xs
xsm
sm
md
lg

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ปักหมุดนครศรีธรรมราช ลุยโครงการ “IP Local Hero” ปี 6 ปั้น “ฮีโร่คนคอน” ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาอัพเกรดสินค้าย่านท่องเที่ยว พร้อมลงตรวจแหล่งผลิต GI และสินค้าศักยภาพของจังหวัด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ลุยเดินหน้าโครงการ “IP Local Hero” ต่อเนื่อง เป็นปีที่ 6 ปักหมุดจังหวัดนครศรีธรรมราช ดึงศักยภาพผู้ประกอบการท้องถิ่นสู่การเป็น “ฮีโร่คนคอน” โดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นอาวุธพิเศษ สร้างแต้มต่อและเพิ่มมูลค่าให้สินค้าชุมชนในแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม ต่อยอดความสำเร็จตามรอยฮีโร่ต้นแบบในภูมิภาคต่างๆ ที่ร่วมโครงการตั้งแต่ปีที่ 1-5 มากกว่า 100 ราย ซึ่งมีความเข้มแข็งและสามารถสร้างรายได้เติบโตอย่างมั่นคงจนถึงปัจจุบัน ตอบสนองนโยบาย Quick Big Win ของกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งเสริมแกร่งผู้ประกอบการ SMEs โดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกในการยกระดับสินค้าและขยายโอกาสในตลาดใหม่ อันจะนำไปสู่การกระจายรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “IP Local Hero” ประจำปี 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ฟอร์จูน จังหวัดนครศรีธรรมราชโดยมีหน่วยงานท้องถิ่นและผู้ประกอบการจากชุมชนท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมเข้าร่วมกว่า 70 ราย โดยนางอรมน เผยว่า สินค้าและบริการในชุมชนท้องถิ่นของไทยล้วนมีเอกลักษณ์โดดเด่นและมีศักยภาพในการแข่งขันทางการค้า ด้วยต้นทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทรัพยากรธรรมชาติ หากสินค้าเหล่านี้ได้รับการต่อยอดและบริหารจัดการด้านทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเหมาะสม จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในมิติต่างๆ ได้อีกมาก กรมฯ จึงเดินหน้าโครงการ IP Local Hero อย่างต่อเนื่อง เพื่อพลิกโฉมสินค้าในแหล่งท่องเที่ยวด้วยทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมีกลยุทธ์ ลบจุดอ่อน เสริมจุดแข็ง และเพิ่มขีดความสามารถด้านการตลาด โดยเชื่อมั่นว่าคนธรรมดาในพื้นที่ก็สามารถเป็นฮีโร่ให้กับชุมชนท้องถิ่นของตนเองได้ เพียงมีอาวุธสำคัญอย่างทรัพย์สินทางปัญญา ที่ช่วยสร้างความได้เปรียบทางการค้า ยกระดับมูลค่า และสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

นางอรมน กล่าวว่า ในปีนี้กรมฯ มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นเมืองรองที่มีศักยภาพสูงของภาคใต้ มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมที่โดดเด่น มีสินค้าชุมชนที่มีชื่อเสียง และมีผู้ประกอบการ SMEs กว่า 5,166 ราย โดยในปี 2566 มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GDP) มูลค่า 1.94 แสนล้านบาท และในปี 2567 สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและทำรายได้จากการท่องเที่ยวสูงเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มจังหวัดเมืองรองในภาคใต้ ซึ่งโครงการ IP Local Hero นี้ จะช่วยเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อยให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผ่านกิจกรรม Workshop ติวเข้มความรู้พื้นฐานด้านทรัพย์สินทางปัญญาแบบเข้าใจง่าย พร้อมแนะนำเทคนิคการประยุกต์ใช้องค์ความรู้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการ จากนั้นจะมีการคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีความพร้อม เข้าสู่กระบวนการให้คำปรึกษาเชิงลึกเป็นรายสินค้า เพื่อแนะนำหลักเกณฑ์และกระบวนการขอรับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เช่น จดเครื่องหมายการค้า แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ เจาะลึกด้านการสร้างแบรนด์และวิเคราะห์ตลาดเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และภาพลักษณ์อย่างเหมาะสม ตลอดจนส่งเสริมช่องทางการตลาดทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อผลักดันสินค้าและบริการให้ได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและสามารถแข่งขันในตลาดได้จริง นอกจากนี้ กรมฯ จะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพิ่มศักยภาพการผลิตเจาะกลุ่มตลาดใหม่เพื่อส่งออกสินค้าชุมชนที่มีเอกลักษณ์ให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างงานสร้างรายได้ เพิ่มคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการ IP Local Hero ในปี 2564 กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้สร้างฮีโร่ต้นแบบในชุมชนท่องเที่ยวแล้วกว่า 105 ราย จาก 9 จังหวัด ใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ ทั้งนครสวรรค์ ราชบุรี สมุทรสงคราม จันทบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และเชียงราย มีสินค้าเข้าสู่ระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งเครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์ รวมกว่า 122 รายการ อาทิ สินค้าพริกไทยจันท์ จังหวัดจันทบุรี ได้รับการสนันสนุนการออกแบบเครื่องหมายการค้า พร้อมพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย ช่วยเพิ่มยอดขายจากปีละ 9 แสนบาท เป็น 1.8 ล้านบาท สินค้าสมุนไพร จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับการสนับสนุนการออกแบบเครื่องหมายการค้า “Boonrata” และพัฒนาบรรจุภัณฑ์อย่างสวยงามทันสมัย ช่วยเพิ่มยอดขายจากปีละ 1.2 แสนบาท เป็น 3.6 แสนบาท 3) สินค้าสับปะรดภูแลแปรรูป จังหวัดเชียงราย ได้รับการสนับสนุนการออกแบบเครื่องหมายการค้า “AYO” และพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ช่วยสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น 20 เท่า จากปีละ 6 หมื่นบาท เป็น 1.2 ล้านบาท โดยมีโมเดิร์นเทรดชั้นนำ อาทิ เดอะมอลล์ เซ็นทรัล เครือซีพีออลล์ รวมทั้งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับโลกอย่างอาลีบาบาให้ความสนใจนำสินค้าไปจำหน่าย 4) สินค้ากาแฟโรบัสต้า จังหวัดเชียงราย ได้รับการสนับสนุนการออกแบบเครื่องหมายการค้า “FinebusS” และพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สวยงามโดดเด่น สามารถจำหน่ายสินค้าได้ในราคาที่สูงขึ้น เพิ่มยอดขายจากปีละ 1.5 แสนบาท เป็น 3 แสนบาท รวมทั้งมีผู้ค้าจากต่างประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส รัสเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ติดต่อขอนำเข้าสินค้าไปจำหน่าย เป็นต้น

