xs
xsm
sm
md
lg

รู้จักเอชไอวี (HIV) คืออะไร ติดต่อทางไหน ต่างจากเอดส์อย่างไร?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอชไอวี (HIV) เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่หลายคนคงคุ้นชื่อกันเป็นอย่างดี แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่มีความเข้าใจไม่ครบถ้วนเกี่ยวกับเชื้อไวรัสนี้ โดยเฉพาะการสับสนระหว่างการติดเชื้อ HIV กับโรคเอดส์ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วทั้งสองอย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน อีกทั้ง HIV ยังเป็นโรคที่สามารถป้องกัน ตรวจพบ และดูแลรักษาได้ หากได้รับข้อมูลที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ในบทความนี้จึงจะพามาทำความรู้จักให้มากขึ้นว่า HIV คืออะไร HIV เกิดจากอะไร อาการ HIV แต่ละระยะเป็นอย่างไร HIV กับโรคเอดส์มีความแตกต่างอย่างไรบ้าง ไปจนถึงแนะนำแนวทางการดูแลรักษาและการป้องกัน พร้อมแนะนำ Menscape Clinic คลินิกเฉพาะทางผู้ชายที่ช่วยให้คุณตรวจคัดกรองเอชไอวีและวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างตรงจุด ห่างไกลจากเชื้อไวรัสร้าย

เอชไอวี (HIV) คืออะไร?
เอชไอวี (HIV) ย่อมาจาก Human Immunodeficiency Virus เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเฉพาะเม็ดเลือดขาวชนิด CD4 ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการป้องกันเชื้อโรค ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลงจนร่างกายอ่อนแอและติดเชื้อฉวยโอกาสและโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

โดยการติดเชื้อเอชไอวี ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรคเอดส์ในทันที หากผู้ติดเชื้อได้รับการตรวจพบเร็วและรักษาด้วยยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถควบคุมปริมาณเชื้อให้ต่ำลงจนไม่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเอดส์หรือการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้

เอชไอวี (HIV) ติดต่อกันได้อย่างไร?
หลายคนอาจสงสัยว่าเชื้อ HIV ติดง่ายไหม ติดต่อกันได้อย่างไร? คำตอบคือเอชไอวีสามารถติดต่อได้ง่ายผ่านสารคัดหลั่งบางชนิดของผู้ติดเชื้อ โดยการติดต่อมักจะเกิดขึ้นเมื่อสารคัดหลั่งเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล เยื่อบุ หรือกระแสเลือด ซึ่งช่องทางการติดต่อมีดังนี้

• การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ทั้งทางช่องคลอด ทางทวารหนัก และทางปาก
• การใช้เข็มฉีดยาหรืออุปกรณ์มีคมร่วมกับผู้อื่น เช่น เข็มฉีดยาหรือเข็มสัก
• การรับเลือดหรือผลิตภัณฑ์จากเลือดที่ปนเปื้อนเชื้อ (ปัจจุบันพบได้น้อยมาก เนื่องจากมีการคัดกรองอย่างเข้มงวด)
• การถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกระหว่างตั้งครรภ์ ระหว่างคลอด หรือผ่านการให้นมบุตร

เอชไอวี (HIV) อาการเป็นอย่างไร มีกี่ระยะ?


การติดเชื้อเอชไอวีจะมีอาการในแต่ละระยะแตกต่างกันไป ตั้งแต่ HIV ระยะแรกที่อาจแสดงอาการเพียงเล็กน้อย ไปจนถึงระยะที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงอย่างชัดเจน การรู้เท่าทันระยะของโรคจึงช่วยให้สามารถตรวจพบและรับการรักษาได้อย่างเหมาะสม โดยเอชไอวีแบ่งออกเป็น 3 ระยะและมักมีอาการ ดังนี้

ระยะที่ 1 ระยะติดเชื้อเฉียบพลัน (Acute HIV Infection): เกิดขึ้นภายใน 2-4 สัปดาห์หลังได้รับเชื้อ อาจมีอาการคล้ายไข้หวัด เช่น ไข้, เจ็บคอ, ปวดศีรษะ, ผื่น หรือต่อมน้ำเหลืองโต ปริมาณเชื้อในเลือดสูง ทำให้สามารถแพร่เชื้อได้ง่าย
ระยะที่ 2 ระยะแฝงหรือระยะไม่แสดงอาการ (Chronic / Clinical Latency): ผู้ติดเชื้ออาจไม่มีอาการใด ๆ เป็นเวลาหลายปี แต่เชื้อยังคงทำลายภูมิคุ้มกันอย่างช้า ๆ และอาจมีลักษณะของผื่นหรือตุ่มตามร่างกาย มีเชื้อราในช่องปาก หรือเป็นงูสวัดได้
ระยะที่ 3 ระยะเอดส์ (AIDS): ระบบภูมิคุ้มกันถูกทำลายอย่างรุนแรง มีการติดเชื้อฉวยโอกาสหรือโรคร้ายแรงร่วม เช่น ปอดอักเสบ, วัณโรค หรือมะเร็งบางชนิด ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างใกล้ชิดจากแพทย์

แนวทางการรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) มีวิธีการอย่างไร?
การติดเชื้อเอชไอวีในปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ถ้าหากตรวจพบเชื้อเร็วตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ก็สามารถควบคุมเชื้อให้อยู่ในระดับต่ำจนไม่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันได้ โดยแนวทางการรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีวิธีดังนี้

• การรักษาด้วยยาต้านไวรัส (Antiretroviral Therapy: ART) เพื่อควบคุมปริมาณเชื้อในร่างกาย
• การตรวจติดตามระดับเชื้อไวรัส HIV และจำนวนเม็ดเลือดขาว CD4 อย่างสม่ำเสมอ
• การรักษาและป้องกันโรคติดเชื้อฉวยโอกาสที่อาจเกิดขึ้น
• การดูแลสุขภาพโดยรวม เช่น โภชนาการที่เหมาะสม, การพักผ่อน และการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง
• การให้คำปรึกษาและการสนับสนุนด้านสุขภาพจิต เพื่อช่วยให้ผู้ติดเชื้อใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ

วิธีป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี (HIV)
การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพทั้งต่อตนเองและผู้อื่นได้ โดยวิธีป้องกันการติดเชื้อ HIV ที่แนะนำ มีดังนี้

• ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
• หลีกเลี่ยงการใช้เข็มฉีดยาหรือของมีคมร่วมกับผู้อื่น
• ตรวจเอชไอวีเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง
• ใช้ยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อ (PrEP) สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง
• ใช้ยาป้องกันหลังการสัมผัสเชื้อ (PEP) ภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีความเสี่ยง

เอชไอวี (HIV) ตรวจเร็ว รู้ทัน ป้องกันไม่ให้ลุกลามได้ บริการตรวจสุขภาพผู้ชายที่ Menscape Clinic
การตรวจเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตั้งแต่ระยะแรก เป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันไม่ให้การติดเชื้อ HIV อาการลุกลามและช่วยให้การรักษาได้ผลดีที่สุด ซึ่งที่ Menscape Clinic มีบริการตรวจและคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพ ครบครัน และทันสมัย

ทุกเคสดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางด้านสุขภาพผู้ชาย พร้อมบริการตรวจสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ในบรรยากาศที่เป็นมิตรและให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ช่วยให้ผู้รับบริการสามารถเข้ารับการตรวจสุขภาพได้อย่างสบายใจ

สรุป
เอชไอวี (HIV) เป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องความแตกต่างระหว่างการติดเชื้อเอชไอวีกับโรคเอดส์ อาการ HIV ในแต่ละช่วง ไปจนถึงแนวทางการรักษาและการป้องกัน โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการ “ตรวจเร็ว รู้ทัน” เพราะการพบเชื้อ HIV ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น

หากคุณกำลังมองหาสถานที่ตรวจเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เชื่อถือได้ Menscape Clinic คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ ด้วยเทคโนโลยีการตรวจสุขภาพเพศชายที่ทันสมัย ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง พร้อมบริการที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและความสบายใจของผู้รับบริการ คุณจึงสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างมั่นใจ

ติดต่อ Menscape Clinic
Menscape Clinic – ศูนย์สุขภาพผู้ชายครบวงจร ชั้นนำของประเทศไทย
อาคาร Maneeya Center Building, 518/5 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
โทร. 080 083 5196
เว็บไซต์: https://menscapeclinic.com/th
Line ID: @menscape
เปิดบริการทุกวัน 10.00 – 19.00 น.

ให้คำปรึกษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งเรื่องสุขภาพผิว ฮอร์โมน วิตามิน และการดูแลภาพลักษณ์ เหมาะกับวัยรุ่น–วัยเริ่มทำงาน ที่ต้องการเริ่มต้นดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี
กำลังโหลดความคิดเห็น