บิลล์ เกตส์ ยอมรับ “ตัดสินใจผิดพลาดร้ายแรง” และไม่น่าพบกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน ตั้งแต่แรก แฉถูกนักค้ากามเด็กผู้นี้เอาเรื่องสัมพันธ์ฉาวมาแบล็กเมล์ อย่างไรก็ดี เขายืนยันว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องและไม่เคยรู้เห็นการกระทำผิดของเอปสตีน
เกตส์ มหาเศรษฐีจากวงการเทคโนโลยี กลายเป็นคนดังคนล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับเอปสตีนและต้องไปให้ปากคำแบบปิดประตูห้องพูดจากันเป็นการภายใน กับคณะกรรมาธิการกำกับตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เนื่องจากมีชื่อปรากฏหลายครั้งในเอกสารคดีค้ากามเด็กของเอปสตีนที่กระทรวงยุติธรรมนำออกเผยแพร่ โดยในเอกสารดังกล่าวเผยให้เห็นว่า เอปสตีนมีสายสัมพันธ์กับบุคคลชั้นนำมากมายทั้งในแวดวงการเมือง การเงิน วิชาการ และธุรกิจ ซึ่งรวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่พบปะสังสรรค์กับเอปสตีนบ่อยครั้งในช่วงทศวรรษ 1990 และ 2000
คณะกรรมาธิการชุดนี้กำลังสอบสวนหาความเป็นไปได้ว่า กระทรวงยุติธรรมจัดการคดีค้ามนุษย์และล่วงละเมิดผู้เยาว์ต่อเอปสตีน และกริสเลน แม็กซ์เวลล์ อดีตคนสนิทและผู้สมรู้ร่วมคิดของเอปสตีน อย่างเหมาะสมหรือไม่ โดยแพม บอนดี อดีตรัฐมนตรียุติธรรมที่ถูกทรัมป์ปลดเมื่อเดือนเม.ย. ถูกวิจารณ์หนักและถูกกล่าวหาว่า พยายามขัดขวางไม่ให้มีการสอบสวนทรัมป์
เกตส์กล่าวระหว่างเดินทางถึงอาคารรัฐสภาเมื่อวันพุธ (10 มิ.ย.) ว่า การให้ปากคำของเขาเป็นไปโดยสมัครใจและหวังว่า จะช่วยให้ทางรัฐสภาหยิบยื่นความยุติธรรมให้แก่เหยื่อของเอปสตีน
เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์และประธานมูลนิธิเกตส์ ไม่ได้ถูกกล่าวหาว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของเอปสตีน และตัวเขาก็ปฏิเสธมาตลอดว่า ไม่เคยรู้เห็นการล่วงละเมิดเด็กของนักการเงินชื่อดังผู้นี้ที่เสียชีวิตระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำในนิวยอร์กขณะรอการพิจารณาคดีเมื่อปี 2019 ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่า เป็นการฆ่าตัวตาย
ตามการเปิดเผยของบรรดา ส.ส. เกตส์ให้ปากคำว่า ได้รับการแนะนำจากคนที่ไว้ใจที่ทำธุรกิจและทำงานมูลนิธิการกุศลร่วมกันให้รู้จักกับเอปสตีนเมื่อปี 2011 โดยบอกว่า เอปสตีนสามารถช่วยระดมทุนนับพันล้านดอลลาร์ให้โครงการสุขอนามัยระดับโลกได้
เกตส์ หนึ่งในมหาเศรษฐีแถวหน้าของโลก บอกด้วยว่า ตอนนั้นเขารู้ว่า เอปสตีนเคยมีปัญหาทางกฎหมายมาก่อน และยอมรับว่า ผิดพลาดที่ไม่ได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวให้ดี
ทั้งนี้ เกตส์ดูเหมือนจะพาดพิงถึงเรื่องที่เอปสตีนเคยยอมรับสารภาพในข้อหาค้าประเวณีในฟลอริดาเมื่อปี 2008 และถูกจำคุกนาน 13 เดือน
เกตส์ขยายความว่า หลังจากได้รับการแนะนำ เขาได้พูดคุยและพบกับเอปสตีนเรื่องการกุศลหลายครั้งระหว่างปี 2011-2014 แต่ไม่เคยมีการตั้งมูลนิธิหรือระดมทุนเพื่อการกุศลร่วมกัน และเขายุติการติดต่อกับเอปสตีนในเดือนธ.ค. 2014
เกตส์ยอมรับว่า ไม่น่าพบกับเอปสตีนตั้งแต่แรก แต่ยืนยันว่า ไม่เคยไปที่เกาะส่วนตัวหรือที่พักแห่งอื่นๆ ของนักค้ากามเด็กผู้นี้
ทั้งนี้ ในแฟ้มลับคดีเอปสตีนมีร่างอีเมลที่นักการเงินผู้นี้ระบุทำนองว่า ได้ช่วยเกตส์จัดการปัญหาจากความสัมพันธ์นอกสมรส ซึ่งรวมถึงการหายาปฏิชีวนะให้หลังจากเกตส์ติดโรคจากเพศสัมพันธ์
ก่อนหน้านี้ เกตส์ยืนยันว่า อีเมลดังกล่าวเป็นของปลอม แต่ระหว่างการให้ปากคำในวันพุธ เขายอมรับว่า เอปสตีนล่วงรู้ข้อมูลอ่อนไหวเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเขา รวมถึงเรื่องที่เขามีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยา
เกตส์กล่าวหาว่า เอปสตีนพยายามใช้ข้อมูลดังกล่าว รวมถึงเรื่องโกหกอีกหลายอย่างเพื่อกดดันให้เขากลับไปคบหาด้วย แต่ไม่สำเร็จ และเสริมว่า ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่า เอปสตีนพยายามสร้างภาพลักษณ์ให้ตนเองดูน่าเชื่อถือด้วยการพยายามผูกสัมพันธ์กับคนดังและผู้มีอำนาจอิทธิพล
ภายหลังการให้ปากคำ ทิม เบอร์เชตต์ ส.ส.รีพับลิกัน วิจารณ์ว่า ดูเหมือนเกตส์ “ได้รับการแนะนำมาอย่างดี” และไม่ได้เปิดเผยข้อมูลหรือชื่อใหม่ๆ ให้เจ้าหน้าที่ที่กำลังสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องกับเอปสตีน
ทว่า ส.ส. โรเบิร์ต การ์เซีย สมาชิกอาวุโสที่สุดของทางฝ่ายพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการ กลับแสดงความเห็นว่า เกตส์ให้ความร่วมมือในการตอบข้อซักถาม และให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับบุคคลในแวดวงโคจรของเอปสตีน
(ที่มา: เอพี/เอเอฟพี/รอยเตอร์)


