xs
xsm
sm
md
lg

ฉลามน้ำเงิน VS สายฟ้า : สหรัฐฯ มี F-35C Lightning บนเวหา ส่วนจีนใกล้มี J-35 ไว้ใช้งาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เครื่องบินต้นแบบ J-35 รุ่นสำหรับใช้งานบนเรือบรรทุกเครื่องบิน ทำการบินครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2564 โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ มีเครื่องดีดเครื่องบิน ปีกพับได้ และล้อลงจอดเสริมความแข็งแรงที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานบนเรือบรรทุกเครื่องบินโดยเฉพาะ - ภาพ: กระทรวงกลาโหมจีน
เครื่องบินขับไล่ล่องหน “ เสิ่นหยาง เจ 35” ( Shenyang J-35 ) มีชื่อเรียกเล่น ๆ อย่างเป็นทางการแล้วว่า ฉลามน้ำเงิน หรือบลูชาร์ก ( Blue Shark ) ตามการเปิดเผยของ Shenyang Aircraft Corporation ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน
 
ข่าวลือเรื่องชื่อฉลามน้ำเงินร่ำลือกันมาอย่างน้อย ๆ ตั้งแต่ปี 2565 และหนาหูในงานจูไห่แอร์โชว์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 โดยเครื่องบินรบในกองทัพเรือจีนมีธรรมเนียมการตั้งชื่อที่เกี่ยวข้องกับฉลาม เช่น เสิ่นหยาง เจ-15 เรียกว่า "ฉลามบิน" และเครื่องบิน J-15D เรียกว่า "ฉลามไฟฟ้า"


ด้านผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่า การตั้งชื่ออย่างเป็นทางการนี้ นอกเหนือจากเป็นการสร้างแบรนด์แล้ว ยังน่าจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเครื่องบินรุ่นนี้ใกล้จะพร้อมใช้งานแล้ว โดยกำลังเปลี่ยนผ่านจากขั้นตอนเครื่องบินต้นแบบไปสู่การใช้งานจริงในกองทัพเรือจีน

 
หากเป็นเช่นนั้นจริงก็เท่ากับว่าจีนจะมีเครื่องบินขับไล่ล่องหนเป็นรุ่นที่สอง โดยรุ่นแรกคือเครื่องบินขับไล่ล่องหนเฉิงตู เจ-20 ทำให้จีนเป็นชาติเดียว นอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา ที่มีขีดความสามารถนี้


J-35 มีคุณสมบัติและเขี้ยวเล็บพอฟัดพอเหวี่ยงกับ “เจ้าสายฟ้า” เครื่องบินขับไล่โจมตีล่องหน เอฟ-35 ซี ไลต์นิ่ง (F-35C Lightning ) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ โดยเป็นเครื่องบินที่นั่งเดี่ยวอเนกประสงค์ หมายความว่าสามารถปฏิบัติการโจมตีและต่อสู้ทางอากาศได้เมื่อจำเป็น มีความสามารถในการพรางตัวและออกแบบมาสำหรับการทะยานขึ้นจากเรือบรรทุกเครื่องบิน ตอกย้ำความพยายามของรัฐบาลจีน ซึ่งกำลังสร้างขีดความสามารถในการโจมตีจากกองเรือบรรทุกเครื่องบิน

 
J-35 เริ่มทดสอบการบินอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2555 จากนั้น มีการออกแบบใหม่ โดยปรับปรุงเครื่องยนต์ การพรางตัว และด้านอากาศพลศาสตร์ (aerodynamics) จนกระทั่งมีการทดสอบการปล่อยตัวจากเครื่องดีดเครื่องบิน (catapult launch) บนเรือบรรทุกเครื่องบินครั้งแรกในปี 2564


J-35 มีรุ่นที่ใช้บินขึ้นจากฐานบนบกด้วย เรียกว่า J-35A แต่รุ่นที่ใช้บินขึ้นจากเรือบรรทุกเครื่องบินนั้นเพิ่มคุณสมบัติที่จำเป็น เช่น ปีกพับได้ มีล้อลงจอดที่เสริมความแข็งแรงเป็นพิเศษ มีตะขอเกี่ยวท้ายสำหรับหยุดเครื่องบินบนดาดฟ้าเรือและเครื่องดีดเครื่องบินสำหรับใช้กับเรือบรรทุกเครื่องบินที่ทันสมัยที่สุดของจีน เช่น เรือฝูเจี้ยน


J-35 สามารถบรรทุกขีปนาวุธหรือระเบิดได้หลากหลายชนิดในช่องเก็บอาวุธภายในตัวเครื่องบินและเมื่อจำเป็นก็สามารถติดตั้งอาวุธภายนอกได้ที่จุดยึด 6 จุด มีโครงสร้างลำตัวเป็นเหลี่ยมและซ่อนส่วนหน้าของเครื่องยนต์ เพื่อลดพื้นที่หน้าตัดเรดาร์ (radar cross-section) ให้เหลือน้อยที่สุด

 
อย่างไรก็ตาม เมื่อประมวลจากรายงานต่าง ๆ ผู้เชี่ยวชาญสรุปได้ว่า J-35 สามารถบินได้จากเรือบรรทุกเครื่องบิน แต่ยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงการติดขีปนาวุธทันสมัยที่สุดของจีนบางรุ่น เช่น PL-15 และ PL-21 เครื่องบินมีระยะทำการรบประมาณ 746 ไมล์ (1,200 กิโลเมตร) และน้ำหนักบินขึ้นสูงสุด ( MTOW )ประมาณ 66,139 ปอนด์ (30,000 กิโลกรัม)

 
นอกจากนั้น ยังมีการผลิตจำนวนน้อย โดยมุ่งเน้นไปที่การผลิตให้เพียงพอสำหรับการฝึกนักบิน ทดสอบระบบ และแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับการออกแบบเครื่องบิน


ที่มา : Interesting Engineering / armyrecognition