xs
xsm
sm
md
lg

บวท.เร่งติดตั้ง Digital Tower “สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง” ใช้งานปี 71 เพิ่มประสิทธิภาพรับเที่ยวบิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ภัทรพงศ์” หนุนวิทยุการบินฯ เดินหน้าโครงการ Digital Tower ตั้งงบปี 70 เร่งติดตั้ง "สุวรรณภูมิ -ดอนเมือง" คาดเปิดใช้งานปี 71 ยกระดับเทคโนโลยี ให้บริการจราจรทางอากาศ เพิ่มความยืดหยุ่น-ลดความเสี่ยงจากข้อจำกัดทางกายภาพ รับอุตฯ การบินโต ดันไทยสู่ World-class Aviation Hub

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ปัจจุบันการบริหารจราจรทางอากาศทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ประเทศไทยจึงต้องเร่งนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้การควบคุมจราจรทางอากาศมีประสิทธิภาพ แม่นยำ และปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมรองรับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นในอนาคต จึงได้เร่งรัดให้ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เดินหน้าการดำเนินโครงการ Digital Tower ซึ่งเป็นเทคโนโลยีควบคุมจราจรทางอากาศรูปแบบใหม่สำหรับสนามบินหลักของประเทศ ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง รวมถึงโครงการ Remote Tower สำหรับสนามบินนราธิวาส และสนามบินเบตง โดยจะทำการควบคุมจราจรทางอากาศระยะไกลจากศูนย์ควบคุมการบินหาดใหญ่ เป็นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจราจรทางอากาศ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และเตรียมความพร้อมสู่ระบบการเดินอากาศแห่งอนาคต


นายภัทรพงศ์กล่าวว่า โครงการ Digital Tower ไม่ได้เป็นเพียงการลงทุนด้านเทคโนโลยี แต่เป็นการวางรากฐานระบบการเดินอากาศยุคใหม่ของประเทศไทย เพื่อรองรับการเติบโตของภาคการบินในระยะยาว เชื่อมโยงกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งทางอากาศ และสร้างความเชื่อมั่นให้สายการบิน นักลงทุน และผู้ใช้บริการจากทั่วโลก


นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการ Digital Tower ว่า ขณะนี้ได้ผ่านการอนุมัติงบลงทุนปี 2570 แล้ว และเตรียมเริ่มกระบวนการจัดหาในเดือนตุลาคม 2569 คาดว่าจะใช้ระยะเวลาติดตั้งและนำระบบเข้าใช้งานประมาณ 2 ปี และพร้อมให้บริการภายในปี 2571 ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนาระบบการบิน ช่วยเพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากข้อจำกัดทางกายภาพของหอควบคุมการจราจรทางอากาศแบบเดิม และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการจราจรทางอากาศในอนาคต

นอกจากนี้ โครงการยังช่วยรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจในภูมิภาค รวมถึงสนับสนุนแนวโน้มการพัฒนา “Smart Airport” และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในระบบคมนาคมของประเทศ ซึ่งจะดำเนินงานร่วมกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการออกแบบ การทดสอบ การบริหารการเปลี่ยนผ่าน (Change Management) ไปจนถึงการวิเคราะห์และประเมินด้านความปลอดภัยอย่างรอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าระบบ Digital Tower จะสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สอดคล้องตามนโยบาย และเป็นไปตามมาตรฐานสากล