xs
xsm
sm
md
lg

พวกแก๊งศูนย์สแกมต้มตุ๋นทางออนไลน์ อยู่เบื้องหลังการที่เงินบาทไทยแข็งค่าขึ้นอย่างแปลกประหลาด ใช่หรือไม่?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: แลร์รี โดห์รส์


เงินบาทของไทยแข็งค่าขึ้นมากชนิดที่ไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ
(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/01/scam-centers-behind-thailands-strangely-strong-baht/)

Scam centers behind Thailand’s strangely strong baht?
by Larry Dohrs
01/01/2026

เงินบาทอยู่ในหมู่สกุลเงินตราของเอเชียที่มีค่าสูงขึ้นอย่างแข็งแกร่งที่สุดในรอบปี 2025 ที่ผ่านมา ทว่ามันดูเหมือนจะเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศซึ่งถูกนำไปเกี่ยวข้องพัวพันกับอาชญากรรม มากกว่าเป็นระบบเศรษฐกิจที่สามารถสร้างผลงานได้อย่างดีงาม

เงินบาทของไทยกลายเป็นสกุลเงินตราที่ทำผลงานได้ดีเลิศที่สุดเป็นอันดับ 2 ในปี 2025 โดยมีค่าเพิ่มขึ้นเกือบๆ 10% เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ถือเป็นการขยับสูงที่น่าประหลาดใจเนื่องจากมันไม่สอดคล้องกับพวกปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและทางการเงินที่อยู่เบื้องลึกลงไปของราชอาณาจักรแห่งนี้
(ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bloomberg.com/news/articles/2025-12-26/thailand-tells-banks-to-declare-transactions-of-200-000-and-up?srnd=homepage-asia&sref=oTGRLJoa)

พวกผู้สังเกตการณ์และนักวิเคราะห์พากันเสนอคำอธิบายต่างๆ หลายหลาก ทฤษฎีซึ่งดูเหมือนกำลังได้รับความสนใจมากกว่าเพื่อนนั้นเสนอแนะว่า ทองคำที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเป็นประวัติการณ์ในปี 2025 โดยทะยานสูงขึ้นถึงราว 67% เมื่อเทียบกับปีก่อน อาจจะเป็นสาเหตุสำคัญ เนื่องจากประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการซื้อขายทองคำแห่งสำคัญแห่งหนึ่ง และการทำธุรกรรมก็มักทำกันบ่อยครั้งในสกุลเงินบาท ทฤษฎีนี้เสนอว่าพวกผู้ซื้อทอง จะซื้อเงินบาท กระบวนการนี้จึงกำลังขับดันให้สกุลเงินตราของไทยไต่สูง

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลังของไทยนั้น ระบุออกมาอย่างชัดเจนว่าการแข็งค่าของเงินบาทเช่นนี้เป็นปัญหาที่จำเป็นต้องแก้ไข เพื่อลดทอนไม่ให้เงินต่างชาติไหลเข้ามาแลกเงินบาท ในสัปดาห์ที่ผ่านๆ มา ธปท.ได้สั่งให้ธนาคารต่างๆ ต้องรายงานธุรกรรมซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศรายการใดๆ ก็ตามซึ่งมีมูลค่าสูงกว่า 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เวลาเดียวกัน กระทรวงการคลังก็กำลังพิจารณาที่จะจัดเก็บภาษีการทำธุรกรรมซื้อขายทองผ่านระบบออนไลน์

แน่นอนทีเดียว สกุลเงินตราแข็งค่าไม่ใช่ว่าจะกลายเป็นปัญหาเสมอไป การแข็งค่าของเงินตราเป็นสิ่งที่สามารถคาดคิดได้ว่าจะเกิดขึ้นมาเมื่อเศรษฐกิจนั้นๆ กำลังทำผลงานได้ดี มีนักลงทุนเข้าสู่ตลาด และซื้อหาเงินตราท้องถิ่นเพื่อติดตามลู่ทางโอกาสสำหรับการลงทุนในท้องถิ่น ยิ่งมีความต้องการจากทั่วโลกในสกุลเงินตราท้องถิ่นสกุลใดสูงขึ้น มันก็เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่สกุลเงินตรานั้นจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น

