รมว.พาณิชย์เปิดงาน “เมดอินไทยแลนด์ ประจำปี 2548” อย่างเป็นทางการแล้ว ตั้งเป้าให้สินค้าแบรนด์ “เมดอินไทยแลนด์” เป็นแบรนด์ที่มีคุณภาพ และเป็นหัวหอกหลักในการส่งออกสินค้าไปทั่วโลก โดยยังมั่นใจว่าการส่งออกปีนี้จะขยายตัวถึงร้อยละ 18 แต่ปี 2549 จะไม่ตั้งเป้าการส่งออก แต่จะบุกเจาะทุกภูมิภาค
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน “งานแสดงสินค้าเมดอินไทยแลนด์ ประจำปี 2548” ของกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ที่อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 2-11 ธันวาคม 2548 เวลา 10.00-21.00 น.
นายสมคิด กล่าวว่า ต้องการให้แบรนด์เมดอินไทยแลนด์เป็นสัญลักษณ์สินค้าคุณภาพ สินค้ามีระดับติดตลาดไปทั่วโลก และงานแสดงเมดอินไทยแลนด์ถือเป็นการสนับสนุนให้คนไทยใช้สินค้าที่ผลิตในเมืองไทย เพื่อลดการนำเข้า ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จะมีการเร่งขยายตลาดการส่งออก เพื่อให้ดุลการค้ากลับมาเป็นบวก โดยในปี 2549 กระทรวงพาณิชย์จะนำทัพนักธุรกิจไปบุกตลาดทั่วโลก เช่น จีน ญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐ โดยใช้แบรนด์ Thai Ness To The World ทั้งเรื่องของการท่องเที่ยว อาหาร และสินค้าส่งออก เพื่อให้ชาวต่างชาติได้รู้จักแบรนด์สินค้าไทย โดยกระทรวงพาณิชย์จะไม่มีการตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตของการส่งออกในปีหน้า เพราะมั่นใจว่าหากไทยเข้าไปเจาะตลาดในแต่ละภูมิภาคจะไม่มีข้อจำกัดในการส่งออกของไทย การส่งออกก็จะสร้างสถิติใหม่ได้
“สำหรับในปี 2548 กระทรวงพาณิชย์มั่นใจว่าการส่งออกจะเติบโตถึงร้อยละ 18 เพราะตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนตุลาคมส่งออกขยายตัวแล้วประมาณร้อยละ 16 ซึ่งเหลือเวลาอีก 2 เดือนจะต้องเร่งการส่งออกให้มากที่สุด” นายสมคิด กล่าว
ส่วนอัตราการเติบโตของการส่งออกเดือนตุลาคมตามข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ขยายตัวเพียงร้อยละ 7.7 นั้น นายสมคิด กล่าวว่า ไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2547 ฐานการส่งออกสูงมาก กระทรวงพาณิชย์มั่นใจว่าหากภาคเอกชนและภาครัฐร่วมกันการส่งออกจะได้ผลตามที่ตั้งไว้ ดูได้จากอัตราเงินเฟ้อเดือนพฤศจิกายน 2548 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 แต่เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม 2548 ลดลงร้อยละ 0.7 ซึ่งถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 12 เดือน ซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุมการเก็งกำไรของสินค้า และมาตรการการตรึงราคาสินค้าได้ผล ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะรักษาภาวะเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับมั่นใจว่าภายใน 3 ปีข้างหน้าจะมีเงินทุนไหลเข้ามาลงทุนในประเทศไทยจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จึงขอให้ติดตามจะทำให้ดู
นอกจากนี้ ยังขอให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดตั้งกองทุนนวัตกรรมในปี 2549 เพื่อต่อยอดวิทยาการและการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ในการพัฒนาสินค้าไทยให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานโลกด้วย
สำหรับงานแสดงเมดอินไทยแลนด์จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 โดยปีนี้มีผู้ผลิตและผู้ส่งออกนำสินค้ามาแสดงมากกว่า 1,000 คูหา เต็มพื้นที่แสดง 20,000 ตารางเมตร มีทั้งอาหาร เครื่องดื่ม สิ่งทอ เสื้อผ้า อัญมณี ของตกแต่งบ้าน ของขวัญ และในปีนี้ยังมีการแสดงความยินดีกับอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยที่สามารถผลิตรถยนต์ได้มากเป็นประวัติการณ์ถึง 1.15 ล้านคัน โดยส่งออกได้ 450,000 คัน มูลค่าส่งออก 330,000 ล้านบาท สูงเป็นอันดับ 7 ของโลก และเป็นยอดจำหน่ายในประเทศ 700,000 คัน คาดว่าปี 2549 จะผลิตได้ 1.2 ล้านคัน และอีก 5 ปีข้างหน้าจะผลิตได้ 1.8 ล้านคัน


