สหรัฐฯ แจ้งกับยูเครนว่าจะต้องมีการลงนามข้อตกลงสันติภาพกับรัสเซีย เพื่อแลกกับการรับประกันความมั่นคงจากสหรัฐฯ ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวภายที่เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันอังคาร (27 ม.ค.)
รัฐบาลยูเครนมองว่า การรับประกันความมั่นคงจากสหรัฐฯ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่จุดจบการรุกรานของรัสเซียที่ดำเนินมา 4 ปี โดยสหรัฐฯ เป็นตัวกลางในการเจรจาที่อาบูดาบีระหว่างทูตของยูเครนและรัสเซียเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผยว่ามีความคืบหน้าไปสู่ข้อตกลง
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า รัฐบาล ทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณไปยังยูเครนว่า การรับประกันความมั่นคงจากสหรัฐฯ ขึ้นอยู่กับการที่เคียฟยอมรับในข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งอาจหมายถึงการยอมยกดินแดนดอนบาสให้แก่รัสเซีย
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวที่ให้ข้อมูลกับรอยเตอร์กล่าวว่า สหรัฐฯ ไม่ได้บอกยูเครนว่าเงื่อนไขข้อตกลงสันติภาพควรจะมีอะไรบ้าง และการพูดว่าวอชิงตันกำลังพยายามบีบบังคับให้ยูเครนยอมเสียดินแดนให้รัสเซียก็เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
คณะเจรจาของรัสเซียและยูเครนจะพบกันอีกครั้งในวันอาทิตย์ (1 ก.พ.) ที่อาบูดาบี โดยอาจมีเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เข้าร่วมด้วย
ทั้ง สตีฟ วิตคอฟฟ์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ ทูตพิเศษสหรัฐฯ ต่างมองโลกในแง่ดีจากผลการเจรจาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า อาจบรรลุข้อตกลงได้ในเร็วๆ นี้
ประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (25) ว่า เอกสารของสหรัฐฯ เกี่ยวกับหลักประกันความมั่นคงสำหรับยูเครนนั้น "เสร็จสมบูรณ์ 100%" แล้ว และขณะนี้เคียฟกำลังรอเวลาและสถานที่ที่จะลงนาม
เซเลนสกี กล่าวมาโดยตลอดว่า บูรณภาพดินแดนของยูเครนจะต้องได้รับการรักษาไว้ในข้อตกลงสันติภาพใดๆ เพื่อยุติสงคราม
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครนรายหนึ่งกล่าวกับไฟแนนเชียลไทมส์ว่า ยูเครนเริ่มไม่แน่ใจมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าวอชิงตันจะให้คำมั่นสัญญาเรื่องหลักประกันความมั่นคงหรือไม่ โดยระบุว่าสหรัฐฯ "หยุดทุกครั้งที่สามารถลงนามในหลักประกันความมั่นคงได้"
ด้านสำนักข่าว TASS รายงานเมื่อวันจันทร์ (26) ว่า ทำเนียบเครมลินยืนยันว่าประเด็นเรื่องดินแดนยังเป็นพื้นฐานสำคัญของข้อตกลงใดๆ ที่จะยุติการสู้รบในยูเครน ภายหลังการเจรจาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในอาบูดาบี
ที่มา: รอยเตอร์


