xs
xsm
sm
md
lg

สยอง! อิหร่านขู่เตรียมตัวรับมือราคาน้ำมันขึ้นถึง200ดอลลาร์ แสดงพิษสงโจมตีเรือ3ลำในอ่าวเปอร์เซียเป็นเรือไทย1 สหรัฐฯรับยังไม่ได้ใช้เรือรบคุ้มกันผ่าน ‘ฮอร์มุซ’

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ชาวอิหร่านจำนวนมากเข้าร่วมพิธีศพของพวกผู้บังคับบัญชากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน, พวกผู้บังคับบัญชากองทัพอิหร่าน ตลอดจนพลเรือนบางคน ซึ่งถูกสังหารในวันแรกๆ ของการถูกสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มโจมตี ณ จัตุรัสสำคัญในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหราน เมื่อวันพุธ (11 มี.ค.)
อิหร่านประกาศในวันพุธ (11 มี.ค.) ว่า โลกควรเตรียมตัวรับราคาน้ำมันที่จะพุ่งทะลุขีด 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่มีเรืออีก 3 ลำ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเรือติดธงไทยถูกโจมตีในแถบอ่าวเปอร์เซีย โดยที่เตหะรานระบุล็อกเป้าโจมตีเรือสินค้า สนามบิน แหล่งน้ำมัน และฐานทัพอเมริกัน รวมทั้งเป้าหมายใหม่คือธนาคารและสถาบันการเงินของอเมริกาและอิสราเอลทั่วตะวันออกกลาง




ในวันพุธ (11) อิหร่านยังคงยิงใส่อิสราเอลและเป้าหมายต่างๆ ทั่วตะวันออกกลาง เป็นการสาธิตให้เห็นว่าพวกเขายังคงสามารถสู้รบตอบโต้ และก่อกวนรังควาญซัปพลายด้านน้ำมันและแก๊สธรรมชาติได้ ถึงแม้ช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาต้องเผชิญกับสิ่งที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ระบุว่า เป็นการกระหน่ำโจมตีของสหรัฐฯ-อิสราเอลอย่างหนักหน่วงรุนแรงที่สุดเท่าที่ได้เคยโจมตีมา

ราคาน้ำมันในตลาดโลกซึ่งพุ่งทะยานอย่างแรงในช่วงต้นสัปดาห์นี้ เวลานี้ได้ลดถอยลงมาระดับหนึ่ง ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ทั้งหลายก็ดีดตัวกระเตื้องขึ้น โดยที่พวกนักลงทุนเวลานี้ตัดสินใจวางเดิมพันโดยเชื่อว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะพบค้นวิธีกันอันรวดเร็วในการยุติสงครามซึ่งเขาเป็นผู้เริ่มต้นขึ้นมาพร้อมๆ กับอิสราเอลเมื่อเกือบๆ 2 สัปดาห์ที่แล้ว

ทว่าจวบจนถึงเวลานี้สถานการณ์สงครามยังไม่มีเค้าว่าจะบรรเทาสร่างซาลง หรือมีสัญญาณใดๆ ซึ่งชี้ว่าเรือต่างๆ สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยแล้ว ทั้งนี้ ช่องทางน้ำแคบๆ ที่มีดินแดนของอิหร่านขนาบอยู่ข้างหนึ่ง และเป็นทางขนส่งน้ำมันราว 1 ใน 5 ของโลก ได้ถูกปิดกั้นนับตั้งแต่สงครามครั้งนี้ระเบิดขึ้นมา กลายเป็นการขัดขวางการไหลของซัปพลายพลังงานครั้งเลวร้ายที่สุด ภายหลังจากเหตุการณ์ที่เรียกว่า ช่วงภาวะช็อกด้านน้ำมัน เมื่อทศวรรษ 1970

“เตรียมให้พร้อมสำหรับน้ำมันราคาบาร์เรลละ 200 ดอลลาร์เถอะ เพราะราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับความมั่นคงปลอดภัยของภูมิภาคซึ่งพวกแกทำให้อยู่ในภาวะไร้เสถียรภาพ” อีบราฮิม ซัลฟากอรี โฆษกของ คาตัม อัล-อันบิยา กองบัญชาการปฏิบัติการร่วมของกองทัพอิหร่าน กล่าวในการแถลงที่มุ่งตรงไปที่สหรัฐฯ

