(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/01/reading-the-tea-leaves-on-xis-latest-military-purge/)
Reading the tea leaves on Xi’s latest military purge
by David S G Goodman
28/01/2026
การที่ปักกิ่งปลดนายพลระดับท็อปออกจากตำแหน่ง เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ ทว่าไม่ใช่ถึงกับก่อให้เกิดความตื่นตระหนก และยากที่จะกลายเป็นสัญญาณส่อแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในขีดความสามารถทางทหารของจีน ไม่ว่าจะในทางเข้มแข็งขึ้นหรือว่าอ่อนแอลง
สุดสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงกลาโหมของจีนประกาศว่า จาง โย่วเสีย และ หลิว เจิ้นลี่ สองนายพลอาวุโสที่สุดของประเทศ จะถูกปลดออกจากตำแหน่ง และถูกสอบสวนด้วยข้อหามีพฤติการณ์ละเมิดวินัยอย่างร้ายแรง
จาง มีฐานะเป็นนายพลอาวุโสสูงที่สุดของกองทัพปลดแอกประชาชนจีนมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2022 เขาเป็นนายทหารตำแหน่งสูงที่สุดซึ่งเป็นสมาชิกของกรมการเมือง (Politburo) แห่งคณะกรรมการกลางของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน (Chinese Communist Party หรือ CCP) อันเป็นองค์กรระดับบริหารทำหน้าที่ตัดสินใจของพรรค-รัฐ ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 24 คน
จาง ยังดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสของคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง (Central Military Commission) ซึ่งเป็นผู้ควบคุมบรรดาเหล่าทัพและกองกำลังติดอาวุธ
(คณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง Central Military Commission เป็นองค์กรนำสูงสุดทางทหารของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและสาธารณรัฐประชาชนจีน นั่นคือ เป็นผู้บังคับบัญชาทั้งกองทัพปลดแอกประชาชน (People's Liberation Army หรือ PLA), กองกำลังตำรวจติดอาวุธของประชาชน (People's Armed Police หรือ PAP), และกองกำลังอาสาแห่งประเทศจีน (Militia of China)
ในทางเทคนิคถือว่ามี 2 คณะ นั่นคือ คณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลางแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และ คณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชน แต่ภายใต้วิธีดำเนินการแบบ “หนึ่งสถาบันมี 2 ชื่อ” ของระบบการเมืองจีนที่ถือว่าพรรคคอมมิวนิสต์เป็นผู้ชี้นำ ทั้ง 2 คณะจึงปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นสถาบันหนึ่งเดียวกัน และบรรดาตัวบุคคลในคณะก็เป็นชุดเดียวกัน อนึ่ง กองทัพปลดแอกประชาชน หรือ PLA ในปัจจุบันประกอบด้วย 4 กองทัพ ได้แก่ กองทัพบก, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ, และกองทัพจรวด, และยังมีเหล่าทัพพิเศษ 4 เหล่าทัพ ได้แก่ กองทัพอวกาศ, กองกำลังไซเบอร์สเปซ, กองกำลังสนับสนุนสารสนเทศ, และกองกำลังสนับสนุนการส่งกำลังบำรุง ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/Central_Military_Commission_(China) และ https://en.wikipedia.org/wiki/People%27s_Liberation_Army และ https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99)
สำหรับ หลิว เป็นอดีตผู้บัญชาการกองทัพบกแห่งกองทัพปลดแอกประชาชนจีน ซึ่งหลังสุดได้เข้ารับผิดชอบดูแลกรมเสนาธิการร่วม (Joint Staff Department) ของคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง
ปฏิกิริยาจากนอกประเทศจีนต่อการปลดนายทหารระดับท็อปทั้งสอง กลายเป็นข่าวพาดหัวที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ อย่างเช่น พาดหัวข่าวของสื่อบีบีซีแห่งสหราชอาณาจักร ในเบื้องต้นมุ่งเน้นหนักที่จะชี้ให้เห็น “กองทัพ (จีน) ในท่ามกลางวิกฤต” [1] ส่วนบรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงของออสเตรเลีย (Australian Broadcasting Corporation หรือ ABC) เรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็น การกวาดล้าง “ที่น่าประหลาดใจ” [2] ซึ่งทำให้ผู้นำสูงสุดของจีน สี จิ้นผิง แทบจะเป็นคนเดียวที่ยังเหลืออยู่ในระดับบนสุดของกองทัพซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างกองทัพปลดแอกประชาชนจีน
แน่นอนทีเดียว ความเคลื่อนไหวคราวนี้เป็นเรื่องซึ่งเกิดขึ้นมาอย่างน่าเซอร์ไพรซ์ กระนั้น เนื่องจากเราแทบไม่ทราบอะไรกันเลยเกี่ยวกับการทำงานภายในของคณะผู้นำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน รวมไปถึงความสัมพันธ์ระหว่าง สี กับพวกผู้ร่วมงานของเขาในกรมการเมือง จนกระทั่งการตีความอธิบายพัฒนาการเหล่านี้ จึงเป็นเรื่องที่ทำได้ลำบาก ถ้าหากไม่ถึงขั้นทำไม่ได้เลย
ด้วยเหตุผลความเป็นมาทางประวัติศาสตร์และก็ด้วยเหตุผลทางการเมือง กองทัพปลดแอกประชาชนจีนถือเป็นองค์กรหนึ่งของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ทั้งสองอย่างนี้ในปัจจุบันอยู่ใต้ขอบเขตการดูแลรับผิดชอบโดยตรงของ สี ผู้ซึ่งเป็นทั้งประธานของคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง, เลขาธิการใหญ่พรรคของ CCP , และประธานาธิบดีของประเทศ
การปลด จาง และ หลิว ทำให้คณะผู้นำทางทหารของจีนตกอยู่ใต้การควบคุมของ สี และ พลเอกจาง เซิงหมิน เท่านั้น อย่างน้อยก็เป็นการชั่วคราว เนื่องจากสมาชิกคนอื่นๆ อีก 3 คนของคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลางนั้น ได้สูญเสียตำแหน่งของพวกเขาไปก่อนนี้แล้วตั้งแต่เมื่อปี 2024 และไม่ได้มีการแต่งตั้งผู้เข้ามาแทนที่
ถึงแม้คณะผู้นำจีนเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องความคลุมเครือไม่โปร่งใส แต่ก็ยังคงเห็นกันได้อย่างชัดเจนอยู่ดีว่าในช่วงระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภายในกองทัพมีปัญหาเกี่ยวกับระเบียบวินัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่โยงใยกับการทุจริตคอร์รัปชั่นและการจัดซื้อจัดจ้างในพวกกองทัพและเหล่าทัพที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยียิ่งกว่าเพื่อนของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน ทั้งนี้มีบุคคลทางทหารระดับอาวุโสถึงกว่า 20 คนแล้วที่ถูกปลดหรือถูกสอบสวน [3] นับตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา
ทั้ง จาง และ หลิว สามารถเรียกได้ว่าได้รับการแต่งตั้งให้ขึ้นสู่ตำแหน่งระดับอาวุโสมากๆ ในระยะหลังๆ มานี้เอง ทั้งคู่ยังถูกมองว่าเป็นพวกผู้สนับสนุน สี แบบเกี่ยวพันกับความสัมพันธ์ส่วนตัว โดยที่บิดาของ สี และบิดาของ จาง มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกัน [4] ย้อนหลังไปได้ถึงในยุคทศวรรษ 1930 สมัยที่พรรค CCP เริ่มก่อตั้งขึ้นมายังไม่นาน และหลายปีทีเดียวก่อนการสถาปนาประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นในปี 1949
ยิ่งกว่านั้น การปลด จาง และ หลิว ออกจากตำแหน่ง ยังต้องถือว่าเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการถอดถอนนายทหารอาวุโสคนอื่นๆ ในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา –รวมทั้งยังมีสัญญาณเตือนล่วงหน้าให้พบเห็นน้อยกว่า โดยที่ในช่วงประมาณ 1 เดือนก่อนหน้านั้น บุคคลทั้งสองยังปรากฏตัวต่อสาธารณชนอยู่เลย