นอกจากนี้ ภายหลังพิธีเปิดโครงการ IP Local Hero ปีที่ 6 อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้นำคณะลงพื้นที่วิสาหกิจชุมชนเทศบาลตำบลเกาะทวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อตรวจเยี่ยมแหล่งผลิตสินค้า GI ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรอัตลักษณ์สำคัญของพื้นที่ที่มีคุณภาพโดดเด่น ทั้งด้านอัตลักษณ์ภายนอกที่มีผลใหญ่ ผิวเปลือกนุ่มดั่งกำมะหยี่ เนื้อส้มโอมีสีชมพูเข้มคล้ายสีทับทิมจนถึงสีแดง รสชาติหวานหอมอร่อย ผลผลิตส่งจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ โดยมีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ฮ่องกง ไต้หวัน และปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการขึ้นทะเบียน GI ในจีน เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดในอนาคต นับเป็นตัวอย่างสินค้า GI ที่สะท้อนความเข้มแข็งของชุมชนในการรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น ควบคู่กับการควบคุมคุณภาพสินค้าให้เป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและระดับสากล โดยระหว่างการลงพื้นที่อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ร่วมหารือกับผู้ประกอบการและหน่วยงานท้องถิ่น เกี่ยวการแนวทางส่งเสริมและขยายตลาดในปี 2569 โดยมีแผนที่จะนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มช่องทางจำหน่ายในโมเดิร์นเทรดชั้นนำ รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการผลักดันวัตถุดิบในร้านอาหารระดับมิชลินและไฟน์ไดนิ่งอีกด้วย ทั้งนี้ นับตั้งแต่ส้มโอทับทิมสยามปากพนังได้รับการขึ้นทะเบียน GI ไทยในปี 2555 ก็สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีราคาขายปลีกถึง 350 – 400 บาทต่อลูก ซึ่งในปี 2567 สามารถสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ชุมชนได้กว่า 63 ล้านบาท

ในโอกาสนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญายังได้ลงสำรวจพื้นที่แหล่งผลิตสินค้าว่าที่ GI จักสานย่านลิเภานครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ใช้พืชท้องถิ่นที่มีความเหนียว ทนทาน
มาสานเป็นเครื่องใช้พื้นบ้านหลากหลายชนิด เช่น กระเป๋า หมวก เชี่ยนหมาก พาน ขันดอกไม้ธูปเทียน เป็นต้น ซึ่งต้องอาศัยทักษะและความประณีตในการผลิตเป็นอย่างสูงเพื่อให้เกิดลวดลายที่วิจิตรงดงาม นับเป็นผลงานหัตถกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ธรรมเนียมประเพณีของชาวนครศรีธรรมราชและชาวใต้มานานนับร้อยปี โดยปัจจุบันสินค้าดังกล่าวอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียน GI ในไทย

อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมฯ ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าผลักดันโครงการ
ที่ช่วยยกระดับชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกเชื่อมโยงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น เข้ากับเศรษฐกิจยุคใหม่ อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้ กระจายโอกาสทางการค้า และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว














กำลังโหลดความคิดเห็น