นอกจากนั้น โฆษกผู้นี้ยังระบุว่า อิหร่านจะเริ่มโจมตีธนาคารและสถาบันการเงินของอเมริกาและอิสราเอลในตะวันออกกลาง และเรียกร้องให้ประชาชนอยู่ห่างจากสถานที่เหล่านั้นอย่างน้อย 1 กิโลเมตร

ประกาศอันหลังนี้ถือเป็นภัยคุกคามโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ ดูไบ เมืองใหญ่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ซึ่งเป็นที่ตั้งสถาบันการเงินระหว่างประเทศจำนวนมาก เช่นเดียวกับเป็นการคุกคามซาอุดีอาระเบีย และบาห์เรนด้วย ประกาศนี้ออกมาหลังจากที่ธนาคาร เซปาห์ ในกรุงเตหะราน ถูกโจมตีเมื่อคืนวันอังคาร (10 ) ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิตจำนวนหนึ่ง

แบงก์แห่งนี้เป็นกิจการของรัฐบาลอิหร่านที่ไดเถูกอเมริกาแซงก์ชันจากข้อกล่าวหาอัดฉีดเงินให้กลุ่มติดอาวุธ

IEAเตรียมเสนอนำน้ำมันในคลังสำรองโลกออกมาใช้

ในวันพุธ (11) หลายหน่วยงานที่เฝ้าติดตามสถานการณ์ความมั่นคงในการเดินเรือทะเล แจ้งว่า มีเรือพาณิชย์อีก 3 ลำถูกโจมตีในพื้นที่อ่าวเปอร์เซียโดยอาวุธปล่อยที่ไม่ทราบว่าเป็นของฝ่ายใด ทำให้จำนวนของเรือที่รายงานว่าถูกโจมตีนับตั้งแต่สงครามครั้งนี้เริ่มต้นขึ้น เพิ่มขึ้นเป็น 14 ลำแล้ว

เรือลำที่เสียหายหนักกว่าเพื่อนคือ เรือสินค้าเทกองซึ่งติดธงไทยชื่อ “มยุรีนารี” ซึ่งต้องมีการอพยพลูกเรือภายหลังเกิดการระเบิดที่ทำให้มีเพลิงไหม้ ส่วนเรืออีก 2 ลำซึ่งเป็นเรือสินค้าคอนเทนเนอร์ติดธงญี่ปุ่น และเรือสินค้าเทกองติดธงหมู่เกาะมาร์แชลล์ ก็ได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งการซื้อขายช่วงหนึ่งในวันจันทร์ (9) ได้กระโจนขึ้นไปเกือบๆ ถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทว่าหลังจากนั้นก็ถอยลงมาอยู่แถวๆ 90 ดอลลาร์ เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าพวกนักลงทุนกำลังวางเดิมพันว่า ทรัมป์ จะสามารถยุติสงครามและเปิดช่องแคบฮอร์มุซขึ้นใหม่ได้ในเร็ววันนี้

อย่างไรก็ดี ปรากฏว่า รัฐบาลของชาติต่างๆ ยังคงกำลังหารือกันถึงการใช้ปฏิบัติการขั้นร้ายแรง โดยเป็นที่มีการคาดหมายกันว่า สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านพลังงานในเครือขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) กำลังจะเสนอแนะให้ปล่อยน้ำมันจำนวน 400 ล้านบาร์เรล ออกจากพวกคลังสำรองในทั่วโลก กระนั้น การดำเนินการในเรื่องนี้อาจต้องใช้เวลาเป็นแรมเดือน และปริมาณก็เท่ากับแค่น้ำมันดิบที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซตามปกติเพียง 3 สัปดาห์

ในวันอังคาร ทำเนียบขาวย้ำคำขู่ของทรัมป์ว่า อเมริกาจะโจมตีหนักหน่วงขึ้น หากอิหร่านยังคงปิดกั้นการขนส่งพลังงานในช่องแคบฮอร์มุซ และกองบัญชาการทหารด้านกลาง (CentCom) ของอเมริกาแถลงว่า ได้ทำลายเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่าน 16 ลำใกล้บริเวณดังกล่าว

ขณะเดียวกัน แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ยืนยันว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังไม่ได้คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซในขณะนี้ แต่สำทับว่า เป็นทางเลือกหนึ่งที่อเมริกาอาจดำเนินการ

ทั้งนี้ ก่อนหน้านั้นไม่นาน คริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ โพสต์คลิปพร้อมข้อความอวดอ้างว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนที่โฆษกกระทรวงพลังงานต้องออกมาแถลงว่า คลิปดังกล่าวถูกลบออกจากบัญชี X ของไรต์แล้ว เนื่องจากเจ้าหน้าที่กระทรวงฯ เห็นว่า คำบรรยายในคลิปไม่ถูกต้อง

ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่บาดเจ็บเล็กน้อย

ในการแสดงออกแบบท้าทายไม่หวั่นกลัวศัตรูครั้งล่าสุดของสาธารณชนอิหร่าน เมื่อวันพุธ มีฝูงชนชาวอิหร่านจำนวนมหึมาออกมาตามท้องถนนเพื่อเข้าร่วมพิธีศพของผู้บังคับบัญชากองกำลังระดับท็อปที่ถูกสังหารจากการถล่มโจมตีทางอากาศ ผู้คนเหล่านี้ช่วยกันแบกหีบศพ และโบกธงชาติตลอดจนโปสเตอร์ภาพของ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนที่แล้วที่ถูกสังหาร และของ โมจตาบา คอเมเนอี บุตรชายที่เป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง

สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า เจ้าหน้าที่อิหร่านผู้หนึ่งเผยว่า โมจตาบา ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ในตอนที่สหรัฐฯ-อิสราเอลเปิดฉากถล่มตอนเริ่มต้นสงครามซึ่งสังหารทั้งบิดา, มารดา, ภรรยา, และบุตรชายคนหนึ่งของเขา ทั้งนี้เขาไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณชน หรือออกคำแถลงโดยตรงใดๆ เลยนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น

อย่างไรก็ดี ทางด้าน ยูเซฟ เปเซชเคียน บุตรชายของประธานาธิบดีอิหร่าน ซึ่งเป็นที่ปรึกษารัฐบาล โพสต์บนเทเลแกรมตอบโต้ข่าวลือว่า โมจตาบา ได้รับบาดเจ็บ โดยยืนยันว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่ปลอดภัยและแข็งแรงดี

รัฐยิวโจมตีเตหะรานและเบรุต

ทางด้านอิสราเอลเผยว่า ได้เริ่มโจมตีระลอกใหม่ต่อเตหะรานในวันพุธ หลังจากส่งเครื่องบินรบถล่มหลายระลอกตลอดคืนวันอังคาร (10) และถือเป็นหนึ่งในการโจมตีหนักหน่วงที่สุดนับตั้งแต่สงครามระเบิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.

นอกจากนี้ยังมีเสียงระเบิดในกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานนอน ตลอดจนพื้นที่ทางใต้ของเลบานอน หลังจากอิสราเอลเผยว่า กำลังโจมตีเป้าหมายหลายแห่งที่เชื่อมโยงกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน โดยเอพีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตในเลบานอนกว่า 500 คนนับจากฮิซบอลเลาะห์เปิดฉากสู้รบรอบใหม่กับอิสราเอลเพื่อแก้แค้นที่กองทัพยิวรวมหัวกับอเมริกาโจมตีอิหร่าน

อิหร่านปูพรมถล่มยิว-ชาติอาหรับ

ในอีกด้านหนึ่ง อิสราเอลเตือนประชาชนให้หาที่หลบภัยจากการโจมตีของอิหร่าน 3 ระลอกตั้งแต่เช้าวันพุธ

ส่วนสำนักงานสื่อของดูไบรายงานว่า โดรนอิหร่านสองลำตกใกล้ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ซึ่งเป็นสนามบินที่มีผู้ใช้บริการสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศมากที่สุดในโลก ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 คน อย่างไรก็ดี สนามบินยังคงให้บริการตามปกติ

ทางด้านคูเวตระบุว่า ระบบป้องกันภัยของตนยิงโดรนอิหร่านร่วง 8 ลำ และซาอุดีอาระเบียสกัดโดรน 5 ลำที่มุ่งหน้าไปยังแหล่งน้ำมันเชย์บาห์ รวมทั้งทำลายขีปนาวุธทิ้งตัว 6 ลูกที่เล็งเป้าฐานทัพอากาศปรินซ์สุลต่านของอเมริกา และสกัดโดรน 2 ลำเหนือเมืองฮาฟาร์ อัล-บาตินทางด้านตะวันออกของประเทศ

ด้านยูเออีก็รายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของตน สกัดการโจมตีของอิหร่านตั้งแต่ช่วงเช้าวันพุธ โดยปฏิบัติการของเตหะรานทำให้มีผู้เสียชีวิตจนถึงขณะนี้ 6 คน และบาดเจ็บ 122 คน

(ที่มา: รอยเตอร์/เอพี/เอเอฟพี )