(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/04/iran-ceasefire-owes-to-rapidfire-depletion-of-key-us-weapons/)
Iran ceasefire owes to rapidfire depletion of key US weapons
by Michael A Allen
30/04/2026
สงครามอิหร่านครั้งนี้ได้สลายมายาภาพเกี่ยวกับฐานะเหนือล้ำกว่าใครๆ ทางด้านการทหารของสหรัฐฯไปอย่างรวดเร็ว และเปิดโปงให้เห็นถึงภาวะขาดแคลนอาวุธในคลังแสงระดับที่มีอันตราย
การตกลงหยุดยิงที่แสนจะเปราะบาง ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งประกาศออกมาเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2026 ภายหลังทำสงครามกันมาเป็นระยะเวลา 40 วัน เกิดขึ้นในจังหวะโอกาสที่เอื้ออำนวยให้แก่ฝ่ายสหรัฐฯ ทั้งนี้มีรายงานจำนวนมาก [1] ซึ่งบ่งชี้ว่า อเมริกากำลังอยู่ในอาการอาวุธและเครื่องกระสุนร่อยหรอถึงขั้นตึงตัว [2] ท่ามการสู้รบขัดแย้งครั้งนี้
ในฐานะที่เป็นนักวิชาการซึ่งเน้นหนักศึกษาวิจัยว่าด้วยเรื่องการจัดวางกำลังทหารของสหรัฐฯ [3] รายงานข่าวเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่ากังวล [4] และออกจะน่าประหลาดใจ ทั้งนี้ทั้งนั้น เนื่องจากสหรัฐฯเป็นประเทศซึ่งใช้จ่ายเงินงบประมาณสำหรับด้านการทหารของตน –ในระดับเกือบๆ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี [5] –มากกว่าพวกประเทศที่กำลังใช้จ่ายสูงที่สุดรายถัดๆ ไป 9 ประเทศรวมกัน [6] ด้วยซ้ำ
เกิดอะไรขึ้นหรือ? ทำไมกองทัพสหรัฐฯจึงกำลังทำให้อาวุธของตนร่อยหรอหมดสิ้นลงไป จากการต่อกรกับประเทศหนึ่งซึ่งที่ผ่านมาหลายสิบปีตกอยู่ในสภาพถูกโดดเดี่ยวเสียเป็นส่วนใหญ่ แถมใช้จ่ายไม่ถึง 1% [7] ของงบประมาณที่สหรัฐฯใช้อยู่?
ผมเชื่อว่าการประมาณการปริมาณอาวุธในคลังแสงของสหรัฐฯ จะทำให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับปัญหาที่สหรัฐฯอาจจะประสบกับภาวะตึงตัวขึ้นอีกในอนาคตข้างหน้า รวมทั้งสิ่งที่ประเทศต่างๆ อย่างเช่น รัสเซีย และจีน อาจจะสามารถเรียนรู้จากการสู้รบขัดแย้งกับอิหร่านในครั้งนี้
สหรัฐฯมีปัญหาเรื่องขีปนาวุธ
“ยุทธการมหากาพย์แห่งความโกรธเกรี้ยว” (Operation Epic Fury) [8] ตามที่สหรัฐฯเรียกชื่อการปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านคราวนี้ ได้ระดมนำเอาทรัพย์สินทางทหารปริมาณใหญ่โตมาใช้งานภายในระยะเวลาสั้นๆ [9] พวกนักวิเคราะห์ทางทหาร [10] เสนอแนะว่า สหรัฐฯกำลังเหลืออาวุธหลักๆ อยู่ในระดับต่ำ ไม่ว่าจะเป็นขีปนาวุธร่อน โทมาฮอว์ก (Tomahawk cruise missiles) [11], ขีปนาวุธยิงจากภาคพื้นดินสู่ภาคพื้นดิน (surface-to-surface missiles) [12], และขีปนาวุธที่เป็นตัวสกัดกั้นของระบบการป้องกันภัยทางอากาศ (air-defense interceptor missiles) [13]
หลังจากสงครามดำเนินมาได้ 1 เดือน ปรากฏว่าสหรัฐฯใช้ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก ไปแล้วเป็นจำนวนมากกว่า 850 ลูก [14] ขีปนาวุธร่อนชนิดนี้ซึ่งมีทั้งแบบยิงจากทะเลและยิงจากภาคพื้นดิน มีพิสัยทำการ 1,500 ไมล์ (ราว 2,414 กิโลเมตร) [15]
จำนวนดังกล่าวนี้หมายถึงระยะเวลาหลายๆ ปีของการเก็บสะสมรวบรวมเอาไว้ในคลังแสงทีเดียว ตัวอย่างเช่น สหรัฐฯจัดงบประมาณเอาไว้สำหรับการผลิตขีปนาวุธโทมาฮอว์ก จำนวน 57 ลูกในปี 2025 [16] แต่จัดซื้อมาได้ 22 ลูก [17] ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา สหรัฐฯผลิตโทมาฮอว์กออกมาคิดเป็นตัวเลขกลมๆ คือในราว 9,000 ลูก [18] และนับแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น อาจจะใช้ไปแล้วประมาณ 30% [19] ของปริมาณที่อยู่ในคลังแสงปัจจุบัน