แต่เศรษฐกิจของไทยไม่ได้อยู่ในภาวะทำผลงานได้ดีแต่อย่างใด มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย แท้ที่จริง อัตราเติบโตของจีดีพีอยู่ในระดับอ่อนแอไร้ชีวิตชีวาด้วยซ้ำ โดยในไตรมาส 3 ปี 2025 ได้ชะลอตัวลงมาอยู่ในระดับ 1.8% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อนหน้า อัตราดอกเบี้ยก็อยู่ในระดับต่ำ ดังนั้นจึงไร้เสน่ห์ดึงดูดใจพวกนักลงทุนระหว่างประเทศที่กำลังไล่ล่าอัตราผลตอบแทนสูงๆ นอกจากนั้นทั้งยอดหนี้สินของภาคครัวเรือนและหนี้สินภาคสาธารณะต่างกำลังอยู่ในระดับสูงอย่างน่าเป็นห่วง

ความยากลำบากซึ่งมีสาเหตุจากการที่เงินบาทมีค่าสูงเกินไป กำลังเป็นที่รู้สึกรับรู้กันอย่างกว้างขวาง เงินบาทที่แข็งโป๊กทำให้สินค้านำเข้ามีราคาถูกลง จึงกำลังทำให้อุปสงค์ในผลิตภัณฑ์ทำขึ้นในประเทศเกิดการอ่อนตัวลงโดยเปรียบเทียบ อุปสงค์ภายในประเทศที่ลดต่ำลงเช่นนี้ก็ส่งผลทำให้เศรษฐกิจไทยอ่อนแอลงไปด้วย

เงินบาทที่แข็งค่ายังกำลังสร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรจำนวนเป็นล้านๆ ของประเทศไทย ผลผลิตทางการเกษตรมักเป็นสินค้าที่มีอัตราผลกำไรต่ำอยู่แล้ว และในสภาพแวดล้อมของโลกที่มีการแข่งขันกันสูง สกุลเงินตราที่แข็งมากเกินไปจึงสามารถหมายความถึงความแตกต่างระหว่างกำไรกับขาดทุนได้ทีเดียว สภาพเช่นนี้ยังสามารถนำมาใช้อธิบายสถานการณ์ซึ่งพวกโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตที่เน้นหนักการส่งออกต้องเผชิญอยู่ได้เช่นกัน โดยที่พวกเขาเหล่านี้ก็ประสบปัญหาหนักหน่วงต่างๆ อย่างอื่นๆ อยู่ก่อนแล้ว

ยิ่งกว่านั้น ภาคการท่องเที่ยวที่ทรงความสำคัญยิ่งยวด ก็กำลังได้รับความลำบากจากเงินบาทแข็งโป๊กเช่นเดียวกัน เนื่องจากมันเป็นตัวขับดันต่อระดับราคาที่แขกผู้มาเยือนซึ่งใช้สกุลเงินตราต่างประเทศต้องประสบ ไม่ว่าจะในเรื่องที่พัก, การเดินทาง, การซื้อสินค้าและการรับประทานอาหาร เหล่านี้ล้วนแต่กำลังมีราคาแพงขึ้น จำนวนผู้มาเยือนในปี 2025 ลดต่ำลงเกือบๆ 10% จากปีที่แล้วเมื่อนักท่องเที่ยวทั้งหลายเลือกที่จะไปเยือนพวกประเทศคู่แข่งในภูมิภาคแถบนี้กันมากขึ้น ตัวอย่างเช่น จำนวนแขกผู้ไปเยือนเวียดนามในปี 2025 สูงขึ้นเกือบ 20% ทีเดียว ส่วนที่ไปเยือนมาเลเซียก็เพิ่มเกือบๆ 15%

กล่าวโดยสรุป เงินบาทไม่ได้กำลังพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากเศรษฐกิจไทยกำลังแข็งแรง ด้วยเหตุนี้ ค่าเงินตราที่แข็งโป๊กในระบบเศรษฐกิจที่อ่อนแอเช่นนี้ จึงเรียกร้องต้องการการเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนยิ่งกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากความเสียหายและความบิดเบือนผิดปกติที่มันอาจก่อขึ้นมานั้น สามารถที่จะอยู่ในระดับกว้างขวางและหยั่งรากลึก ดังนั้น เราจึงต้องกลับมาสู่คำถามที่ว่า ทำไมเงินบาทจึงมีมูลค่าสูงเกินไปเช่นนี้?

