มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวกับบรรดารัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อวันพุธ (22 ก.ค.) ว่า การที่อิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นการสร้าง "แบบอย่างที่อันตราย" ซึ่งจะส่งแรงกระเพื่อมไปไกลกว่าภูมิภาคตะวันออกกลาง
ถ้อยคำของ รูบิโอ เกิดขึ้นหลังจากที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ประกาศว่าได้เริ่มโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่านเป็น "คืนที่ 11 ติดต่อกัน" เพื่อลดทอนศักยภาพของประเทศในการคุกคามการขนส่งสินค้าทางทะเลในเส้นทางดังกล่าว
"หากเราสร้างแบบอย่างในตะวันออกกลางที่ประเทศใดประเทศหนึ่งสามารถตัดสินใจควบคุมเส้นทางน้ำระหว่างประเทศ เรียกเก็บค่าธรรมเนียม และยิงทำลายเรือของคุณหากคุณไม่ยอมจ่าย ก็เท่ากับเราได้สร้างแบบอย่างที่อันตรายมากซึ่งจะเกิดขึ้นซ้ำในส่วนอื่นๆ ของโลก รวมถึงในภูมิภาคนี้ด้วย" รูบิโอ กล่าวกับบรรดาผู้แทนอาเซียนที่กรุงมะนิลา
"โดยพื้นฐานแล้ว มันง่ายมาก อิหร่านเรียกร้องสิทธิ์ ซึ่งพวกเขาไม่มีสิทธิ์นั้นภายใต้กลไกทางกฎหมายใดๆ ที่มีอยู่ ในการควบคุมการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ” เขากล่าว “มีหลักการพื้นฐานเกี่ยวกับเสรีภาพในการเดินเรือที่กำลังถูกคุกคาม”
“เราไม่สามารถปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้”
คำกล่าวของ รูบิโอ เกิดขึ้นในขณะที่ภูมิภาคนี้ก็กำลังเผชิญกับข้อพิพาทเรื่องการอ้างสิทธิ์ทับซ้อนกันระหว่างจีนและประเทศสมาชิกอาเซียนในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญอีกเส้นทางหนึ่งสำหรับการค้าโลก
การเดินทางมาฟิลิปปินส์ของเขาในเช้าวันอังคาร (21) ตรงกับช่วงเวลาที่สหรัฐฯ ประณามเหตุปะทะระหว่างลูกเรือชาวจีนและฟิลิปปินส์ในน่านน้ำพิพาทเมื่อเร็วๆ นี้
รูบิโอ จะพบกับ หวัง อี้ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศจีนในวันพุธ (22) โดยเป็นการประชุมข้างเคียงที่จัดขึ้นระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ซึ่งเขาจะมีการหารือกับสมาชิกกลุ่ม Quad อื่นๆ ได้แก่ อินเดีย ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น รวมถึงประเทศอื่นๆ ด้วย
รูบิโอ กล่าวเสริมว่า สหรัฐฯ ยังคง "เปิดกว้าง" ต่อการเจรจาทางการทูตกับอิหร่าน แต่เขาคิดว่าเตหะราน "ไม่จริงจัง"
“สหรัฐอเมริกายังคงเปิดกว้าง และยินดีที่จะมีส่วนร่วมในการเจรจาและหารืออย่างสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ ตราบใดที่คำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ได้รับการเคารพ” เขากล่าว
“ปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ก็คือ พวกเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเจรจาอย่างจริงจัง”
“หากพวกเขามีความจริงจัง เราก็จะมีความจริงจังเช่นกัน หากพวกเขาไม่มีความจริงจัง เราก็จะทำในสิ่งที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเราและพันธมิตรของเรา”
ที่มา: เอเอฟพี


