ข้อพิพาทเรื่องหลักเขตชั่วคราวตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทยในจังหวัดพระตะบองทวีความรุนแรงขึ้น หลังนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต แห่งกัมพูชา ท้าทาย อุม สม อาน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรฝ่ายค้าน ให้นำเสนอหลักฐานสนับสนุนคำกล่าวอ้างดังกล่าว ตามรายงานของขแมร์ไทม์สในวันจันทร์(19ต.ค.)
ทาง สม อาน ผู้ซึ่งลี้ภันตนเองในต่างแดน ตอบโต้กลับด้วยการบอกว่า พร้อมที่จะไปถกเถียงและพูดคุยในประเด็นนี้ แต่ขอให้ทางการนิรโทษกรรมและรับประกันความปลอดภัยของเขาเสียก่อน แล้วจากนั้นเขาถึงจะยอมกลับไปยังกัมพูชา
ประเด็นพิพาทในเรื่องนี้ เรียกเสียงประณามจากฮุน เซน ประธานวุฒิสภา ซึ่งตอบโต้คำขอพระราชทานอภัยโทษของ สม อาน ด้วยการเปรียบเปรยในเชิงดูหมิ่น โดยแม้ไม่ได้เอ่ยชื่อ สม อาน ตรงๆ แต่ ฮุน เซน อ้างถึงอดีตนักโทษผู้ถูกพิพากษาว่ามีความผิด ทว่ากลับมากล่าวหารัฐบาลว่ายอมยกดินแดนให้แก่ประเทศไทย
ในข้อความที่โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ฮุน มาเนต เชิญ สม อาน และทีมงาน นำเสนอเอกสาร แผนที่หรือหลักฐานอื่นๆ เพื่อหารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากสำนักเลขาธิการกิจการชายแดนแห่งรัฐ คำเชิญดังกล่าวมีขึ้นหลังคำกล่าวอ้างของ สม อาน ที่แสดงความกังวลว่ากัมพูชาได้สูญเสียการควบคุมเหนือพื้นที่ต่างๆตามแนวชายแดน และความไม่ถูกต้องที่เกี่ยวข้องกับหลักหมุดเขตแดนที่ 52 ถึง 59
ฮุน มาเนต เสนอรับประกันความปลอดภัยแก่ สม อาน และคณะทำงานของเขา เช่นเดียวกับความช่วยเหลือต่างๆ ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ที่พัก และการเดินทางในท้องถิ่น
นายกรัฐมนตรีรายนี้ กล่าวว่านักข่าว ตัวแทนทางการเมือง องค์กรภาคประชาสังคม นักศึกษา และประชาชนทั่วไป สามารถเข้าร่วมสังเกตการณ์การหารือได้ อย่างไรก็ตามเขาเสริมว่าข้อมูลที่ละเอียดอ่อนซึ่งเกี่ยวข้องกับการเจรจาเรื่องพรมแดนนั้น ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ฮุน มาเนต เน้นย้ำคำรับประกันความปลอดภัย พร้อมบอกต่อว่าหากการหารือบนพื้นฐานของเอกสาร ไม่สามารถทำให้ประเด็นดังกล่าวชัดเจนขึ้น คู่กรณีอาจพิจารณาการลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อหาข้อเท็จจริงในสถานที่จริง
ในหนังสือลงวันที่ 15 ตุลาคม สม อาน บอกว่าเขามีความตั้งใจส่งผู้แทน 1 ใน 10 คน เข้าหารือเกี่ยวกับประเด็นชายแดน อย่างไรก็ตามเขาร้องขอพระราชทานอภัยโทษ ยกเลิกข้อจำกัดด้านการเดินทาง คำรับประกันความปลอดภัยที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรและหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้แล้วข้อเสนอของเขายังเกี่ยวกับกับผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคและแผนที่จากฝรั่งเศสด้วย
Meng Pengsila นักประวัติศาสตร์และนักวิเคราะห์ทางภูมิรัฐศาสตร์ ให้สัมภาษณ์กับขแมร์ไทม์ส ว่านักการเมืองอาวุโสควรปรับท่าทีของตนให้ประนีประนอมมากขึ้น และหันมาร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของชาติ โดยไม่คำนึงถึงสังกัดทางการเมือง แทนที่จะมุ่งกล่าวโทษโต้ตอบกันไปมาเช่นที่เป็นอยู่
เขากล่าวเสริมว่าพฤติกรรมเผชิญหน้าอาจเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่คนรุ่นหลัง และทำให้ประเทศอ่อนแอลง นกอจากนี้แล้วเขาบอกด้วยว่า ความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงดำเนินต่อไปอาจบั่นทอนสถานะของกัมพูชาทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ
(ที่มา:ขแมร์ไทม์ส)


