สำหรับสายออดิโอไฟล์และคนทำงานด้านเสียง โจทย์ใหญ่ในการเลือกหูฟังพกพา นอกจากเรื่องความสะดวกสบายในการใช้งานแบบไร้สายแล้ว มีระบบตัดเสียงรบกวนแล้ว ยังต้องรองรับการให้เสียงคุณภาพสูง รวมถึงให้เสียงที่กว้าง และมีความแม่นยำ
Sennheiser HDB 630 ที่เป็นหูฟังแบบครอบหูรุ่นนี้ เหมือนถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย เพราะสามารถเลือกเชื่อมต่อผ่านบลูทูธในช่วงเวลาใช้งานทั่วไป หรือถ้าต้องการคุณภาพเสียงที่สูงขึ้นมาจะเลือกเสียบสายใช้งาน หรือเชื่อมต่อผ่านดองเกิล เพื่อส่งสัญญาณระดับ Hi-Res เพื่อดึงเสียงระดับออดิโอไฟล์มาให้ใช้งานได้ทันที
ข้อดี
หูฟังไร้สายแบบครอบหู ที่รองรับการเชื่อมต่อหลากหลาย
ตัวหูฟังรองรับการตัดเสียงรบกวน ใส่ใช้งานสบาย
มีดองเกิล USB-C มาให้ใช้ ในกรณีที่ต้องการเสียงคุณภาพสูง
ข้อสังเกต
หูฟังมีน้ำหนัก 311 กรัม เวลาสวมใส่นานๆ อาจไม่ค่อยสบายหัว
มีให้เลือกเพียงสีเดียว แตกต่างจากสินค้าในซีรีส์ผู้ใช้ทั่วไป
ระบบตัดเสียงรบกวนยังไม่หมดจด เน้นคุณภาพเสียงเป็นหลัก
ดีไซน์คลาดสิก วัสดุพรีเมียม ใส่ได้ทั้งวัน
ในแง่ของการออกแบบ Sennheiser HDB 630 ถอดแบบโครงสร้างมาจากรุ่นยอดนิยมอย่าง Momentum 4 Wireless เพียงแต่มีการปรับปรุงให้เป็นหูฟังสำหรับมืออาชีพมากขึ้น ด้วยการเพิ่มความหรูหราจากหนังเทียมไฮเอนด์ IDEATEX ให้สัมผัสที่นุ่มนวล ทนทาน และพรีเมียมยิ่งขึ้น
ตัวหูฟังมีน้ำหนัก 311 กรัม และมีการปรับตั้งแรงบีบศีรษะให้มีความนุ่มนวลเป็นพิเศษ ทำให้สวมใส่สบายได้ต่อเนื่อง เพียงแต่ด้วยสภาพอากาศอย่างในประเทศไทย เมื่อใช้งานวัสดุเป็นหนังทำให้มีการสะสมความร้อนพอสมควร อาจจะต้องสลับถอดออกมาพักหูบ้าง
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตัววัสดุหุ้มหูฟังนี้ ไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้เอง ทำให้เวลาใช้ไปนานๆ อาจมีโอกาสที่หนังหุ้มตรงนี้จะลอก ซึ่งเป็นตามปกติของหูฟังในกลุ่มนี้อยู่แล้ว อาจจะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมว่าถ้าต้องการเปลี่ยนตรงนี้มีบริการด้วยไหม?
