xs
xsm
sm
md
lg

เลขาฯ สภา SME ไทย กางพิมพ์เขียว 7 ข้อ เสนอ TDRI ปฏิรูปทะเบียนพาณิชย์ ดัน "Universal SMEID" รื้อระบบราชการซ้ำซ้อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรุงเทพฯ 28 พฤษภาคม 2569 ในการสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ภายใต้โครงการ "การวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อการปฏิรูปกฎหมาย ระยะที่ 1" นางสาวรมนต์อร บุญเรือง เลขาธิการสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภา SME ไทย) ได้นำเสนอแผนภาพรวม 360° พร้อมพิมพ์เขียวข้อเสนอแนะเชิงนโยบายปฏิรูปโครงสร้างกฎหมายทะเบียนพาณิชย์ฉบับประวัติศาสตร์ เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดของพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 ที่บังคับใช้มานานกว่า 70 ปี และไม่เอื้อต่อการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน

แฉแผลลึกระบบทะเบียนไทย: ต้นทุนแฝงสูง ข้อมูลบิดเบือน

นางสาวรมนต์อร ได้สะท้อนข้อเท็จจริงอันน่าตกใจจากเสียงของผู้ประกอบการจริงตลอด 3 ปีที่ผ่านมา และข้อมูลเชิงสถิติของระบบนิเวศ SME ไทยในปัจจุบัน ดังนี้:

•วิกฤต "ทะเบียนผี": ปัจจุบันมีธุรกิจที่จดทะเบียนพาณิชย์ค้างอยู่ในระบบแต่ไม่ได้ดำเนินการจริงสูงถึง 35-45% ส่งผลให้การจัดสรรงบประมาณพัฒนาผู้ประกอบการของภาครัฐบิดเบือนและผิดเป้าหมาย

•ภาระซ้ำซ้อนด่านราชการ: SME 1 ราย ต้องวิ่งเต้นขึ้นทะเบียนซ้ำซ้อนกับหน่วยงานต่าง ๆ เฉลี่ย 4-7 แห่ง แบกรับต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมสูงถึง 8,000-15,000 บาท/ราย/ปี

ปมเร่งด่วน: สงครามนิยาม SME ที่ต่างคนต่างใช้

นางสาวรมนต์อร ระบุว่า ปัญหาที่สภา SME ไทยเห็นว่าเร่งด่วนที่สุดและกระทบผู้ประกอบการโดยตรงคือ การที่แต่ละหน่วยงานรัฐใช้นิยาม “SME” ที่แตกต่างกัน ทั้งกรมสรรพากร สสว. BOI สำนักงานประกันสังคม และสถาบันการเงิน โดยไม่มีกลไกเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกัน

ผลที่เกิดขึ้นจริงคือผู้ประกอบการรายเดียวกันอาจผ่านเกณฑ์ของหน่วยงานหนึ่งแต่ไม่ผ่านของอีกหน่วยงาน ทำให้เข้าไม่ถึงสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ และต้องขึ้นทะเบียนกับหลายหน่วยงานแยกกัน กรอกข้อมูลพื้นฐานชุดเดิมซ้ำหลายครั้ง
ตัวอย่างเช่น ธุรกิจที่เป็น SME ตามนิยามของ สสว. แต่ไม่ผ่านเกณฑ์กรมสรรพากร จะไม่ได้รับสิทธิ์ลดอัตราภาษีนิติบุคคล หรือการที่ SME ต้องวิ่งไปขึ้นทะเบียนระบบ SME-GP ซ้ำซ้อนอีกรอบเพียงเพื่อจะเอาแต้มต่อ 10% ในการประมูลงานรัฐ ซึ่งรากของปัญหานี้เกิดจากการที่กฎหมายส่งเสริม SME พ.ศ. 2543 ไม่มีกลไกบังคับให้หน่วยงานนอกสังกัดต้องใช้นิยามเดียวกัน ต่างจากประเทศพัฒนาแล้วอย่างเกาหลีใต้หรือญี่ปุ่น

จุดยืน 3 ประการในการปฏิรูปกฎหมาย

เพื่อเป็นเข็มทิศในการแก้ไขปัญหาข้างต้น สภา SME ไทยย้ำจุดยืนว่าข้อเสนอทั้งหมดนี้ออกแบบบนหลักการสามประการ ได้แก่

1.ลดภาระอย่าเพิ่มขั้นตอน: ระบบราชการต้องไม่สร้างความยุ่งยากให้ผู้ประกอบการรายย่อย

2.ข้อมูลคือสาธารณสมบัติไม่ใช่ทรัพย์สินของราชการ: หน่วยงานรัฐต้องแชร์และเชื่อมโยงข้อมูลกัน ไม่กักเก็บไว้ใน Silo

