รอยเตอร์ – สเปนเริ่มติดตั้งสิ่งกีดขวางลอยน้ำได้ที่เขตปกครองตัวเองซูตา(Ceuta)ในชายฝั่งแอฟริกาเหนือเมื่อชั่วข้ามคืนที่ผ่านมาเพื่อกั้นฝูงผู้อพยพแอฟริกันไม่ให้ทะลักเข้าไปหลังเสียชีวิตไปไม่ต่ำกว่า 67 คน
รอยเตอร์รายงานวานนี้(1 ส.ค)ว่า เจ้าหน้าที่สเปนเปิดเผยว่ามีผู้อพยพร่วม 50,000 คนได้บุกข้ามแดนเข้าไปในเขตปกครองตัวเอง ตัวเองซูตา(Ceuta)ของแดนกระทิงดุในแอฟริกาเหนือตั้งแต่วันพฤหัสบดี(30 ก.ค)อย่างคาดไม่ถึง
และในเวลาต่อมาพบว่าฝูงชนไม่ต่ำกว่า 48,000 คนได้เดินทางกลับออกมาที่โมร็อกโกที่มีพรมแดนติดกันภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากนั้น สเปนแถลง
ภาพจากคลิปของรอยเตอร์ในวันเสาร์(1)แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ทหารสเปนและตำรวจได้เดินลาดตระเวนท่ามกลางหมอกปกคลุมในชายหาดตาราฆาล(Tarajal)ซึ่งอยู่ติดกับเมือง ฟนิดิก (Fnideq) ของโมร็อกโก
ตำรวจพิทักษ์พลเรือนสเปน(Civil Guard police) เริ่มติดตั้งเครื่องกีดขวางแบบลอยน้ำได้เมื่อเวลา 07.50 น. ตามเวลาท้องถิ่นในตาราฆาล หนึ่งในจุดที่ผู้คนมักจะทะลักเข้าไปด้านในดินแดนไกลโพ้นทะเลของสเปน
เครื่องกีดขวางลอยน้ำที่ตั้งขขวางขนานไปกับทุ่นทางน้ำ โดยเครื่องกีดขวางนี้สูงราว 30 ซม. – 70 ซม.เหนือผิวน้ำและต่ำกว่าน้ำร่วม 1 เมตรละมีช่องเปิดระหว่างเครื่องกั้นที่จะให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจการในพื้นที่ได้
การฝ่าข้ามเข้าดินแดนอาณานิคมของสเปนในแอฟริกาเหนือนี้สร้างความตกตะลึงไปทั่วสหภาพยุโรปและสมาชิก 22 ชาติได้ส่งหนังสือเพื่อร้องขอปฎิบัติการประสานร่วมมือเพื่อปกป้องพรมแดนด้านนอกของยุโรปและมาตรการอื่นๆ
ไอร์แลนด์ที่นั่งเป็นประธาน EU แบบหมุนเวียนกล่าวว่าได้สั่งเรียกประชุมฉุกเฉินทางการประชุมทางไกลขงบรรดารัฐมนตรีมหาดไทยชาติสมาชิกในวันอังคาร(4)
ด้านนายกรัฐมนตรีสเปนกลางซ้าย เปโดร ซานเชซ ออกมาวิจารณ์การตัดสินใจของสเปนในวันศุกร์(31 ก.ค)ที่ออกคำสั่งยุติการเดินทางเสรีโดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทางตามข้อตกลงเชงเกนระหว่างอิตาลี-สเปนนาน 1 เดือน
“ตามสถานการณ์ระหว่างประเทศในปัจจุบัน EU ไม่สามารถแบกรับความเห็นแก่ตัวประเภทนี้ได้ แสดงความเป็นขั้วและมาตรการที่ไม่ชอบธรรม” ซานเชซกล่าวในหนังสือที่ยื่นถึงประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปและประธานสภายุโรป
เจ้าหน้าที่สเปนเปิดเผยว่า สามารถพบร่างผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 67 คนจากฝั่งของดินแดนสเปน
รอยเตอร์รายงานมีเป็นจำนวนมากต้องอพยพหนีจากสภาพบีบคั้นทางเศรษฐกิจและการปลุกเร้าโดยข่าวลือทางโซเชียลมีเดีย
รัฐมนตรีมหาดไทยสเปน เฟอร์นันโด กรานเด-มาร์ลาสกา (Fernando Grande-Marlaska) ออกมากล่าวโทษว่าเครือข่ายค้ามนุษย์ได้หาประโยชน์จากผู้อพยพที่บอบช้ำและเผยแพร่เฟคนิวส์ที่ไม่เป็นจริงของการพิพากษาศาลสูงสุดสเปนที่พิพากษาว่า การสกัดผู้อพยพทางทะเลไม่สามารถส่งตัวกลับไปในที่ปราศจากเครื่องกั้นที่เห็นด้วยตาเปล่าได้
ทั้งนี้มีการระดมหน่วย AUGG ภายใต้ตำรวจพิทักษ์พลเรือนสเปนจำนวนไม่ต่ำกว่า 200 นายพร้อมเตือนว่า มีงานอีกมากที่ต้องทำเพื่อหยุดฝูงชน
รัฐบาลมาดริดแถลงว่า ผู้อพยพที่เดินทางเข้าเขตปกครองซูตาแบบผิดกฎหมายไม่สามารถเดินทางต่อไปยังแผ่นดินใหญ่ของสเปนหรือที่อื่นๆในเขตสหภาพยุโรป
กระทรวงต่างประเทศสเปนเสริมผ่านแถลงการณ์ว่า นักเดินทางที่ออกมาจากซูตาทางน้ำหรือทางอากาศต้องได้รับการตรวจบัตรประจำตัวจากตำรวจโดยแสดงถึงการควบคุมชั้น 2 หลังจากการคงบคุมทางบกร่วมกับโมร็อกโก
ทั้งนี้ต่างจากยุโรปส่วนใหญ่พบว่า สเปนแสดงจุดยืนที่เปิดกว้างต่อผู้อพยพพร้อมเสนอโครงการให้สิทธิผู้พำนักถาวรถูกต้องทางกฎหมายแก่ผู้อพยพผิดกฎหมายกว่าครึ่งล้าน
อย่างไรก็ตามมาดริดออกมาปฎิเสธว่า โครงการนี้ทำให้เกิดความหวังในหมู่ผู้อพยพที่เกิดการอพยพครั้งใหญ่ทำให้ทะลักเข้าซูตาที่มีการกล่าวอ้างว่า ผู้ขอต้องแสดงการพำนักในสเปนก่อนมกราคมปี 2026 และ 5 เดือนต่อเนื่องของการอาศัยอยู่ในสเปนขณะร้องขอ


