"เจียง เสวียฉิน" ครูสอนปรัชญาตะวันตกในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายนานาชาติแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง กลายเป็นจุดสนใจของสื่อมวลชนทั่วโลก หลังวิดีโอการสอนของเขาเมื่อปี 2567 ได้พยากรณ์เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองโลกไว้อย่างแม่นยำ จนมียอดผู้ติดตามพุ่งทะยานสู่ 2.04 ล้านคนในปัจจุบัน
ในคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้เมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 เจียงได้วิเคราะห์และพยากรณ์ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และจะเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านในช่วงปี 2568 ถึง 2569 ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์จริงที่สหรัฐฯ ร่วมกับอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ชื่อของเขากลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืนบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั้งในจีนและต่างประเทศ
เจียงใช้กรอบการวิเคราะห์ที่เรียกว่า "ประวัติศาสตร์เชิงพยากรณ์" (Predictive History) โดยนำทฤษฎีเกมมาใช้วิเคราะห์การตัดสินใจของผู้นำ ผสมผสานกับวัฏจักรประวัติศาสตร์และภูมิรัฐศาสตร์ เขาให้เหตุผลหลัก 3 ประการที่ทำให้สหรัฐฯ ตัดสินใจทำสงคราม คือ (1) การปกป้องระบบเงินตราดอลลาร์สหรัฐฯ จากการท้าทาย (2) แรงผลักดันจากกลุ่มล็อบบี้อิสราเอล และ (3) การใช้สถานการณ์สงครามเพื่อกระชับอำนาจในประเทศและปูทางสู่การดำรงตำแหน่งสมัยที่ 3
ล่าสุด เจียงได้ให้ทัศนะใหม่ผ่านรายการสัมภาษณ์ของสื่อต่างประเทศอย่าง "Breaking Points" และ "Piers Morgan Uncensored" โดยพยากรณ์ว่า "สหรัฐฯ จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในสงครามกับอิหร่าน" เนื่องจากสงครามที่ยืดเยื้อจะเป็นเสมือนหลุมฝังศพของประเทศมหาอำนาจ เช่นเดียวกับบทเรียนในประวัติศาสตร์ของอาณาจักรเอเธนส์
เจียง เสวียฉิน เกิดเมื่อปี 2519 ที่เมืองไถซาน มณฑลกว่างตง ก่อนจะอพยพตามครอบครัวไปแคนาดาตั้งแต่อายุ 2 ขวบ เขาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเยลในปี 2542 และเคยทำงานหลากหลายด้าน ทั้งในองค์การสหประชาชาติที่อัฟกานิสถาน และการเป็นผู้สื่อข่าว ก่อนจะกลับมาทำงานด้านการศึกษาในจีนตั้งแต่ปี 2551 โดยเคยร่วมบุกเบิกหลักสูตรนานาชาติให้แก่โรงเรียนมัธยมเซินเจิ้น และโรงเรียนมัธยมสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่ง
แม้แนวทางการสอนของเขาจะเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าสุดโต่งและเน้นความเป็นตะวันตกมากเกินไปในช่วงปี 2551-2553 แต่ปัจจุบันเขาได้กลับมาทำหน้าที่ครูอีกครั้งพร้อมกับการเผยแพร่ความรู้เชิงปรัชญาและประวัติศาสตร์ผ่านโลกออนไลน์ โดยเขายืนยันที่จะไม่นำเนื้อหาของตนไปหาผลประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เพื่อรักษาเสรีภาพในการนำเสนอความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา
ที่มา: Shangyou News


