ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศสนับสนุนนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ในศึกเลือกตั้งอิสราเอล ขณะที่ผู้นำยิวซึ่งดำรงตำแหน่งมาอย่างยาวนานกำลังดิ้นรนเพื่อแสวงหาความได้เปรียบในศึกเลือกตั้งรัฐสภาที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า
ทรัมป์ ยกย่อง เนทันยาฮู ว่าเป็น "นายกรัฐมนตรีนักรบผู้ยิ่งใหญ่" และเป็นหุ้นส่วนสันติภาพ โดยให้เครดิตเขาในการเข้าร่วมกับสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านเมื่อเดือน ก.พ.
ความขัดแย้งที่ดำเนินมาเป็นเดือนที่ 7 นี้ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานทั่วโลก และสร้างความเสียหายไปทั่วตะวันออกกลาง ทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ และทำให้เศรษฐกิจในภูมิภาคไม่มั่นคง
"บีบี เนทันยาฮู แข็งแกร่ง กล้าหาญ และชาญฉลาดอย่างยิ่งเมื่อเผชิญกับการต่อต้านอย่างมหาศาล รวมถึงการต่อต้านจากชาวอิสราเอลเองด้วย" ทรัมป์เขียนในโพสต์บน Truth Social
“ถึงแม้จะมีอุปสรรคมากมาย เขาก็ยังอดทนและประสบความสำเร็จ! ผมได้เห็นบีบีในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด ชายหรือหญิงทั่วไปในสถานการณ์เช่นนั้นคงจะอ่อนแรงลงภายใต้แรงกดดัน แต่บีบีไม่อ่อนแรง เขากลับแข็งแกร่งขึ้น และยังคงรักษาความแข็งแกร่งนั้นไว้ได้จนถึงทุกวันนี้”
ในข้อความที่ส่งถึง “ประชาชนผู้ยิ่งใหญ่แห่งอิสราเอล” ทรัมป์ กล่าวเสริมว่า “โปรดให้จดหมายฉบับนี้เป็นตัวแทนของการสนับสนุนอย่างเต็มที่และสมบูรณ์ของผมต่อบีบี เนทันยาฮู ในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลอีกครั้ง”
การสนับสนุนจาก ทรัมป์ ไม่ได้รับประกันว่า เนทันยาฮู และพรรคลิคุดฝ่ายขวาของเขาจะได้รับแรงหนุนจากมวลชนในการเลือกตั้งระดับชาติในวันที่ 27 ต.ค. เนื่องระดับการสนับสนุนของชาวอิสราเอลที่มีต่อ ทรัมป์ ก็ลดลงมาก ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและสหรัฐฯ เกี่ยวกับอิหร่าน
ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า ไม่มีผู้สมัครคนใดเลยมีเส้นทางที่ชัดเจนสู่การขึ้นสู่อำนาจ นายกรัฐมนตรีอิสราเอลนั้นได้รับการเลือกตั้งผ่านการสร้างพันธมิตรในรัฐสภามากกว่าการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน
นี่จะเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกของอิสราเอลนับตั้งแต่กลุ่มฮามาสบุกโจมตีเมืองตอนใต้เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ปี 2023 ซึ่งสร้างความสะเทือนขวัญไปทั้งประเทศ ทำให้ตะวันออกกลางตกอยู่ในความปั่นป่วน และกระตุ้นให้อิสราเอลทำสงครามทั้งในกาซา เลบานอน และอิหร่าน
การเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นตัวกำหนดว่า เนทันยาฮู จะยังคงอยู่ในอำนาจต่อไปหลังช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ของอิสราเอล หรือจะพ่ายแพ้ให้กับคู่แข่งสายกลางที่สัญญาว่าจะนำพาประเทศไปสู่ยุคใหม่
เนทันยาฮู รีบแสดงความขอบคุณต่อ "เพื่อนรักโดนัลด์" ของเขาทาง X โดยกล่าวว่า "เราจะร่วมกันทำภารกิจให้สำเร็จ!"
ทรัมป์ ได้แหวกธรรมเนียมปฏิบัติของสหรัฐฯ มายาวนานด้วยการประกาศสนับสนุนผู้สมัครในการเลือกตั้งของต่างประเทศ รวมถึงฮังการี โคลอมเบีย อาร์เจนตินา ญี่ปุ่น และฮอนดูรัส
ความสัมพันธ์ของ ทรัมป์ กับ เนทันยาฮู นั้นใกล้ชิดแต่ก็มีความขัดแย้งอยู่บ้าง โดยผู้นำสหรัฐฯ ได้วิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดของอิสราเอลทั้งในที่สาธารณะและส่วนตัว
สงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากกับอิหร่านนั้นไม่เป็นที่นิยมในหมู่ชาวอเมริกัน ซึ่งจะลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งสภาคองเกรสกลางเทอมในวันที่ 3 พ.ย. ขณะเดียวกัน การสนับสนุนอิสราเอลในหมู่ชาวอเมริกันก็ลดลงเช่นกัน เนื่องจากสงครามกับอิหร่านและการกระทำของอิสราเอลตลอด 3 ปีในสงครามกาซาที่ ทรัมป์ สัญญาว่าจะปิดฉากลง
ทามาร์ เฮอร์มันน์ นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันประชาธิปไตยอิสราเอลที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดในเยรูซาเลม กล่าวว่า การสนับสนุนจาก ทรัมป์ ในช่วงโค้งสุดท้ายนี้อาจช่วยดึงคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลังเลกลับมาได้ แต่ไม่น่าจะช่วยให้ เนทันยาฮู ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวาง
คนอิสราเอลส่วนใหญ่ แม้แต่ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ เนทันยาฮู และรัฐบาลของเขา ยังคงเห็นด้วยกับการทำสงครามกับอิหร่าน
ในศึกเลือกตั้งที่สูสีเช่นนี้ “มันไม่น่าจะส่งผลร้ายต่อเขา และอาจช่วยเขาได้ด้วยซ้ำ” แอรอน เดวิด มิลเลอร์ นักวิเคราะห์จากมูลนิธิคาร์เนกีเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศในกรุงวอชิงตัน กล่าว
ที่มา: รอยเตอร์


