สำหรับคนรุ่นใหม่ในประเทศไทย เส้นทางสู่การทำงานมีความซับซ้อนมากขึ้น เมื่อเทคโนโลยีได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงทักษะที่จำเป็นสำหรับความสำเร็จในการทำงาน คนรุ่นใหม่ต่างกำลังเผชิญกับความท้าทาย พร้อมตั้งคำถามว่า จะก้าวเข้าสู่อาชีพที่ตนเองต้องการได้อย่างราบรื่นได้อย่างไร ท่ามกลางช่องว่างด้านทักษะที่ขยายกว้างขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม โครงการพัฒนาบุคลากรในช่วงเริ่มต้นอาชีพการทำงาน (Early-career Talent Program) ที่มีโครงสร้างชัดเจน จึงเป็นตัวเชื่อมสำคัญระหว่างความคาดหวังกับการทำงานที่มั่นคง
ด้วยเหตุนี้เอง ดีลอยท์ เซาท์อีสต์เอเชีย จึงได้เปิดตัวโครงการ Amplify ซึ่งเป็นโครงการฝึกงานระดับภูมิภาคที่มุ่งหวังจะหล่อหลอมผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่ เมื่อเดือนมีนาคม 2568 ในหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย โดยโครงการ Amplify มีการรับสมัครปีละ 2 รอบ สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานน้อยกว่า 3 ปี เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานที่เข้มข้นเป็นเวลา 12 สัปดาห์ ผสมผสานการทำงานจริงกับลูกค้า การฝึกอบรมด้านเทคนิค การพัฒนาภาวะผู้นำ และการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม
โครงการ Amplify จึงเป็นเป็นโครงการที่ดีลอยท์พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการบุคลากรที่มีทักษะสูง ท่ามกลางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับความมุ่งมั่นขององค์กรในระดับโลกในเรื่อง WorldClass ที่มุ่งเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร 100 ล้านคน ภายในปี 2573 ผ่านการศึกษาและการลงทุนในการพัฒนาทักษะ โดยผู้เข้าร่วมโครงการที่มีผลงานโดดเด่นจะได้รับข้อเสนอให้เข้าทำงานแบบเต็มเวลา นับเป็นการสร้างเส้นทางโดยตรงสู่อาชีพด้านบริการวิชาชีพกับเครือข่ายบริการวิชาชีพที่ใหญ่ที่สุดในโลก อย่างเช่น ดีลอยท์
ดร.เมธินี จงสฤษดิ์หวัง กรรมการผู้จัดการ ดีลอยท์ ประเทศไทย กล่าวว่า Amplify ไม่ได้เป็นเพียงโครงการฝึกงาน แต่เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับผู้นำในอนาคต โครงการนี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เรียนรู้ มีความรับผิดชอบในการทำงานจริง ได้ลงมือทำโครงการต่าง ๆ อย่างจริงจัง และได้รับคำแนะนำที่ช่วยให้พวกเขาพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ตั้งแต่วันแรกที่เข้าร่วมโครงการ ในฐานะองค์กรที่ให้บริการวิชาชีพที่ใหญ่ที่สุดในโลก ดีลอยท์มุ่งมั่นที่จะส่งมอบบริการและโซลูชันอย่างมีคุณภาพและซื่อสัตย์ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจและสนับสนุนการเติบโตในประเทศไทย
“ อีกทั้ง โครงการ Amplify ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์แบบองค์รวมของเราเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ในประเทศไทย เราตั้งใจที่จะเป็นผู้นำในการหล่อหลอมอนาคตของบริการวิชาชีพ โดยหนึ่งในวิธีการของเราคือ การลงทุนในบุคลากรรุ่นใหม่ ด้วยการมอบทักษะและประสบการณ์ที่จำเป็นต่อวิชาชีพ เพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าของเศรษฐกิจไทย ถึงแม้ประเทศกำลังเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่มีความผันผวนเพิ่มมากขึ้นก็ตาม” ดร.เมธินี กล่าว
ในช่วง 2 รอบแรกของโครงการ Amplify นั้น ดีลอยท์ ประเทศไทย ได้รับพนักงานฝึกงานเกือบ 150 คน โดยผู้ที่มีผลงานโดดเด่นกว่า 50 คนได้เข้าทำงานแบบเต็มเวลาภายหลังจบโครงการ นับเป็นการแสดงถึงความต้องการด้านโครงสร้างและทักษะที่เพิ่มขึ้นสำหรับโมเดลการพัฒนาบุคลากรในช่วงเริ่มต้นอาชีพการทำงาน
ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมโครงการ Amplify ของดีลอยท์ ประเทศไทย 3 คน ได้เล่าถึงประสบการณ์ของตัวเอง ดังนี้ คือ นายสรัล เขียวนาวาวงศ์ษา – บริการด้านกลยุทธ์ ความเสี่ยง และธุรกรรมรายการ (Strategy, Risk & Transactions) กล่าวว่า หลังจากที่สำเร็จการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็รู้ชัดเจนว่าเขาต้องการอะไร ผมอยากนำความรู้ด้านเทคนิคของผมไปประยุกต์ใช้ในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจจริง นำไปสู่การฝึกงานด้านที่ปรึกษาและการพัฒนาธุรกิจ และเขาได้ค้นพบว่า ตัวเองชอบแก้ปัญหาที่ซับซ้อน
การเข้าร่วมโครงการ Amplify ของดีลอยท์ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในเส้นทางชีวิต ในฐานะผู้นำทางธุรกิจ และโครงการนี้มีความเหมาะสมมาก โดยโปรเจ็คต์แรกที่เขาได้รับมอบหมาย เป็นโปรเจ็คต์ใหญ่ด้านยานยนต์ ซึ่งนับเป็นการทดสอบที่ท้าทายอย่างยิ่ง เพราะเป็นการทำงานในโปรเจ็คต์ขนาดใหญ่ ถึงแม้ว่าจะเรียนวิศวกรรมศาสตร์มา แต่สภาพแวดล้อมการทำงานจริงก็แตกต่างออกไป ผมได้เรียนรู้วิธีการจัดโครงสร้างปัญหา การกำหนดแนวทาง และการตั้งคำถามที่ถูกต้อง
“ ปัจจุบัน ผมเป็นที่ปรึกษาในหน่วยงานบริการด้านกลยุทธ์ ความเสี่ยง และธุรกรรมรายการ (Strategy, Risk & Transactions) ทั้งนี้ เขามีเป้าหมาย 2 ข้อ ได้แก่ เรียนรู้จากผู้ที่เก่งที่สุด และเติบโตเป็นผู้นำที่บริหารโครงการและสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมได้” นายสรัล กล่าว
สำหรับเรื่องราวของ นางสาวภาวิณี อินดี – บริการด้านเทคโนโลยีและการปฏิรูปองค์กร (Technology & Transformation) เริ่มต้นจากเศรษฐศาสตร์ แต่อนาคตของเธอนั้นเกี่ยวกับเทคโนโลยี หลังจากสำเร็จการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทำงานเป็นผู้ช่วยวิจัย เธอตัดสินใจที่จะทำตามความสนใจของตัวเองในด้านงานที่ปรึกษา และได้เข้าร่วมโครงการ Amplify จากประสบการณ์การเข้าร่วมโครงการ Amplify เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ได้เป็นส่วนหนึ่งของสำนักงานบริหารโครงการ (Project Management Office) ในการนำระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning: ERP) ไปปรับใช้ให้กับลูกค้า
“การที่ได้เห็นว่าทุกอย่างที่เราร่วมมือกันทำนั้นให้ผลลัพธ์ที่ต้องการในโปรเจ็คต์ขนาดใหญ่นั้น เป็นสิ่งที่น่าทึ่งมาก ประสบการณ์ตั้งแต่การบริหารโครงการ ไปจนถึงการทำงานร่วมกันระหว่างหลากหลายทีม ทำให้เธอมั่นใจในความมุ่งมั่นที่จะเติบโตเป็นที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีที่เชี่ยวชาญด้านการนำ ERP ไปใช้ โดยดีลอยท์มีทีมงานและการสนับสนุนจากผู้นำที่ยอดเยี่ยม นับว่าเป็นสภาพแวดล้อมที่ดิฉันสามารถเรียนรู้และสร้างอาชีพระยะยาวได้” นางสาวภาวิณี กล่าว
ด้าน นางสาวณิชาภัทร เต็มภูวภัทร – บริการด้านภาษีและกฎหมาย (Tax & Legal) ของดีลอยท์ สำเร็จการศึกษา เอกการเงิน และโทการตลาด จากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล เคยเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ สมัครโครงการ Amplify ของดีลอยท์ เนื่องจากความสนใจในธุรกิจระดับโลกและงานวิเคราะห์ และ โครงการ Amplify คือโอกาสในการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำโครงการจริงและการทำงานเป็นทีม ระหว่างร่วมโครงการได้มีโอกาสช่วยงานด้านการวิเคราะห์อุตสาหกรรม และการเปรียบเทียบมาตรฐาน (Benchmarking) สำหรับงานด้านการกำหนดราคาโอน (Transfer Pricing) ได้เรียนรู้การนำแนวปฏิบัติไปใช้จริง รวมถึงความสำคัญของความแม่นยำและการทำงานร่วมกัน
“สภาพแวดล้อมที่สนับสนุนให้ดิฉันเติบโตต่อไปได้นั้น ไม่ใช่เพียงเรื่องงาน แต่เป็นเรื่องของคน จากประสบการณ์ที่ได้รับจากโครงการ Amplify เป็นแรงบันดาลใจมุ่งมั่นที่จะเพิ่มความเชี่ยวชาญด้านการกำหนดราคาโอน และเติบโตไปสู่ตำแหน่งงานที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น พร้อมสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า” นางสาวณิชาภัทร กล่าว


