“กิริฎา” ถกผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) แลกเปลี่ยนสถานการณ์เศรษฐกิจโลก การปฏิรูปเศรษฐกิจและนโยบายการค้าของไทย เผยไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ยันมีนโยบายที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลง ส่วนภาคเกษตร ต้องสร้างสมดุลระหว่างการเปิดตลาดกับการดูแลเกษตรกร ย้ำไทยให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติตามพันธกรณี WTO
ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการหารือกับ ดร. Ngozi Okonjo-Iweala ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) ณ สำนักงานใหญ่ WTO ที่นครเจนีวา ว่า ได้มีการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนสูง และแนวทางการปฏิรูปเชิงโครงสร้างของประเทศไทยเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยไทยได้ใช้โอกาสนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวนโยบายของไทยว่าไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ส่งผลต่อโครงสร้างแรงงาน ผลิตภาพ และรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต การกำหนดนโยบายและการพัฒนาสาขาต่างๆ จึงจำเป็นต้องตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและครอบคลุม
ส่วนภาคการเกษตร ซึ่งถือเป็นรากฐานของเศรษฐกิจไทย ได้เน้นย้ำว่าการปฏิรูปนโยบายการค้าและเศรษฐกิจจำเป็นต้องคำนึงถึงความเปราะบางของภาคเกษตร และการสร้างสมดุลระหว่างการเปิดตลาดกับการดูแลเกษตรกรในประเทศ
ขณะเดียวกัน ไทยให้ความสำคัญต่อการดำเนินนโยบายการค้าให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์การค้าระหว่างประเทศ และการปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ WTO ซึ่งการเข้าร่วมกระบวนการทบทวนนโยบายการค้าของ WTO ในช่วงปลายปี 2568 ถือเป็นโอกาสให้ไทยได้รับฟังข้อห่วงกังวลและข้อเสนอแนะของสมาชิกในประเด็นการค้าของไทย เช่น โครงสร้างอัตราภาษี บทบาทและการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ตลอดจนการปรับตัวของเศรษฐกิจไทยให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่ไทยให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง และจะต้องดำเนินการให้เป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ประกอบการไทยและคู่ค้าต่อไป
“ไทยเห็นว่าจำเป็นต้องปฏิรูป แต่การปฏิรูปไม่ควรเป็นการดำเนินการในคราวเดียว ควรค่อยเป็นค่อยไป มีลำดับขั้น และคำนึงถึงผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ ของเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะการเปิดเสรีทางการค้า ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมการแข่งขัน เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งรัฐบาลมุ่งเน้นการวางรากฐานเชิงโครงสร้างเพื่อสนับสนุนการพัฒนาในระยะยาว เพื่อให้การปฏิรูปประสบความสำเร็จและสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ควบคู่กับการผลักดันมาตรการเชิงนโยบายที่เห็นผลเป็นรูปธรรมได้ในระยะสั้นด้วย” ดร.กิริฎากล่าว
ดร. Ngozi Okonjo-Iweala ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก กล่าวว่า ขอชื่นชมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในด้านเสถียรภาพทางการคลังและดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่งสะท้อนถึงพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคง และสนับสนุนต่อความพยายามของไทยในการดำเนินการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยเสนอให้ไทยให้ความสำคัญต่อการกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อลดการพึ่งพิงภาคส่วนหรือตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป
ทั้งนี้ ยังได้เชิญไทยพิจารณาเข้าร่วมกลไกระงับข้อพิพาทชั่วคราวแบบหลายฝ่าย (Multi-Party Interim Appeal Arbitration Arrangement: MPIA) และเร่งดำเนินการให้สัตยาบันความตกลงว่าด้วยการอุดหนุนการประมง (Fisheries Subsidies Agreement) ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างบทบาทของไทยในการสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีที่ยึดกติกาเป็นหลัก และการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับโลกต่อไป


