“เอกนิติ” นำบอร์ดบีโอไอเยี่ยมชมและหารือยักษ์ใหญ่เซมิคอนดักเตอร์จากสหรัฐอเมริกา “อนาล็อก ดีไวเซส”หรือ ADI ที่นิคมฯ อมตะซิตี้ โดยลงทุนตั้งโรงงานต้นน้ำเซมิคอนดักเตอร์มูลค่ากว่า 19,000 ล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพของไทยในการเป็นฐานออกแบบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงของภูมิภาค
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ได้นำคณะกรรมการฯ และผู้บริหารบีโอไอ ลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงงานแห่งใหม่ของบริษัท อนาล็อก ดีไวเซส (ประเทศไทย) หรือ ADI ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 เพื่อติดตามความคืบหน้าการลงทุนและหารือทิศทางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก ซึ่งการลงทุนของ ADI นับเป็นตัวอย่างของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง และเป็นหัวใจสำคัญของ “คลื่นการลงทุนลูกที่ 3” ที่กำลังเข้าสู่ประเทศไทย
บริษัท ADI เป็นผู้นำตลาดชิปเฉพาะทางที่ใช้สำหรับการแปลงสัญญาณอนาล็อกเป็นดิจิทัล ระบบเซ็นเซอร์ และโซลูชันด้านการประมวลผลสัญญาณดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ โทรคมนาคม อากาศยาน ดิจิทัล พลังงาน และการแพทย์ สำหรับการลงทุนในประเทศไทย บริษัท ADI ได้เริ่มต้นจากการควบรวมกิจการกับบริษัท แม็กซิม อินทริเกรดเต็ด โปรดักส์ เมื่อปี 2564 และได้ตัดสินใจขยายการลงทุนครั้งใหญ่ในส่วนต้นน้ำของเซมิคอนดักเตอร์ มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 19,000 ล้านบาท
การขยายการลงทุนครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของบริษัท ADI ในการยกระดับฐานลงทุนในประเทศไทยให้มีบทบาทสำคัญในระดับโลก โดยครอบคลุมกิจกรรมสำคัญทั้งการจัดตั้งศูนย์ออกแบบชิป (IC & PCB Design) การขยายกำลังการผลิตของศูนย์ทดสอบแผ่นเวเฟอร์และวงจรรวม (Wafer & IC Testing) การสร้างห้องปฏิบัติการวิเคราะห์และทดสอบผลิตภัณฑ์ (Failure Analysis & Reliability Lab) ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง โดยในปี 2568 ADI มีการส่งออกผลิตภัณฑ์จากประเทศไทยกว่า 98,000 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าการส่งออกจะขยายตัวถึงกว่า 130,000 ล้านบาทในปีนี้
ปัจจุบัน ADI มีการจ้างงานบุคลากรไทยแล้วกว่า 1,300 คน ในจำนวนนี้เป็นนักวิจัยและวิศวกรไทยกว่า 450 คน และมีแผนขยายกำลังคนเพิ่มเป็น 2,500 คนในอนาคตอันใกล้ โดยจะเพิ่มวิศวกรอีก 500 คน และช่างเทคนิค 500 คน ซึ่ง ADI แตกต่างจากบริษัทชั้นนำอื่น ๆ ในประเทศไทย คือ ทีมผู้บริหารระดับสูงเป็นคนไทยทั้งหมด นำโดย นายวิรัตน์ ศรีอมรกิจกุล กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ และยังเป็นนายกสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์ด้วย สะท้อนความเชื่อมั่นของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกต่อศักยภาพของบุคลากรไทย ทั้งในด้านวิศวกรรม การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการบริหารจัดการองค์กรเทคโนโลยีขั้นสูง
นอกจากนี้ ADI ให้ความสำคัญสูงสุดกับเรื่อง “บุคลากร” โดยได้สร้างหลักสูตร Semiconductor Engineering พร้อมสร้างห้อง Lab ให้กับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และร่วมมือกับสถาบันการศึกษากว่า 10 แห่งทั่วประเทศ ผ่านโครงการสหกิจศึกษา โดยนักศึกษาฝึกงานได้รับค่าตอบแทนพร้อมสวัสดิการ และมีอัตราการบรรจุเป็นพนักงานประจำเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10 ในปี 2566 เป็นร้อยละ 53 ในปี 2569 สะท้อนเส้นทางอาชีพที่ชัดเจนสำหรับคนรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
“การที่ผู้นำเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลกอย่าง ADI ตัดสินใจขยายการลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง และยังเน้นพัฒนาบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง พร้อมตั้งศูนย์ออกแบบและทดสอบชิปขนาดใหญ่ เป็นบทพิสูจน์ว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงฐานการผลิตมูลค่าเพิ่มต่ำ แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นฐานออกแบบและทดสอบเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค ยกระดับบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์จากกลางน้ำและปลายน้ำ ขึ้นสู่ต้นน้ำที่มีมูลค่าสูงสุด นำไปสู่เป้าหมาย ‘ชิปเมดอินไทยแลนด์’ ให้เกิดขึ้นจริง” นายนฤตม์กล่าว


