เอเจนซีส์ - กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯล่าสุดวันพฤหัสบดี(5 มี.ค) เปิดเผยเอกสารลับเกี่ยวข้องกับคดีทางเพศอื้อฉาวเด็กอายุ 13 ปีที่มีประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เข้ามาเกี่ยวข้องหลังก่อนหน้าแอบปกปิด แต่ทำเนียบขาวโต้ว่าผู้หญิงเจ้าทุกข์ไม่มีหลักฐานยืนยัน
โพลิติโกของสหรัฐฯรายงานวานนี้(5 มี.ค)ว่า เป็นการออกมาเผยแพร่รอบใหม่ในวันพฤหัสบดี(5)ในการเปิดเผยบันทึกของ FBI ที่ได้สอบปากคำเจ้าทุกข์ที่เมื่อสมัยอายุราว 13 ปี – 15 ปี เคยถูกประธานาธิบดีสหรัฐฯคนปัจจุบัน โดนัลด์ ทรัมป์ ในระหว่างที่เป็นนักธุรกิจทำร้ายทางเพศโดยมีมหาเศรษฐีอเมริกันอื้อฉาวเสียชีวิต เจฟฟรีย์ เอปสตีนเป็นผู้แนะนำเธอให้รู้จักทรัมป์เป็นครั้งแรก
เอกสารจากแฟ้มลับเอปสตีนถูกเปิดเผยล่าสุดผ่านเว็บไซต์ทางการของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ
CBS News ของสหรัฐฯรายงานเมื่อวันอังคาร(3)ว่า จากการวิเคราะห์ของตนเองได้ค้นพบว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯได้ทำการลบไฟล์ไม่ต่ำกว่า 47,000 จากจำนวนทั้งหมด 65,500 หน้าของแฟ้มลับเอปสตีน
เป็นการเปิดเผยการสอบปากคำของ FBI ต่อผู้หญิงในคดีทรัมป์ที่ถูกระบุถึงจำนวนทั้งหมด 3 ครั้งระหว่างสิงหาคม ปี 2019 - ตุลาคมปี 2019
ดิอิฟนิงสแตนดาร์ดของอังกฤษที่รายงานในเรื่องนี้เช่นกันเปิดเผยว่า คดีทำร้ายทางเพศเด็กอายุ 13 ปีของทรัมป์เกิดขึ้นเมื่อราวปี 1984 โดยการสอบปากคำ 4 ครั้งในี 2019 เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 ก.ค , 7 ส.ค , 20 ก.ย และวันที่ 16 ต.ค
โพลิติโกรายงานต่อว่า ตามเอกสารพบว่าทีมเอเจนต์ที่สอบถูกระบุ FBI 302s ที่ผู้คนดังกล่าวอ้างว่า เธอเมื่ออายุราว 13 ปี – 15 ปีถูกเอปสตีนแนะนำให้รู้จักกับทรัมป์ในสถานที่แห่งหนึ่งแต่จำไม่ได้แน่ชัดว่าอยู่ในรัฐใดอาจเป็นที่รัฐนิวยอร์กหรือรัฐนิวเจอร์ซีย์
ผู้หญิงคนดังกล่าวมีลักษณะเป็นทอมบอยถูกปล่อยให้อยู่ตามลำพังกับทรัมป์ที่เป็นนักธุรกิจภายในห้อง และทรัมป์สั่งให้เธอแสดงการออรัลเซ็กให้กับเขาแต่เธอกลับกัดแทนส่งผลให้เจ้าตัวโมโหสุดขีดต่อยเธอที่ศีรษะและสั่งให้คนนำตัวเธอออกไปทันที
ผู้หญิงเจ้าทุกข์ต้องการได้รับเงินชดเชยในการฟ้องร้องร่วมกับเจ้าทุกข์คนอื่นๆในคดีเอปสตีน
การให้ปากคำต่อ FBI นี้ถูกเก็บใน 3 ไฟล์และถูกเผยแพร่ในที่สุดเมื่อคณะกรรมาธิการด้านการกำกับของฝ่ายพรรคเดโมแครตได้สอบสวนว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯตั้งใจปกปิดเอกสารเหล่านี้ไว้หรือไม่
โพลิติโกรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ก่อนหน้าปฎิเสธการทำความผิดใดๆเกี่ยวข้องกับความอื้อฉาวของเอปสตีนที่เขาเคยรู้จักในอดีตมานานและอีกทั้งทรัมป์ยังไม่เคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวข้องกับคดีแฟ้มลับเอปสตีน
นอกจากนี้ยังไม่มีหลักฐานที่ชี้ไปว่าทรัมป์ร่วมมีส่วนในปฎิบัติการค้าทางเพศของเอปสตีน
โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐฯออกมาโต้ว่า เป็นข้อหาที่ไม่มีมูลและไร้ซึ่งหลักฐานจากเหยื่อผู้หญิงที่มีประวัติคดีมาอย่างโชกโชน
คณะกรรมาธิการกำกับและการปฎิรูปรัฐบาล(Oversight and Government Reform Committee)ประจำสภาล่างสหรัฐฯของฝั่งเดโมแครตได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯได้แอบปกปิดการสอบปากคำของ FBI ต่อผู้รอดชีวิตเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของทรัมป์จริง
แต่ทว่าทางกระทรวงออกแถลงการณ์โต้กลับมาว่า คณะกรรมาธิการฝั่งพรรคเดโมแครตสมควรเลิกทำให้สาธารณะสำคัญผิดในขณะเดียวกันสร้างความโกรธแค้นที่มีพื้นฐานจากการต่อต้านทรัมป์แบบสุดกู่
พร้อมกันนี้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯยืนยันว่า “ไม่ได้มีการลบไฟล์ใดออกไป”