บางทีเรื่องที่อาจจะสร้างความประหลาดใจอย่างใหญ่หลวงยิ่งกว่านี้อีก ได้แก่การที่สื่อวอลล์สตรีทเจอร์นัล (Wall Street Journal) รายงาน [5] ว่า จางยังถูกกล่าวหาว่าจัดหาจัดส่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโปรแกรมอาวุธนิวเคลียร์ของจีนให้สหรัฐฯ นอกเหนือจากข้อกล่าวหาเรื่องรับสินบนและการจัดตั้ง “ก๊วนทางการเมือง” ขึ้นมา
ตามการปฏิบัติที่พบเห็นกันในอดีต บ่งชี้โดยปราศจากข้อสงสัยเลยว่า ในทันทีที่บุคคลระดับอาวุโสสูญเสียสถานะของพวกเขาหรือว่าถูกปลดออกจากตำแหน่ง –ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามที— การหลุดออกจากอำนาจของพวกเขาจะต้องส่งผลให้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางอาญาต่างๆ ยาวเหยียด
ในอดีตที่ผ่านมา ยังเคยมีกรณีการต่อสู้ทางการเมืองอย่างดุเดือดระหว่างพวกสมาชิกภายในกรมการเมือง ได้นำไปสู่การปลดการถอดถอนบุคคลระดับผู้นำ ถึงแม้สถานการณ์อันชัดเจนของความขัดแย้งเช่นว่านี้ ปกติแล้วกว่าจะปรากฏออกมาให้บุคคลภายนอกรู้เห็นก็มักใช้เวลาเป็นปีๆ ตัวอย่างดีๆ ของกรณีแบบนี้ได้แก่ การเสียชีวิตอย่างลึกลับเป็นปริศนาของ หลิน เปียว [6] ในปี 1971 ทั้งนี้ หลิน ก็เป็นอดีตผู้บังคับบัญชาสำคัญคนหนึ่งของ PLA แถมในเวลาที่เขาเสียชีวิตนั้น เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทายาทผู้สืบทอดของ เหมา เจ๋อตง ด้วยซ้ำไป
เมื่อพิจารณาภายในบริบทกว้างๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการกองทัพ และการพัฒนาโครงการต่างๆ ของรัฐบาลในระยะไม่กี่ปีหลังๆ มานี้ ตลอดจนการที่ จาง และ หลิว ถูกตั้งข้อหาว่าละเมิด “วินัยและกฎหมาย” แล้ว คำอธิบายที่เป็นไปได้เกี่ยวกับการถอดถอนพวกเขาทั้ง 2 คน มีอยู่ 2 ประการด้วยกัน
ทั้งคู่อาจจะมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น, การรับสินบนเพื่อช่วยเหลือให้ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่ต่างๆ หรือเพื่อรับประกันว่าซัปพลายเออร์รายใดจะได้รับสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง แล้วก็มีความเป็นไปได้อย่างมากพอๆ กันที่พวกเขากำลังถูกควบคุมตัวสำหรับการทุจริตคอร์รัปชั่นซึ่งเกิดขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัยเลยในการจัดซื้อจัดจ้างทางทหารที่พวกเขากำกับดูแลอยู่
นอกจากนั้นยังมีความเป็นไปได้ที่เกิดมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันภายในคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลางและภายในกรมการเมือง ในเรื่องวีธีการจัดการกับการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกิดขึ้นภายในกองทัพ
สี เป็นผู้เน้นย้ำครั้งแล้วครั้งเล่าถึงความสำคัญของการต่อสู้ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น [7] ตั้งแต่ที่เขาก้าวขึ้นเป็นเลขาธิการใหญ่ของพรรค CCP ในปี 2012
ระยะไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เขายังออกมาย้ำว่าเรื่องนี้ต้องถือเป็นการรณรงค์ต่อสู้ซึ่งทรงความสำคัญยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีก ภายในบริบทของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปีฉบับที่ 15 [8] ซึ่งกำลังจะมีการประกาศเริ่มใช้กันในเร็วๆ นี้ เมื่อวันที่ 12 มกราคมนี้เอง เขาได้กล่าว [9] ถึงประเด็นปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นว่าเป็น “การสู้รบสำคัญ” ประการหนึ่ง ระหว่างกล่าวปราศรัยกับหน่วยงานต่อสู้ปราบปรามคอร์รัปชั่นระดับท็อปของแดนมังกร ดังนี้:
ปัจจุบัน สถานการณ์ในการสู้รบปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นยังคงเป็นเรื่องลำบากยากยิ่งและสลับซับซ้อน (...) เราต้องธำรงรักษาจุดยืนที่มุ่งสร้างแรงกดดันอย่างสูงเอาไว้ โดยไม่หวั่นไหวโลเล, ทำการลงโทษการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเด็ดเดี่ยวไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นที่ไหน, กำจัดเรื่องสินบนในทุกรูปแบบ, และไม่ยอมปล่อยให้มีสถานที่ใดซึ่งพวกส่วนประกอบแห่งการทุจริตคอร์รัปชั่นสามารถแอบซ่อนตัวได้”
มันเป็นเรื่องยากที่จะมองให้เห็นว่า จาง กับ หลิว หรือว่าจริงๆ แล้วใครคนไหนกันแน่ที่ในเวลานี้กำลังมีความปรารถนา หรือมีความสามารถที่จะท้าทาย สี หรืออันที่จริงแล้ว เราน่าจะตั้งคำถามว่า จริงหรือไม่ที่ สี อาจจะกำลังเกิดความรู้สึกในเฉพาะหน้านี้ว่าถูกคุกคามจาก จาง, หลิว, หรือแม้กระทั่งจากคนอื่นๆ แล้วเมื่อพิจารณาจากขอบเขตของคำถามประการหลังสุดนี้ เราย่อมสามารถพูดได้ว่าฐานะส่วนตัวของ สี นั้น ไม่ได้เข้มแข็งขึ้นหรือว่าอ่อนแอลงแต่อย่างใดเลย จากการที่ทั้งคู่ถูกถอดถอน
มีนักวิเคราะห์คนอื่นๆ ซึ่งเสนอแนะ [10] ว่า ภาวะชะงักงันที่เกิดขึ้นมาจากการถอดถอนนายทหารระดับอาวุโสออกจากตำแหน่งเช่นนี้ อาจทำให้ สี มีความเชื่อมั่นในทหารของเขาลดน้อยลง บางคนกระทั่งบอกว่าความเป็นไปได้ที่จีนจะทำการรุกรานไต้หวันเวลานี้กำลังลดต่ำลงแล้ว
การปลดผู้นำทหารเป็นจำนวนมากขนาดนี้ อาจจะเป็นเครื่องบ่งชี้ให้เห็นว่า PLA เวลานี้กำลังได้รับการคาดหมายว่าจะต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงในทางวัฒนธรรม ทว่าในขณะเดียวกันนั้น มันก็ดูจะเป็นการตีความอย่างเกินเลยความจริงไปมากทีเดียว หากจะเสนอแนะว่าศักยภาพทางการทหารของจีน ไม่ว่าจะเป็นศักยภาพโดยองค์รวม หรือในส่วนที่สัมพันธ์เกี่ยวข้องกับไต้หวัน กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะในทางมีความเข้มแข็งเพิ่มขึ้น หรือในทางมีความอ่อนแอยิ่งขึ้น
เดวิด เอส จี กูดแมน เป็นผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา (China Studies Centre) และเป็นศาสตราจารย์วิชาการเมืองจีน ของมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ออสเตรเลีย
ข้อเขียนนี้มาจากเว็บไซต์ เดอะ คอนเวอร์เซชั่น https://theconversation.com/ โดยสามารถติดตามอ่านข้อเขียนดั้งเดิมชิ้นนี้ได้ที่ https://theconversation.com/xi-jinping-has-dismissed-two-of-chinas-most-senior-generals-what-does-this-mean-274425
เชิงอรรถ
[1] https://www.bbc.com/news/articles/c8d0l0g8yz5o
[2] https://www.abc.net.au/news/2026-01-27/what-does-chinas-military-investigation-into-zhang-youxia-mean/106272224
[3] https://macaubusiness.com/opinion-the-persistent-purge-of-chinese-military-leaders-and-its-political-implications/
[4] https://www.nytimes.com/2026/01/24/world/asia/china-top-general-xi-military-purge.html
[5] https://www.wsj.com/world/china/chinas-top-general-accused-of-giving-nuclear-secrets-to-u-s-b8f59dae
[6] https://www.sup.org/books/asian-studies/culture-power
[7] https://foreignpolicy.com/2026/01/26/xi-generals-zhang-youxia-anti-corruption-china/
[8] https://www.weforum.org/stories/2025/10/how-china-s-15th-five-year-plan-signals-a-new-phase-of-strategic-adaptation/
[9] https://www.scmp.com/news/china/politics/article/3339639/chinas-fight-against-corruption-battle-we-cant-afford-lose-xi-jinping-warns
[10] https://www.nytimes.com/2026/01/24/world/asia/china-top-general-xi-military-purge.html


