xs
xsm
sm
md
lg

“วราวุธ”สั่งรื้อโครงสร้างดัชนีอุตฯไทย สะท้อนความสามารถแข่งขัน ชี้ดัชนี MPI มิ.ย.หดตัว3.10% คาดไตรมาส 2 วูบ 1.79%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ก.อุตฯเร่งปรับปรุงดัชนีอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับโครงสร้าง หวังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย ด้านสศอ.เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ระดับ 94.99 หดตัว 3.10%คาดไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ระดับ 95.96 หดตัว 1.79% แนะผู้ประกอบการเร่งบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน รับมือความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมารุนแรงอีกครั้ง

นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมดัชนีอุตสาหกรรม ครั้งที่ 7/2569 เพื่อพิจารณาดัชนีอุตสาหกรรม เดือนมิถุนายน 2569 โดยมอบหมายให้ สศอ. เร่งดำเนินการปรับปรุงดัชนีอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับโครงสร้างอุตสาหกรรมในปัจจุบัน เพื่อสะท้อนศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย รองรับนโยบายและการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศสู่อนาคต

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ระดับ 94.99 หดตัวร้อยละ 3.10 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 57.61 เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมปิโตรเลียมหดตัว ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาพลังงานและค่าขนส่งมีความผันผวน ดังนั้นภาพรวมดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ระดับ 95.96 หดตัวร้อยละ 1.79 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 57.47 


อย่างไรก็ตาม ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนมิถุนายน 2569 ยังมีแรงสนับสนุนสำคัญจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ทยอยฟื้นตัว โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าจำเป็น ที่ได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายและลดค่าครองชีพของภาครัฐภายใต้โครงการไทยช่วยไทยพลัส รวมถึงอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงสำเร็จรูป อาหารสำเร็จรูป และสิ่งทอที่ได้รับอานิสงส์ฟุตบอลโลกทำให้มีความต้องการซื้อเสื้อผ้ากีฬามากขึ้น

ด้านระบบการเตือนภัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนกรกฎาคม 2569 “ส่งสัญญาณปกติเบื้องต้น” แม้ว่าในเดือนกรกฎาคม 2569 สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะกลับมาตึงเครียดอีกครั้งส่งผลต่อต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง และการค้าระหว่างประเทศ แต่คาดว่าภาคอุตฯไทยยังมีแรงสนับสนุนจากปัจจัยภายในประเทศซึ่งยังมีผลดีของโครงการไทยช่วยไทยพลัส ด้านปัจจัยต่างประเทศ ส่งสัญญาณเฝ้าระวังจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อและความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากความต้องการสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่เติบโตต่อเนื่อง

“สศอ. ประเมินว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งขยายวงกว้างจนส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงและช่องแคบบับเอลมันเดบ จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการขนส่งสินค้า ต้นทุนโลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทานของภาคอุตสาหกรรมไทย ดังนั้น เพื่อรองรับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ดังกล่าว ผู้ประกอบการควรเร่งบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยกระจายแหล่งวัตถุดิบและตลาดส่งออก ลดการพึ่งพาประเทศหรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง พร้อมบริหารต้นทุนผ่านการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและการใช้พลังงาน ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานชีวมวล ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อลดต้นทุนและการสูญเสียวัตถุดิบ ส่งเสริมการใช้ Local Content และผลักดัน Made in Thailand เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน” นายศุภกิจ กล่าว

สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อดัชนีผลผลิตเดือนมิถุนายน 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่เคมีภัณฑ์ขั้นมูลฐาน จากโซดาไฟและคลอรีนเป็นหลัก อาหารสัตว์สำเร็จรูป น้ำตาล

อุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบต่อดัชนีผลผลิตเดือนมิถุนายน 2569 ได้แก่ยานยนต์ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม น้ำมันปาล์ม