สำหรับขีปนาวุธแบบยิงจากภาคพื้นสู่ภาคพื้น กองทัพสหรัฐฯมีใช้งานอยู่ 2 ชนิด[20] และก็ใช้สิ้นเปลืองด้วยอัตราที่ไม่สามารถดำเนินต่อเนื่องไปอย่างยืนยาวได้ หากการสู้รบขัดแย้งในอิหร่านยังคงมีความดุเดือดเข้มข้นระดับที่เคยเป็นอยู่ ทั้งนี้ขีปนาวุธเหล่านี้มีพิสัยทำการ 200 ถึง 250 ไมล์ (320 ถึง 400 กิโลเมตร) และใช้ในการโจมตีที่ต้องการความแม่นยำสูงโดยเน้นไปที่พวกเป้าหมายต่างๆ ทางทหาร เป็นต้นว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศ หรือกองทหารข้าศึก [21]
ส่วนขีปนาวุธสกัดกั้นของระบบป้องกันภัยทางอากาศ [22] นั้น ใช้อยู่ในระบบแพทริออต (Patriot system) ที่เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศซึ่งประจำอยู่ทางภาคพื้นดิน และระบบป้องกันภัยทางอากาศระดับสูงช่วงลงปลายทาง (Terminal High Altitude Area Defense หรือ THAAD ธาด) ที่มุ่งยิงใส่ขีปนาวุธฝ่ายโจมตีในบริเวณพิกัดตำแหน่งสูงเหนือท้องฟ้า ขณะที่มันกำลังเข้าสู่วิถีระยะสุดท้ายก่อนทิ้งตัวลงสู่เป้าหมายเบื้องล่าง ระบบอาวุธเหล่านี้ใช้ในการปกป้องคุ้มกันฐานทัพ, โครงสร้างพื้นฐาน, และกองทหาร
ปัจจุบันสหรัฐฯมีระบบ ธาด รวมทั้งสิ้น 8 ระบบ [23] และได้ลำเลียงเอาเครื่องกระสุนซึ่งก็คือขีปนาวุธตัวสกัดกั้นจากระบบ ธาด ซึ่งประจำการอยู่ในเกาหลีใต้ มายังตะวันออกกลางเพื่อใช้ในการสู้รบขัดแย้งในอิหร่าน [24]
ระบบธาด ปฏิบัติงานด้วยการยิงใส่ขีปนาวุธฝ่ายโจมตี [25] โดยที่ไม่มีการใช้วัตถุระเบิด แต่ขีปนาวุธสกัดกั้นของ ธาด พึ่งพาอาศัยเพียงแค่พลังงานจลน์ ซึ่งเกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่ของตน เข้าทำลายขีปนาวุธที่กำลังเคลื่อนเข้ามา ตามการประมาณการของศูนย์เพื่อยุทธศาสตร์และการระหว่างประเทศศึกษา (Center for Strategic and International Studies หรือ CSIS) องค์การคลังสมองชื่อดังซึ่งตั้งฐานอยู่ในวอชิงตัน ดีซี สหรัฐฯได้ใช้เครื่องกระสุนในคลังแสงระบบ ทาด ของตนไปแล้วระหว่าง 50 – 80% [26] ทีเดียวในการทำสงครามกับอิหร่านครั้งนี้
การใช้ทรัพยากรต่างๆ เหล่านี้จนหมดเปลืองไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้ กำลังบังคับให้สหรัฐฯต้องโยกย้ายขีปนาวุธจากภูมิภาคอื่นๆ [27] เข้ามายังตะวันออกกลาง ในเวลาเดียวกับที่กำลังพยายามหาทางให้ได้รับงบประมาณก้อนใหม่ๆ [28] และติดต่อประสานงานกับพวกบริษัทรับเหมารับจ้างทางกลาโหม [29] เพื่อผลิตขีปนาวุธเพิ่มเติมขึ้นโดยเร็ว กระนั้น การผลิตและการติดตั้งประจำการขีปนาวุธก็ยังอาจต้องใช้ระยะเวลา 18 ถึง 24 เดือน [30] เนื่องจากชิ้นส่วนบางอย่างจำเป็นต้องทำการผลิตขึ้นมาใหม่ ก่อนจะนำมาประกอบเข้าไปในผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย
สหรัฐฯยังมีทางเลือกอื่นๆ [31] ที่จะนำมาใช้ทดแทนระบบเหล่านี้อยู่เหมือนกัน เป็นต้นว่า ระบบโจมตีสู้รบแบบไม่ใช้มนุษย์ที่เสียค่าใช้จ่ายต่ำ (low-cost unmanned combat attack system หรือ LUCAS ลูคัส) [32] ซึ่งก็คือการใช้โดรน และเป็นระบบที่มีพิสัยทำการสั้นลงมา โดรน ลูคัส นี้ อันที่จริงแล้วสร้างขึ้นโดยอิงอาศัยดีไซน์ของโดรน “ชาเฮด” (Shahed) ของอิหร่านนั่นเอง [33]
อย่างไรก็ดี ทางเลือกที่มีราคาต่ำกว่ากันมากเหล่านี้ มีประสิทธิภาพด้อยลงไปเยอะ รวมทั้งยังเพิ่มอันตราย [34] ให้แก่ เรือ, บุคลากรที่ใช้งานระบบนี้, ตลอดจนพลเรือน