ในการสั่งงานหูฟังรุ่นนี้ จะมีแผงสัมผัสที่ครอบหูด้านขวา รองรับการปัดนิ้วขึ้น-ลงเพื่อปรับระดับเสียง ปัดหน้า-หลังเพื่อเปลี่ยนเพลง หรือการจีบนิ้ว (Pinch) เพื่อปรับความเข้มข้นของระบบ ANC นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Sound Zones ในแอป Smart Control Plus ที่สามารถจำพิกัดสถานที่เพื่อปรับค่าเสียงและโหมดตัดเสียงรบกวนให้อัตโนมัติ
การเชื่อมต่อขั้นสูงเพื่อเสียง Hi-Res
หนึ่งในจุดขายของรุ่นนี้คือ ภายในกล่องแถมดองเกิลบลูทูธระดับพรีเมียม BTD 700 (USB-C) มาให้ช่วยปลดล็อกให้อุปกรณ์ต้นทางสามารถสตรีมรหัสสัญญาณ aptX Adaptive ความละเอียดสูงถึง 24bit 96 kHz ไปยังหูฟังได้อย่างเสถียร นิ่งสนิท และมีความหน่วงต่ำ
โดยสามารถใช้การเชื่อมต่อกับสาย 3.5 มม. ที่ให้มาเพื่อใช้งานในลักษณะของหูฟังครอบหูแบบปกติได้ แต่จะได้เสียงที่ 6 Hz - 40 kHz เท่านั้น ถ้าต้องการให้ได้ความถี่สูงขึ้นต้องเปลี่ยนไปใช้การเสียบสายแบบ USB-C แทน
สัญญาณเสียงที่ได้จะมีความโปร่งใส กระจ่าง และเก็บรายละเอียดระยิบระยับได้ดีกว่าการต่อบลูทูธธรรมดาอย่างชัดเจน ซึ่งสามารถเชื่อมต่อได้ทั้งกับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ ยังรองรับการเสียบสาย USB-C ฟังเพลงแบบ Lossless โดยตรงด้วยชิป DAC ภายในตัวหูฟัง
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เสียบใช้งานผ่านสาย USB-C กับสมาร์ทโฟน จะมีการใช้พลังงานค่อนข้างสูงทำให้แบตฯ มือถืออาจหมดได้เร็วกว่าปกติ แต่ถ้าใช้งานในโหมดการเชื่อมต่อไร้สายปกติ หูฟังสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 60 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ในกลุ่มของผู้ที่ชื่นชอบการเดินทาง หูฟัง Sennheiser HDB 630 จะมีอะแดปเตอร์สำหรับเสียบเชื่อมต่อกับระบบความบันเทิงบนเครื่องบินมาให้ด้วย ใครที่เดินทางด้วยเครื่องบินบ่อยๆ พกรุ่นนี้ไป ใช้ดูหนังบนเครื่องได้สบายๆ
อย่างไรก็ตาม การที่หูฟังรุ่นนี้เปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิทัล (DSP-Active) ดังนั้น แม้จะเสียบสาย 3.5 มม. สัญญาณที่ได้ก็จะถูกแปลงเป็นดิจิทัลเพื่อประมวลผลก่อน ทำให้สามารถใช้งานฟังก์ชันปรับแต่งระดับลึกผ่านแอปได้ทั้ง EQ ที่ปรับได้อย่างอิสระ และ Crossfeed ในการเกลี่ยสัญญาณซ้าย-ขวา ช่วยจำลองมิติเสียงให้เหมือนมีลำโพงคู่หน้ามาตั้งอยู่ตรงหน้า
ในแง่ของการใช้งาน แนวเสียงของ HDB 630 จะถูกปรับแต่งมาในโทนกลางค่อนไปทางสว่าง เน้นความสมจริงและเก็บรายละเอียดตามสไตล์ออดิโอไฟล์ อย่างในย่านเบส จะปรับมาดึงเฉพาะเบสลึกๆ ให้มีความอิ่มแน่น เคลียร์เบสช่วงกลางออกไปเพื่อไม่ให้ไปกวนเสียงร้อง
ส่วนย่านกลางเป็นจุดเด่นที่สุด ให้เสียงกลางใสสะอาด มีความเป็นธรรมชาติ เสียงร้องมีอารมณ์และถ่ายทอดรายละเอียดได้ครบถ้วน ปิดท้ายที่ย่านสูงให้เสียงสดใส กระชับ เคลียร์สะอาด อย่างไรก็ตามผู้ใช้สามารถปรับแต่งเสียงเพิ่มเติมในโทนที่ชื่นชอบได้จากในแอปฯ
สรุป
Sennheiser HDB 630 ที่วางจำหน่ายในราคา 20,899 บาท น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการหูฟังที่ให้คุณภาพเสียงไว้ใจได้ รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ถ้าอยากฟังเพลงแบบสบายๆ เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ อยากปลดปล่อยอารมณ์กับคุณภาพเสียงดีๆ ค่อยเชื่อมต่อผ่านดองเกิล หรือเสียบสายใช้งานได้
อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้อาจจะไม่ได้เหมาะกับคนที่มองหาหูฟังครอบหูตัดเสียงรบกวนที่ให้ความเงียบ เพราะถือว่าทำมาอยู่ในระดับปกติ ได้เสียงบางส่วนได้แต่ไม่เงียบสนิท เน้นเรื่องคุณภาพเสียงเป็นหลัก


