิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงกดดันความเชื่อมั่นและการลงทุน โดยการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ช่วง 9 เดือนแรกหดตัวถึง 20.6% ส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรโดยรวมลดลง 7.2% และอัตราการว่างงานในเขตเมืองเดือนกันยายนอยู่ที่ 5.2%

นักวิเคราะห์ประเมินว่า แม้เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มบรรลุเป้าหมายการเติบโตในปีนี้ แต่ยังเผชิญปัญหาการเติบโตที่ไม่สมดุลระหว่างภาคการส่งออกกับเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมถึงความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะสหภาพยุโรป ตลอดจนความไม่แน่นอนของอุปสงค์สินค้าเทคโนโลยีโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป

ตัวเลข GDP ดังกล่าวสะท้อนว่าเศรษฐกิจจีนยังสามารถรักษาการเติบโตได้จากความได้เปรียบด้านการผลิตและการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นความเปราะบางเชิงโครงสร้าง เนื่องจากการเติบโตยังพึ่งพาตลาดต่างประเทศมากกว่าการบริโภคภายในประเทศ หากกระแสการลงทุนด้าน AI ทั่วโลกชะลอตัว หรือประเทศคู่ค้าเพิ่มมาตรการกีดกันสินค้าจีน อาจกระทบต่อเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากนี้ การที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังหดตัวรุนแรงอาจกดดันความมั่งคั่งของครัวเรือนและทำให้ประชาชนชะลอการใช้จ่ายต่อเนื่อง ส่งผลให้รัฐบาลจีนจำเป็นต้องเร่งปรับสมดุลเศรษฐกิจจากการพึ่งพาการส่งออกไปสู่การกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศมากขึ้น

ที่มา กลุ่มสื่อต่างประเทศ