MGR Online: เขตการค้าเสรี RCEP กำลังจะย่างเข้าสู่ปีที่5 ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ เขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้จะยกระดับให้มีมาตรฐานสูงขึ้น เพื่อให้ประเทศสมาชิกทุกชาติได้ประโยชน์
งาน 2026 RCEP Media &Think Tank Forum จัดโดยสื่อจีน China Daily และสถาบันวิจัยการปฏิรูปและการพัฒนาของจีน
(China Institute for Reform and Development) ที่เกาะไห่หนาน หรือที่คนไทยเรียกกันว่า “ไหหลำ”
RCEP ย่อมาจาก Regional Comprehensive Economic Partnership คือ ความตกลงเขตการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมมูลค่าการค้าเกือบ 30% ของทั้งโลก ริเริ่มโดย อาเซียน และปัจจุบันมีสมาชิก 15 ประเทศ คือ อาเซียน 10 ประเทศ และคู่เจรจาอีก 5 ประเทศ ได้แก่ จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
ถ้าดูจากประเทศสมาชิกจะเห็นได้ถึงความได้เปรียบของ RCEP ที่ข้อตกลงการค้าอื่น ๆ ไม่มี นั่นคือการรวมประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยเอาไว้ในที่เดียว โดยสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่า FTA แบบทวิภาคี ก็คือ การอนุญาตให้ใช้ใช้ถิ่นกำเนิดสินค้าร่วมกัน
ตัวอย่างเช่น ประเทศไทยนำเข้าสาหร่ายทะเลแห้งจากเกาหลีใต้โดยใช้สิทธิ RCEP เป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นก็เอามาแปรรูปเป็นของว่างต่าง ๆ ทำการตลาดจนกลายเป็นของฝากยอดนิยมจากประเทศไทย และยังส่งออกไปยังอีก 14 ประเทศสมาชิก RCEP ได้แบบไม่มีภาษีอีกด้วย
อีกตัวอย่างหนึ่ง ก็คือ สปป.ลาว ที่ส่งออก ใบชา ไปจีน โดยบริษัทจีนช่วยทำการตลาด-เพิ่มมูลค่าสินค้า นำใบชาไปเข้าคู่กับกาชงชาเครื่องปั้นดินเผาที่มีชื่อเสียงของจีน ขายผ่านอีคอมเมิร์ช
คุณเวียงสว่าง ทิพพาวงศ์ (Viengsavang Thipphavong) จากสถาบันอุตสาหกรรม การค้า และพลังงาน ประเทศลาว บอกว่า ลาว ที่ใช้เศรษฐกิจสังคมนิยม ก็ได้ประโยชน์จากการค้าเสรี
“หลายบริษัทมาตั้งอยู่ที่ประเทศลาว ก็ใช้สิทธิประโยชน์จากกรอบความร่วมมือ RCEP ในการผลิต โดยสามารถนำเข้าวัตถุดิบจาก 15 ประเทศที่เป็นสมาชิกของกรอบความร่วมมือนี้ สิทธิประโยชน์นี้ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถใช้วัตถุดิบจากแหล่งที่ต้นทุนถูกและเอาใช้ผลิตและก็ส่งออก ถือว่าในอนาคตก็มีความสดใสในกรอบความร่วมมือนี้”
ข้อมูลจากกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า ประเทศที่ใช้สิทธิประโยชน์ RCEP มากที่สุด คือจีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ มูลค่าการค้าระหว่าง 3 ประเทศนี้คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของทั้ง 15 ประเทศสมาชิกของกลุ่ม ส่วนประเทศในอาเซียนที่ใช้ประโยชน์มาก คือ เวียดนาม และสิงคโปร์
ส่วนประเทศไทย ยังใช้สิทธิประโยชน์จาก RCEP ไม่มาก เพราะว่าไทยมี FTA กับทั้งอาเซียน, จีน, ญี่ปุ่น ซึ่งผู้ประกอบการคุ้นเคยอยู่แล้ว และหลายสินค้าก็มีอัตราภาษีของ FTA ที่ต่ำกว่า หรือว่าภาษีเป็น 0 แล้ว ขณะที่ RCEP จะทยอยลดภาษีเป็นขั้นๆ
ศ. ดร. กิตติ ประเสริฐสุข จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นว่า RCEP ซ้ำซ้อนกับ FTA หลายฉบับ ทำให้บรรดาชาติอาเซียนไม่ค่อยนิยมใช้
“ประเทศอาเซียนส่วนใหญ่ก็จะใช้เฟรมเวิร์กFTA China-asean, FTA Japan-asean, FTA Korea-asean , FTA Australia New Zealand ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ RCEP จริงๆ แล้ว RCEP สำคัญสำหรับ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เพราะว่า 3 ประเทศนี้ไม่มี FTA ระหว่างกันก็เลยใช้เยอะ เพราะฉะนั้นมันเป็น FTA ของ China Japan Korea เสียมากกว่า แต่ RCEP ยังไม่ได้อยู่ในระดับสูง เพราะฉะนั้นยังไม่ได้มีความสำคัญมาก ต้องดูว่าในเฟสถัดไปจะพัฒนาไปได้อย่างไร ที่จะยกระดับให้สูงขึ้น และมีสิทธิประโยชน์มากขึ้น”
ฟิลิปปินส์ ที่มีความขัดแย้งเรื่องพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ เลือกข้างสหรัฐฯ อย่างชัดเจน แต่ก็ยังได้ประโยชน์จาก RCEP เช่น กล้วยที่ขายในจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ส่วนใหญ่มาจากฟิลิปปินส์, จีนอนุญาตนำเข้าทุเรียนสดจากฟิลิปปินส์ตั้งแต่ ปี 2566 ก็เพราะ RCEP
Wilson Lee Flores คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ เดอะฟิลิปปินส์ สตาร์ บอกว่าRCEP ให้ประโยชน์มากกว่าข้อตกลงการค้าที่ฟิลิปปินส์ ทำกับประเทศอื่น ๆ
“ข้อดีของ RCEP คือมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยข้อตกลงอื่น ๆ ที่ฟิลิปปินส์ได้ลงนามไปแล้วมีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว แต่ว่าหลายประเทศในกลุ่ม RCEP โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอาเซียนและจีน ต่างต้องการให้ RCEP มีการปรับปรุงอยู่ตลอด ทั้งในเรื่องของปริมาณการค้า, การลดภาษี และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ RCEP จึงเป็นข้อตกลงการค้าที่มีการอัพเดทอย่างต่อเนื่อง”
ความร่วมมือการค้าที่จะยั่งยืนได้ ต้องให้ประโยชน์มากกว่าแค่ลดภาษี อย่างเช่น สินค้าเกษตรและประมงที่เน่าเสียง่ายจะต้องผ่านด่านตรวจภายใน 6 ชั่วโมง ตอนนี้ คนจีนได้กินทุเรียนแบบ “กรอบนอกนุ่มใน-ครีมมี่” แบบที่คนไทยนิยม แตกต่างจากในอดีตที่คนจีนต้องกินทุเรียนที่สุกงอมจนเละ
แต่ว่าในอีกด้านหนึ่ง เราก็ต้องรับมือจากสินค้าที่หลั่งไหลมาจากจีน และประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีต้นทุนถูกกว่า หลายคนคงไม่รู้ว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สินค้าจากจีนที่ส่งออกมาประเทศไทย โดยมีมูลค่าใช้สิทธิยกเว้นภาษีสูงเป็นประวัติการณ์ คือ กระดาษชำระและผลิตภัณฑ์กระดาษ....ลองไปดู กระดาษทิชชูที่ว่า made in China หรือเปล่า ?