3.การจดทะเบียนต้องสร้างมูลค่าให้ผู้ประกอบการ ไม่ใช่เพียงพันธะทางกฎหมาย: การมีตัวตนในระบบต้องทำให้ SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนและโอกาสทางธุรกิจได้จริง

กาง 7 พิมพ์เขียวนวัตกรรม พลิกโฉมระบบกำกับดูแล SME

จากจุดยืนดังกล่าว สภา SME ไทยได้ยื่น 7 ข้อเสนอนโยบายเชิงนวัตกรรม ต่อคณะผู้วิจัย TDRI เพื่อเปลี่ยนระบบทะเบียนจาก "ภาระราชการ" ให้กลายเป็น "ทรัพยากรแห่งชาติ" ดังนี้:

1. Universal SMEID (รหัสเดียวจบครบทุกหน่วยงาน): สร้างรหัสประจำตัวธุรกิจเดียว (Master ID) ผ่านโครงสร้างพื้นฐาน GDX เพื่อใช้นโยบาย "One-Write Policy" กรอกข้อมูลผ่าน Biz Portal ครั้งเดียว ข้อมูลจะไหลไปอัปเดตที่ สรรพากร, ประกันสังคม, สสว. ทันทีในเวลาจริง

2. Nano Business Voluntary ID (NBVI): ระบบลงทะเบียนสมัครใจสำหรับกลุ่มรากหญ้า/แม่ค้าตลาดนัด (Tier 0) ผ่านแอปพลิเคชันมือถือใน 3 คลิก โดยใช้เพียงบัตรประชาชน ไม่ต้องมีหน้าร้านถาวร และไม่มีภาระทางภาษีในทันที

3. Passive Auto-Registration: จับมือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดึงข้อมูลธุรกรรมจากระบบ PromptPay Business หากเข้าเงื่อนไขค้าขายจริง ให้ระบบออกรหัสจดทะเบียนชั่วคราวให้โดยอัตโนมัติ (Opt-out ได้ใน 30 วัน)

4. Digital Business Identity (DBI): แก้ไข พ.ร.บ. ทะเบียนพาณิชย์ เพิ่มหมวด "ผู้ประกอบธุรกิจดิจิทัล" รองรับกลุ่ม Content Creator และ Platform Seller ให้ใช้ที่อยู่บ้านพักเป็นที่ตั้งธุรกิจได้ถูกต้องตามกฎหมาย

5. Community Enterprise Fast-Track Integration: แก้ระบบให้เลขทะเบียนวิสาหกิจชุมชนของกรมส่งเสริมการเกษตร มีสถานะเป็นใบรับรองพาณิชย์ของ DBD โดยอัตโนมัติ ทลายกำแพงการขึ้นทะเบียนซ้ำซ้อนของชุมชนกว่า 90,000 กลุ่ม

6. Living Registry (ทะเบียนพาณิชย์ที่มีชีวิต): ใช้ระบบ AI ตรวจสอบสถานะธุรกิจ หากไม่มีธุรกรรมทางการเงินหรือยื่นภาษีติดต่อกัน 24 เดือน ให้พักและถอดทะเบียนอัตโนมัติ (Sunset) และมีระบบตรวจสอบที่อยู่จริงผ่าน Google Maps เพื่อแก้ไขข้อมูลอัตโนมัติ (Self-Healing)

7. BizScore 360°: เปลี่ยนข้อมูลทะเบียนพาณิชย์ให้กลายเป็นเกณฑ์คะแนนความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ (Alternative Credit Data) เพื่อช่วยให้ SME ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันสามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น

ยกระดับธรรมาภิบาลภาครัฐ มุ่งสู่มาตรฐาน OECD

นางสาวรมนต์อร กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า ข้อเสนอทั้งหมดนี้สอดคล้องกับหลักคิด Whole of Government Approach ภายใต้มาตรฐาน OECD Good Regulatory Practices (การกำกับดูแลกฎระเบียบที่ดี) ที่ TDRI นำมาใช้เป็นแกนหลักในโครงการวิจัยนี้ การปฏิรูปโครงสร้างทะเบียนพาณิชย์ผ่านการประเมินผลสัมฤทธิ์ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยลดช่องโหว่ทางกฎหมายที่ซ้ำซ้อนและคลุมเครือ ซึ่งมักเป็นต้นตอของโอกาสในการเรียกรับผลประโยชน์และการคอร์รัปชันเชิงระบบ
 
สภา SME ไทย พร้อมยืนหยัดเป็นหุ้นส่วนเชิงนโยบายร่วมกับ TDRI, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในการขับเคลื่อนโรดแมปนี้ให้สำเร็จเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนบนเวทีโลก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภา SME ไทย)
•เว็บไซต์: smecouncil.or.th