xs
xsm
sm
md
lg

“เอกนิติ”ชี้นักลงทุนต่างชาติมองไทย “Safe Haven” แค่Q1ยอดการลงทุนจริงพุ่ง18%กว่า2.6แสนล.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“เอกนิติ”ตอกย้ำไทยเป็นพื้นที่ปลอดภัยในสายตานักลงทุนต่างชาติ เมื่อโลกปั่วนหนัก สะท้อนตัวเลขการลงทุนจริงช่วงไตรมาส1/69 กว่า 2.6แสนล้านบาท โตขึ้น 16% ด้านบีโอไอจับมือเอกชนจัดงาน“SUBCON Thailand 2026” เปิดเวทีจับคู่ธุรกิจ เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานโลก

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานกล่าวเปิดงาน “SUBCON Thailand 2026” เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ว่า ขณะนี้โลกเผชิญกับแรงกระแทกและการเปลี่ยนผ่านที่ทวีความรุนแรงจากความขัดแย้งจากภูมิรัฐศาสตร์ลามสู่เศรษฐกิจ (Geoeconomics) วิกฤตพลังงานและภาวะเงินเฟ้อที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ยิ่งทำให้นักลงทุนต่างชาติมองประเทศไทยพื้นที่ปลอดภัยในการลงทุน (Safe Haven) สะท้อนให้เห็นจากตัวเลขยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในปีที่ผ่านมาที่เติบโตแบบก้าวกระโดดกว่า 60% คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท และในไตรมาสแรกของปีนี้ มียอดขอรับการส่งเสริมมากถึง 1 ล้านล้านบาท เป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ

โดยไตรมาส 1 ปี 2569 ข้อมูลการลงทุนจริงจากบีโอไอ รวมถึงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มีมูลค่ากว่า 2.6แสนล้านบาท หรือโตขึ้น 18%

กอปรกับนโยบาย "BOI Fast Pass" จากเดิมที่ประเทศไทยมียอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนให้เกิดเป็นการลงทุนจริงได้ทั้งหมด ขณะนี้เริ่มเห็นเม็ดเงินลงทุนอย่างเป็นรูปธรรมเพิ่มมากขึ้น


ขณะที่โครงสร้างอุตสาหกรรมไทยยังเริ่มส่งสัญญาณการปรับตัวเชิงบวก ภาคธุรกิจไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเข้ามาของซัพพลายเชนที่มีความครบวงจร

ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องเร่งปลดล็อกกฎกติกาต่างๆ เพื่อให้การลงทุนทำได้ง่ายขึ้น และผลักดันให้มีการลงทุนจริงจากที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน คาดว่าจะสามารถผลักดันให้เกิดการลงทุนจริงในปีนี้ได้ 5-6% ของยอดการขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด หากสามารถการปลดล็อกข้อจำกัดต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย3% Plus ภายในระยะเวลา 1-2 ปีนี้

สำหรับงาน SUBCON Thailand จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยภาคอุตสาหกรรมไทยเปลี่ยนโอกาสดังกล่าวให้เกิดขึ้นได้จริง โดยเป็นเวทีที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยได้พบผู้ซื้อระดับโลก ได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่และมาตรฐานใหม่ และได้ยกระดับตัวเองจากผู้ผลิตชิ้นส่วนตามคำสั่งซื้อ ไปสู่ผู้ร่วมสร้างโซลูชันให้กับอุตสาหกรรม และพันธมิตรของบริษัทระดับโลกในอนาคต


นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า บีโอไอได้ร่วมกับพันธมิตรจัดงาน SUBCON Thailand อย่างต่อเนื่องมาถึงปีที่ 20 เพื่อช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก โดยงานในปีนี้ มีความเข้มข้นมากขึ้นและสะท้อนทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ห่วงโซ่อุปทานยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีขั้นสูง ความยั่งยืน และการกระจายความเสี่ยงด้านการผลิตมากขึ้น รวมทั้งการสร้างห่วงโซ่อุปทานรองรับอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ เครื่องมือแพทย์ และอากาศยาน เป็นต้น

“วันนี้โลกกำลังอยู่ในช่วงเวลาของการปรับห่วงโซ่อุปทานครั้งใหญ่ ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดในภูมิภาคที่จะรับโอกาสนี้ เพราะเรามีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร 
ฐานอุตสาหกรรมที่สั่งสมมากว่า 50 ปี และเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนที่มีคุณภาพสูง สิ่งที่บีโอไอให้ความสำคัญ คือการสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยเชื่อมโยงกลุ่มผู้ประกอบการไทยกับบริษัทชั้นนำระดับโลกที่เข้ามาลงทุน
ในประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การรับช่วงการผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือการร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ
ในอนาคต” นายนฤตม์ กล่าว