ความกังวลในขอบเขตที่กว้างไกลออกไป
การสู้รบขัดแย้งในอิหร่าน ไม่ใช่ครั้งแรกที่ปรากฏรายงานออกมาว่าสหรัฐฯกำลังเผชิญปัญหาคลังแสงอาวุธร่อยหรอลงจนถึงขั้นตึงตัว [35] ปัญหาดังกล่าวนี้เกิดขึ้นมา ส่วนหนึ่งยังเนื่องมาจากการที่วอชิงตันแสดงบทบาทเป็นผู้จัดหาจัดส่งอาวุธรายใหญ่ที่สุดของโลก [36] อีกด้วย โดยมีฐานะเป็นผู้ส่งออกอาวุธถึงราวๆ 43% ของทั่วโลก [37] ทีเดียว
ในสงครามยูเครนที่ยังไม่ได้สิ้นสุดลง สหรัฐฯเป็นผู้จัดหาจัดส่งฮาร์ดแวร์ทางทหารสำคัญๆ ทั้งหลาย –ทั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ, ขีปนาวุธ, รถถัง [38] —ให้แก่ยูเครน เพื่อใช้ทำศึกกับรัสเซีย สถานการณ์เช่นนี้ได้นำไปสู่การชะลอการลำเลียงขนส่งอาวุธไปให้แก่ประเทศและดินแดนอื่นๆ ที่เป็นลูกค้าของสหรัฐฯเช่นเดียวกัน มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง เป็นต้นว่า การจัดส่ง จรวดต่อสู้อากาศยานแบบประทับบ่ายิง “สติงเกอร์” (stinger missiles)และ ปืนใหญ่เฮาวิตเซอร์ “พาลาดิน” (Paladin howitzers) [39] ไปให้แก่ไต้หวัน [40] ซึ่งสหรัฐฯได้จัดส่งอาวุธไปให้แก่ดินแดนนี้ [41] มาตั้งแต่ทศวรรษ 1950 เพื่อป้องปรามจีนไม่ให้เข้ารุกรานเกาะแห่งนี้
ทั้งนี้ หลังจากระงับการให้ความช่วยเหลือเอาไว้ระยะหนึ่ง [42] คณะบริหารทรัมป์ได้กลับมารื้อฟื้นจัดส่งอาวุธต่างๆ ให้ยูเครนอีกครั้ง [43] ในเดือนกรกฎาคม 2025 และยุโรปได้แสดงการสนับสนุนยูเครนในรูปของการจัดซื้อจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ จากสหรัฐฯเหล่านี้เป็นจำนวนมาก [44]
สงครามที่อิสราเอลกระทำกับดินแดนกาซาและเลบานอน ก็ได้เพิ่มแรงบีบคั้นเพิ่มมากขึ้น [45] ให้แก่คลังแสงอาวุธสหรัฐฯเหมือนกัน สหรัฐฯเป็นผู้จัดหาจัดส่งความช่วยเหลือทางทหารให้แก่อิสราเอลราวๆ 3,800 ล้านดอลลาร์ต่อปี [46] ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็น 16,300 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอลในวันที่ 7 ตุลาคม 2023
แต่ไม่ว่าสหรัฐฯกำลังทำให้อาวุธของตนร่อยหรอลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ สืบเนื่องจากกำลังเป็นผู้ใช้สอยอาวุธในคลังแสงเหล่านี้เอง หรือเป็นเพราะพันธกรณีที่มีอยู่กับทั่วโลกของตนก็ตามที หรือว่าอาจจะทั้งสองส่วนผสมผเสกัน มันก็กำลังก็ให้เกิดแรงกระเพื่อมสั่นไหวแผ่ลามออกไปตลอดทั่วโลก
การสู้รบขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความต้องการใหม่ๆ ทางด้านห่วงโซ่อุปทานเพื่อใช้สำหรับการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น จึงหมายถึงว่าจะเกิดการขาดแคลนไม่เพียงพอขึ้นมาในยุโรปและในเอเชีย ที่ซึ่งพวกประเทศที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ ต้องพึ่งพาอาศัยอาวุธซึ่งอเมริกันส่งมาเพื่อดูแลรักษาความมั่นคงปลอดภัยของพวกตน
สหรัฐฯและมหาอำนาจอื่นๆ
กระนั้นก็ดี สหรัฐฯเองก็มีวิวัฒนาการของตนเองในเรื่องแบบแผนวิธีการของการเตรียมตัวเพื่อรับมือกับภัยคุกคามต่างๆ ในระดับโลกนับตั้งแต่สงครามเย็นยุติลง
ในช่วงทศวรรษ 1990 นั้น ยุทธศาสตร์ของวอชิงตันคือการเตรียมตัวเพื่อสู้รบทำสงครามที่เกิดขึ้นใน 2 ภูมิภาคพร้อมๆ กัน แต่หลังจากนั้นมา สหรัฐฯได้ลดระดับยุทธศาสตร์ทศวรรษ 1990 นี้ให้ลงมาโฟกัสที่การสู้รบขัดแย้งกับศัตรูเพียงรายเดียวในยุทธบริเวณเพียงแห่งเดียว
