ขนส่งทางบก-ทางหลวง MOU เชื่อมข้อมูลรัฐ เลิกเรียกสำเนาเอกสารทางราชการ เพิ่มประสิทธิภาพการขออนุญาต ลดเดินทาง ลดขั้นตอน ลดใช้กระดาษ ยกระดับบริการประชาชน สะดวก ปลอดภัย หนุนคมนาคมไทยสู่ดิจิทัล
วันที่ 19 มกราคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) บูรณาการข้อมูลเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานระหว่างกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กับกรมทางหลวง (ทล.) โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารกระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก กรมทางหลวง และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน ณ หอประชุมราชรถสโมสร กระทรวงคมนาคม
นายพิพัฒน์กล่าวว่า การลงนาม MOU ในวันนี้เป็นการแสดงเจตนารมณ์ความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐในการบูรณาการข้อมูลเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดินและอำนวยความสะดวก ลดภาระแก่ประชาชนในการติดต่อราชการโดยไม่ใช้สำเนาเอกสาร เป็นไปตามตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 เห็นชอบมาตรการอำนวยความสะดวกและลดภาระแก่ประชาชน (การไม่เรียกสำเนาเอกสารที่ทางราชการออกให้จากประชาชน) เป็นไปตามตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้ให้ความสำคัญในการให้บริการพี่น้องประชาชนมาอย่างต่อเนื่องในการเข้าถึงบริการภาครัฐ สร้างความโปร่งใส และการทำงานที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะยุคดิจิทัลที่ทำให้ประชาชนสะดวกขึ้น ไม่ต้องเดินทาง ลดขั้นตอน ลดการใช้กระดาษ และมั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูล เป็นเครื่องมือสื่อสารสำคัญเพื่อรับ-ส่งข้อมูล และขออนุญาต/ขอเอกสารสำคัญ ทำให้การบริหารจัดการบ้านเมืองราบรื่นและตรวจสอบได้
การลงนามร่วมกันระหว่าง ขบ.กับ ทล.ครั้งนี้สามารถบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศระหว่างกันได้ทันที ซึ่งจะทำให้ทั้งสองหน่วยงานสามารถนำข้อมูลของแต่ละหน่วยงานมาให้บริการประชาชน และผู้ประกอบการได้อย่างรวดเร็ว สามารถลดขั้นตอนการให้บริการได้มากขึ้น เช่น ข้อมูลการจดทะเบียนรถ การออกใบอนุญาต สภาพการจราจร การเกิดอุบัติเหตุบนสายทาง การซ่อมแซมสายทาง เป็นต้น ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้มีการวางแผนให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมบูรณาการข้อมูลร่วมกัน เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนภาครัฐสู่รัฐบาลดิจิทัลและการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ด้วย
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดี ขบ. กล่าวว่า ขบ.ได้ลงนามความร่วมมือบูรณาการข้อมูลกับ ทล.เพื่อขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงคมนาคมให้มีประสิทธิภาพ และพัฒนาระบบการขนส่งทางถนนของประเทศให้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดย ขบ.จะสนับสนุนข้อมูลด้านทะเบียนรถ ข้อมูลใบอนุญาตขับรถ ด้านประกอบการขนส่ง และข้อมูลพิกัดจากระบบ DLT GPS เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแล ตรวจสอบและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายด้านการขนส่งและทางหลวง รวมถึง ขบ.จะนำข้อมูลที่ได้จาก ทล.ไปพัฒนาระบบแผนที่ของหน่วยงาน เพื่อใช้สนับสนุนภารกิจการขนส่งสินค้า การขนส่งผู้โดยสาร และการกำหนดนโยบาย เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน โดยการบูรณาการข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามกรอบกฎหมายและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด
ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนกระทรวงคมนาคมสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลหรือ Data-driven Organization อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาระบบ Smart Transport ของประเทศไทย โดยทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันยกระดับการทำงานบริหารจัดการเชิงกระบวนการไปสู่การบริหารจัดการเชิงข้อมูลและเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การขนส่งทางถนนมีความปลอดภัยอย่างยั่งยืน
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดี ทล. กล่าวว่า การลงนาม MOU ระหว่าง ทล.และ ขบ.ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการด้านคมนาคมและความปลอดภัยทางถนนของประเทศ โดย ทล.จะสนับสนุนข้อมูลผลการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกิน พิกัดตำแหน่งสถานีตรวจสอบน้ำหนักยานพาหนะ ข้อมูลทะเบียนสายทางและสะพาน ข้อมูลพิกัดทรัพย์สินในเขตทางหลวง ข้อมูลสถิติทางหลวง และข้อมูลอุบัติภัยบนทางหลวงจากระบบคลังข้อมูลภูมิสารสนเทศกรมทางหลวง (DOH One Map) เพื่อสนับสนุนภารกิจของ ขบ.
ขณะเดียวกัน ทล.จะนำข้อมูลจาก ขบ. เช่น ข้อมูลทะเบียนรถ ข้อมูลผู้ขับขี่ ข้อมูลการเดินรถ และข้อมูลจากระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก (GPS) มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์สภาพการจราจร ติดตามพฤติกรรมการใช้รถ ตรวจสอบและป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงวางแผนพัฒนาโครงข่ายทางหลวงให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง พร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนภาครัฐสู่รัฐบาลดิจิทัลและการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อให้การบริหารจัดการมีความแม่นยำ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยในการเดินทาง พร้อมผลักดันการพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศอย่างต่อเนื่อง


