xs
xsm
sm
md
lg

จีนเผยครั้งแรก ช็อตเด็ด "เสอ จื้อเจียง" หัวโจกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ถูกจับที่สนามบินไทย กร่างโวว่ามีเส้นสาย-เงินเคลียร์ได้ทุกเรื่อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กลุ่มสื่อจีนเผยช็อตเด็ดที่ถูกเผยครั้งแรก ตอนที่ตำรวจเข้าไปจับกุม นาย เสอ จื้อเจียง หัวโจกขบวนการสแกมเมอร์สุดฉาวในสนามบินไทยเมื่อปี 2565 นาย เสอ หัวเราะเยาะอย่างโอหังมาก และคุยโวว่า เขามีเส้นสายและเงินที่ เคลียร์ได้ทุกเรื่อง  (แฟ้มภาพ สถานีโทรทัศน์กลางแห่งจีน)
สถานีโทรทัศน์แห่งชาติจีน จับมือกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ ฉายภาพยนตร์สารคดี "จุดจบของขบวนการสแกมเมอร์ในภาคเหนือของเมียนมา" พร้อมเปิดเผยช็อตเด็ดครั้งแรก คือตอนที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัวหัวโจกใหญ่แก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ นาย เสอ จื้อเจียง ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในสนามบินที่กรุงเทพฯเมื่อเดือนสิงหาคม 2565  นาย เสอ กร่างโวว่าตนมีเส้นสายและเงินทอง เคลียรได้ทุกเรื่อง

สถานีโทรทัศน์จีนได้ฉายภาพยนตร์สารคดี "จุดจบของขบวนการสแกมเมอร์ในภาคเหนือของเมียนมา" ชุดนี้ผ่านช่องหลักของ ซีซีทีวี ระหว่างวันที่ 5-7 ต.ค.นี้ เวลา 18.00 น. เนื้อหาเกี่ยวกับปฏิบัติการใหญ่ของตำรวจจีนที่บุกทะลวงเข้าไปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่เชื่อมโยงกับจีนในเขตชายแดนภาคเหนือของพม่า พร้อมเปิดเผยเส้นทางกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรม "สี่ตระกูลใหญ่" และเครือข่ายพนันออนไลน์ แก๊งคอลเซนเตอร์ข้ามชาติในเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา

สำหรับนาย เสอ จื้อเจียง (She Zhijiang/佘智江) หรือที่รู้จักในฉายา "เจียงหูเกอ" (江湖哥)มีบทบาทสำคัญในการสร้างอาณาจักรพนันและแก๊งหลอกลวงโทรคมนาคม หรือแก๊งคอลเซนเตอร์ในเมืองเมียวดี  นอกจากนี้ เขายังใช้ชื่ออื่น (ชื่อปลอม) ในการทำธุรกิจ คือ เสอ หลุนข่าย และ ถัง หลุนช่าย

เจ้าหน้าที่ตำรวจจีนควบคุมนายเสอ จื้อเจียง (ภาพเอเจนซี่)
เมืองเมียวดีตั้งอยู่ในรัฐกะเหรี่ยงติดชายแดนไทยโดยมีแม่น้ำเมยเป็นเส้นแบ่งเขตแดน จุดที่แคบที่สุดของแม่น้ำเมยกว้างเพียงสิบกว่าเมตร ในช่วงฤดูแล้งน้ำลดจนสามารถเดินลุยข้ามแดนไปได้ จึงกลายเป็น "ช่องทางสะดวก" ในการลักลอบข้ามแดน

นาย เสอ จื้อเจียง ชาวมณฑลหูหนาน เคยร่วมจัดตั้งแพลตฟอร์มการพนันออนไลน์ในจีน และต่อมาได้หลบหนีการไล่ล่าจับตัวของตำรวจจีนไปยังประเทศฟิลิปปินส์และขยายเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์มากกว่า 200 แห่ง เพื่อชักชวนชาวจีนไปเล่นพนัน

ต่อมาในปี 2560 เสอ จื้อเจียง ริเริ่มโครงการ “ย่าไท่นิวซิตี้” (Yatai New City) ในชเวโก๊กโก่ เมืองเมียวดี ซึ่งตั้งอยู่ชายแดนตอนเหนือของเมียนมา โดยประชาสัมพันธ์โครงการฯ ว่า เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษบนพื้นที่ 75,000 ไร่ และตั้งเป้าระดมเงินลงทุนสูงถึง 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 540,000 ล้านบาท พร้อมนำเสนอภาพลักษณ์ให้เป็นเขตเศรษฐกิจบล็อกเชน อุตสาหกรรมเทคโนโลยี การท่องเที่ยว สันทนาการ และการค้า-โลจิสติกส์เข้าด้วยกัน ทว่า เขตเศรษฐกิจที่ว่านี้เป็นเพียงฉากบังหน้า พื้นที่ดังกล่าวกลับถูกใช้เป็นฐานและศูนย์ให้บริการแก่เครือข่ายพนันออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ผิดกฎหมาย

นับตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา พื้นที่เกษตรกรรมหลายแห่งในเมียวดีถูกพัฒนาอย่างรวดเร็วเป็นโครงการขนาดใหญ่ในนามของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ เช่น เคเคพาร์ค (KK Park)และ ย่าไท่นิวซิตี้ ซึ่งต่อมาถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของอาชญากรรมข้ามชาติสุดฉาวโฉ่ อย่างเครือข่ายพนันออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในช่วงที่เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในเขตเมียนมาเหนือนี้ขยายตัวมากที่สุด มีหมู่ตึกอาคารของกลุ่มอาชญากรรมต่างๆมากกว่า 40 แห่ง และมีผู้ปฏิบัติงานรวมกันหลายหมื่นคน กลายเป็น "ศูนย์รวมอาชญากรรม" แบบปิด

ภายในเวลาไม่ถึงปี (ช่วง 2560) โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ ย่าไท่ นิวซิตี้ ก็กลายเป็นศูนย์รวมอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งบ่อนพนัน แก๊งคอลเซนเตอร์
กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนได้ประสานงานกับองค์การตำรวจสากล (Interpol) เพื่อออกหมายแดงติดตามตัวในปี 2564 จนกระทั่งเดือนสิงหาคม 2565 จึงสามารถจับกุมตัว นาย เสอ จื้อเจียงได้ในร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่งบริเวณสนามบินในประเทศไทย ตำรวจจีนเปิดเผยว่าตอนที่ตำรวจไทยและตำรวจจีนเข้าไปจับนายเสอ หะแรกเขามีท่าทีตกใจมาก แต่ก็เปลี่ยนท่าทีเป็นกร่างโอหังสุดๆและโวว่าตนมีเส้นสาย เงินทองจากธุรกิจสีเทาและธุรกิจผิดกฎหมาย เขาสามารถ "จัดการ" เรื่องทั้งหมดได้

ตามข้อมูลที่เผยแพร่ในสารคดีฯ เจ้าหน้าที่จีนได้รวบรวมสำนวนและเอกสารหลักฐานกว่า 200 หน้าเพื่อส่งมอบให้แก่ทางการไทยประกอบกระบวนการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน โดยเจ้าหน้าที่จีนเปิดเผยว่า เอกสารที่ส่งมอบให้ไทยไปนั้น เป็นแค่ "ฉบับย่อ" ของหลักฐานทั้งหมด สำนวนคดีที่แท้จริงมีรายละเอียดกว่านั้นมาก

เสอ จื้อเจียง ถูกเจ้าหน้าที่คุมตัว ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปดำเนินคดีที่จีน เมื่อเดือน พฤศจิกายน 2568 (แฟ้มภาพรอยเตอร์)
ในเดือนพฤษภาคม 2566 ศาลอาญามีคำสั่งให้ส่งตัวเสอ จื้อเจียง เป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับประเทศจีน แม้เขาได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว แต่กระบวนการพิจารณาคดียังคงดำเนินต่อไป

ขณะเดียวกัน ไทย จีน และเมียนมาได้เพิ่มระดับความร่วมมือในการปราบปรามเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมข้ามชาติบริเวณชายแดน โดยเฉพาะภายหลังการประชุมระดับรัฐมนตรีที่กรุงเทพฯ ในปี 2568 ซึ่งช่วยส่งเสริมการประสานงานด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างสามประเทศ และนำไปสู่การส่งตัวผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์จากพื้นที่เมียวดีไปยังประเทศจีนรวมกว่า 5,400 คน

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ศาลอุทธรณ์ของไทยมีคำพิพากษายกคำร้องอุทธรณ์และยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น เสอ จื้อเจียงจึงถูกส่งตัวกลับประเทศจีนเพื่อเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายเสอ จื้อเจียงถูกสอบสวนหลังจากถูกจับกุม (ภาพเอเจนซี่)
ที่มารายงานข่าว กลุ่มสื่อจีน