อย่างไรก็ดี สงครามอิหร่านได้เปิดเยให้เห็นถึงข้อจำกัดต่างๆ ของฐานะความเหนือล้ำกว่าใครๆ ในทางการทหารของสหรัฐฯ และพวกคู่แข่งอย่างเช่น จีน และรัสเซีย ก็กำลังเรียนรู้บทเรียนต่างๆ จากการสู้รบขัดแย้งในอิหร่าน โดยที่มีสหรัฐฯเป็นผู้จ่ายค่าบทเรียนเหล่านี้
ไมเคิล เอ แอลเลน เป็นศาสตราจารย์วิชารัฐศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยบอยซี สเตท (Boise State University) เมืองบอยซี, รัฐไอดาโฮ, สหรัฐฯ
ข้อเขียนนี้มาจากเว็บไซต์ เดอะ คอนเวอร์เซชั่นhttps://theconversation.com/ โดยสามารถติดตามอ่านข้อเขียนดั้งเดิมชิ้นนี้ได้ที่ https://theconversation.com/can-the-nearly-1-trillion-a-year-us-military-really-be-depleting-key-weapons-in-iran-280986
(เพื่อความโปร่งใส ทางเว็บไซต์ theconversation.com ได้เปิดเผยข้อมูลของผู้เขียนที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ปรากฏในข้อเขียนชิ้นนี้ ดังนี้
ไมเคิล เอ. แอลเลน ได้รับเงินทุนเพื่อการวิจัยจากแผนการริเริ่มมิเนอร์วา (Minerva Initiative) ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ, ห้องปฏิบัติการการวิจัยกองทัพบกสหรัฐฯ, และสำนักงานวิจัยกองทัพบกสหรัฐฯ ในช่วงปี 2017-2026 )
เชิงอรรถ
[1] https://www.militarytimes.com/news/your-military/2026/04/01/is-the-us-running-out-of-tomahawk-missiles-heres-what-the-experts-say/
[2] https://www.nytimes.com/2026/04/23/us/politics/iran-war-cost-military.html
[3] https://www.boisestate.edu/sps-politicalscience/faculty/michael-a-allen/
[4] https://breakingdefense.com/2026/03/after-epic-fury-a-munitions-supplemental-becomes-imperative/
[5] https://thehill.com/policy/defense/5841366-defense-department-2027-budget-request-golden-dome-drones-troops/
[6] https://www.sipri.org/sites/default/files/2025-04/2504_fs_milex_2024.pdf
[7] https://www.sipri.org/sites/default/files/2025-04/2504_fs_milex_2024.pdf
[8] https://www.state.gov/releases/office-of-the-legal-adviser/2026/04/operation-epic-fury-and-international-law
[9] https://www.atlanticcouncil.org/commentary/trackers-and-data-visualizations/tracking-us-military-assets-in-the-iran-war/
[10] https://www.washingtonpost.com/national-security/2026/03/27/iran-war-tomahawk-missiles/
[11] https://www.navytimes.com/news/your-navy/2026/04/07/us-navy-seeks-1200-increase-in-tomahawk-missile-procurement-for-2027/
[12] https://www.jpost.com/international/article-893788
[13] https://www.cnn.com/2026/04/21/politics/us-military-missile-stockpile
[14] https://www.washingtonpost.com/national-security/2026/03/27/iran-war-tomahawk-missiles/
[15] https://www.britannica.com/technology/Tomahawk-cruise-missile
[16] https://www.washingtonpost.com/national-security/2026/03/27/iran-war-tomahawk-missiles/
[17] https://www.csis.org/analysis/will-tomahawks-save-ukraine
[18] https://www.csis.org/analysis/will-tomahawks-save-ukraine
[19] https://www.csis.org/analysis/last-rounds-status-key-munitions-iran-war-ceasefire
[20] https://www.businessinsider.com/us-less-than-month-stockpile-thaad-prsm-iran-war-researchers-2026-3
