xs
xsm
sm
md
lg

งามไส้!แฉเหล่าแบงก์ยักษ์ของโลกช่วย'เอปสตีน'ทำธุรกรรมต้องสงสัย ชำระเงินค้ากามบรรดาหญิงสาวยุโรปตอ.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ดอยซ์แบงก์, เจพีมอร์แกน และแบงก์ออฟอเมริกา ต่างช่วยเหลือ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กและค้ามนุษย์ผู้ล่วงลับ ทำธุรกรรมต้องสงสัยต่างๆนานาคิดเป็นเงินกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์(ราว 33,000 ล้านบาท) ในนั้นรวมถึงเป็นการชำระเงินเป็นค่าค้ามนุษย์บรรดาหญิงสาวจากยุโรปตะวันออก อ้างอิงรายงานของสมาชิกจากเดโมแครตในคณะกรรมาธิการการเงินวุฒิสภาสหรัฐฯ

รายงานระบุว่ามีบรรดานายธนาคารมากกว่าสิบคน ณ บริษัทในวอลล์สตรีททั้ง 3 แห่ง ที่รับทราบเกี่ยวกับการทำธุรกรรมต้องสงสัยของเอปสตีน ย้อนกลับไปจนถึงปี 2002 แต่ไม่มีธนาคารใดที่รายงานเกี่ยวกับธุรกรรมต้องสงสัยดังกล่าว จนกระทั่งในอีกหลายปีต่อมา ตามหลัง เอปสตีน ถูกจับกุมและโดนตั้งข้อหาค้ามนุษย์

เอปสตีน เป็นลูกค้าของเจพี มอร์แกน ระหว่างปี 1998 ถึง 2013 ซึ่งรายงานระบุว่าระหว่างนั้นเขาทำธุรกรรมที่ต้องสงสัยมากกว่า 5,000 รายการ รวมเป็นเงินกว่า 1,100 ล้านดอลลาร์(ราว 36,000 ล้านบาท) ทั้งนี้แม้ เจพีมอร์แกน ถอด เอปสตีน ออกจากการเป็นลูกค้าในปี 2013 หรือ 5 ปีหลังจากเขาถูกพิพากษาว่ามีความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศเด็กคดีแรก แต่ธนาคารแห่งนี้กลับรอจนกระทั่ง เอปสตีน ถูกจับกุมและเสียชีวิตในเรือนจำในปี 2019 แล้วถึงค่อยรายงานแจ้งข้อมูลการทำธุรกรรมที่น่าสงสัยเหล่านี้ ย้อนหลังไปยังกระทรวงการคลังสหัฐฯ

รายงานกิจกรรมที่น่าสงสัย (SAR) ที่ยื่นโดยเจพีมอร์แกน ในนั้นรวมถึงการจ่ายเงินให้พวกผู้หญิงในรัสเซีย, เบลารุส และ เติร์กเมนิสถาน สันนิษฐานว่าเป็นบรรดาผู้หญิงเคยมีความสัมพันธ์กับเอปสตีน หรือเป็นผู้จัดหาหญิงสาว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการค้ามนุษย์

ผู้บริหารฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎระเบียบของเจพีมอร์แกน ได้พยายามผลักดันให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสถาบันการเงินแห่งนี้ ตัดความสัมพันธ์กับ เอปสตีน มาตั้งแต่ปี 2010 เป็นอย่างน้อย หนึ่งในนั้นเรียกเขาว่า "คนเลวทราม" อย่างไรก็ตามบรรดาผู้บริหารระดับสูงหักล้างความเห็นดังกล่าว แม้รับรู้เกี่ยวกับการชำระเงินค่าค้ามนุษย์หญิงสาวของ เอปสตีน เป็นอย่างดี แถมยังพูดติดตลกเกี่ยวความชื่นชอบของ เอปสตีน ที่มีต่อสาวรุ่นเยาว์ และรักษาสถานะความเป็นลูกค้าของผู้ถูกพิพากษาว่ามีความผิดฐานล่วงละเมิดเด็ก ไว้จนถึงปี 2013

ในรายงานระบุว่าทาง ดอยซ์แบงก์ ก็ทราบเกี่ยวกับการทำธุรกรรมต้องสงสัยโดยเอปสตีนเช่นกัน แต่เพิ่งยื่นรายงานกิจกรรมที่น่าสงสัยไปยังกระทรวงคลังในปี 2019 ทั้งนี้ เอปสตีน โอนย้ายทรัพย์สินเกือบทั้งหมดของเขามายังดอยช์แบงก์ หลังจากถูกเจพีมอร์แกนเขี่ยทิ้ง โดยระหว่างปี 2013 ถึง 2019 เขาทำธุรกรรมต้องสงสัยจำนวน 1,140 รายการ

ด้านแบงก์ออฟอเมริกา ล้มเหลวในการรายงานเกี่ยวกับการชำระเงิน 170 ล้านดอลลาร์ จากมหาเศรษฐี ลีออน แบล็ค ผู้ซึ่งอ้างว่าจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ เอปสตีน เป็นค่าที่ปรึกษาเรื่องภาษี แต่ความจริงแล้วเงินส่วนใหญ่ของแบล็ค ถูกนำไปเป็นทุนสนับสนุนปฏิบัติการค้ากามของเอปสตีน บนหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐฯ แม้ทางธนาคารสรุปว่าการจ่ายเงินนี้ ดูเหมือนไม่มีจุดประสงค์ทางเศรษฐกิจ ไม่ได้เป็นการทำธุรกิจและอาจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่แบงก์ออฟอเมริกา ก็ไม่ได้แจ้งเกี่ยวกับกิจกรรมที่น่าสงสัย จนกระทั่งปี 2020

ภายใต้กฎหมายความลับทางการธนาคาร สถาบันการเงินต่างๆจำเป็นต้องแจ้งกับรัฐบาลในทันที เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาสงสัยว่ามีการฟอกเงินหรือมีการใช้เงินเพื่อสนับสนุนกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย "บรรดานายธนาคารที่ควรจะตั้งคำถามกลับไม่ได้ถามคำถามพวกเขา" รายงานเน้นย้ำ "อาชญากรรมของเจฟฟรีย์ เอปสตีน ซ่อนตัวอยู่ในที่ที่มองเห็นได้ชัดเจน"

วุฒิสมาชิก รอน วีเดน สมาชิกคณะกรรมาธิการการเงินจากพรรคเดโมแครต ระบุว่าบรรดาพันธมิตรของทรัมป์ พยายามขัดขวางคณะกรรมาธิการจากการเข้าถึงประวัติการทำธุรกรรมทางธนาคารของเอปสตีน โดยกล่าวหา สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังปฏิเสธคำร้องที่ยื่นไป 3 รอบ สำหรับขอให้ส่งมอบรายละเอียดเกี่ยวกับรายงานกิจกรรมที่น่าสงสัยทั้งหลาย ขณะเดียวกันบรรดาวุฒิสภาจากรีพับลิกันก็ขัดขวางร่างกฎหมายฉบับหนึ่ง ที่จะบังคับให้กระทรวงการคลังส่งมอบเอกสารดังกล่าว

(ที่มา:อาร์ทีนิวส์)