[21]https://www.army.mil/article/278296/then_now_atacms_to_prsm_out_with_the_old_in_with_the_new
[22] https://www.nytimes.com/2026/04/05/world/middleeast/iran-war-interceptor-missiles.html
[23] https://www.congress.gov/crs-product/IF12645
[24] https://www.militarytimes.com/news/your-military/2026/04/21/us-did-not-move-defense-system-from-korea-general-says/
[25] https://www.cnn.com/2024/10/14/middleeast/thaad-missile-interceptors-israel-defense-intl-hnk-ml
[26] https://www.csis.org/analysis/last-rounds-status-key-munitions-iran-war-ceasefire
[27] https://www.militarytimes.com/news/your-military/2026/04/21/us-did-not-move-defense-system-from-korea-general-says/
[28] https://www.navytimes.com/news/your-navy/2026/04/07/us-navy-seeks-1200-increase-in-tomahawk-missile-procurement-for-2027/
[29] https://www.nytimes.com/2026/04/16/business/pentagon-ford-general-motors-defense-production.html
[30] https://www.aei.org/op-eds/why-is-the-u-s-navy-running-out-of-tomahawk-cruise-missiles/
[31] https://www.businessinsider.com/us-less-than-month-stockpile-thaad-prsm-iran-war-researchers-2026-3
[32] https://www.forbes.com/sites/davidhambling/2026/03/24/broken-tomahawks-americas-cruise-missile-problem/
[33] https://www.nytimes.com/2026/03/07/technology/iran-shahed-drones-us-war.html
[34] https://www.nytimes.com/2026/04/05/world/middleeast/iran-war-interceptor-missiles.html
[35] https://www.cbsnews.com/news/u-s-military-weapons-shortage-war-game-ukraine-aide/
[36] https://caat.org.uk/data/countries/united-states/us-arms-exports/
[37] https://www.sipri.org/media/press-release/2025/ukraine-worlds-biggest-arms-importer-united-states-dominance-global-arms-exports-grows-russian
[38] https://www.state.gov/bureau-of-political-military-affairs/releases/2025/01/u-s-security-cooperation-with-ukraine
[39] https://www.uscc.gov/sites/default/files/2022-11/2022_Annual_Report_to_Congress.pdf
[40] https://www.hawley.senate.gov/sites/default/files/2022-12/2022-12-06-Senator-Hawley-Letter-to-Blinken.pdf
[41] https://www.cfr.org/articles/us-military-support-taiwan-five-charts
[42] https://www.pbs.org/newshour/world/what-to-know-about-trumps-halt-on-military-aid-to-ukraine
[43] https://www.pbs.org/newshour/politics/u-s-resumes-sending-some-weapons-to-ukraine-after-pentagon-pause
[44] https://www.npr.org/2025/08/05/g-s1-81084/europe-us-weapons-ukraine-russia-war
[45] https://www.defensenews.com/pentagon/2024/04/30/soaring-us-munitions-demand-strains-support-for-israel-ukraine-taiwan/
[46] https://www.cfr.org/articles/us-aid-israel-four-charts
[47] https://digitalcommons.ndu.edu/strategic-forums/133/
[48] https://digitalcommons.ndu.edu/strategic-forums/133/
[49] https://warontherocks.com/ukraine-and-the-new-two-war-construct/
[50] https://www.nytimes.com/2026/04/18/us/politics/iran-hormuz-strait-trump.html
[51] https://www.bbc.com/news/articles/c1krpjr91v2o