คำตอบอาจจะหาเจอได้จากพาดหัวข่าวใหญ่ที่ดูเหมือนไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันในระยะไม่ช้าไม่นานมานี้ นั่นคือพวกศูนย์สแกมนักต้มตุ๋นทางออนไลน์ที่ตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาและพม่า (ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่า ศูนย์เหล่านี้ได้โจรกรรมเงินทองเป็นหลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีไปจากประชาชนทั่วโลก รวมทั้งพลเมืองชาวไทยด้วย) โดยที่แก๊งคนร้ายทุจริตเหล่านี้นี่เองเมื่อไม่นานมานี้ ได้กลายเป็นประเด็นทางการเมืองสุดฮอตในประเทศไทย ท่ามกลางการกล่าวหากันว่ามีบุคคลระดับสูงทางการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องพัวพันด้วย จนกลายเป็นสาเหตุให้มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังผู้หนึ่งต้องประกาศลาออกจากตำแหน่ง

มีทีมนักหนังสือพิมพ์แนวสืบสวนที่มีประสบการณ์สูงและทำงานโดยใช้สิงคโปร์เป็นฐาน ได้เผยแพร่รายงานหลายๆ ชิ้น ซึ่งแจกแจงรายละเอียดโยงใยเงินรายรับของศูนย์สแกมกัมพูชา เข้ากับการไหลเข้าของเงินทุนและการฟอกเงินในประเทศไทย

รายงานเหล่านี้อ้างว่า มีการใช้เงินทุนปริมาณมหาศาลที่ไหลเข้ามาเหล่านี้ ในการกว้านซื้อหุ้นจนอยู่ในระดับสามารถควบคุมกิจการได้ ในบริษัทพลังงานรายใหญ่ของไทยแห่งหนึ่ง และในบริษัทการเงินรายใหญ่ของไทยอีกแห่งหนึ่ง ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังระบุว่ามีธนาคารไทยรายใหญ่ๆ หลายแห่งถูกใช้เป็นช่องทางสำหรับการไหลเวียนของเงินทุนผิดกฎหมายเช่นนี้

ทีมผู้สื่อข่าวเหล่านี้ ได้แก่ แบรดลีย์ โฮป (Bradley Hope) และ ทอม ไรต์ (Tom Wright) ซึ่งในอดีตเคยทำงานอยู่ที่วอลสตรีทเจอร์นัล (Wall Street Journal) พวกเขาเป็นนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ทีมเดียวกันกับที่ได้เคยขุดคุ้ยให้รายละเอียดของกรณีทุจริตฉ้อโกงใหญ่โตมโหฬารสุดอื้อฉาว “กองทุน IMDB ในมาเลเซีย” เอาไว้ในหนังสือของพวกเขาที่ใช้ชื่อเรื่องว่า “Billion Dollar Whale” หนังสือเล่มนี้เปิดเผยให้เห็นถึงความง่ายดายอย่างน่าตกใจ ที่พวกอาชญากรข้ามชาติสามารถเคลื่อนย้ายเงินนับหมื่นนับแสนล้านดอลลาร์ซึ่งโจรกรรมมาไปยังทั่วโลกได้ และจึงมีความสอดคล้องเข้ากันได้อย่างสูงกับสถานการณ์แปลกๆ ของประเทศไทยซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับพวกศูนย์สแกมต้มตุ๋นทางออนไลน์ในปัจจุบัน

ไรต์ กับ โฮป ได้ตรวจสอบการหมุนเวียนของเงินจำนวนเพียงแค่เศษน้อยนิดของเงินทองจำนวนสูงกว่านั้นมากมายนัก กระนั้นก็ตามที ตัวเลขต่างๆ ที่พวกเขาให้รายละเอียดก็มีปริมาณอยู่ในระดับเป็นเงินผิดกฎหมายหลักหลายพันล้านดอลลาร์ซึ่งกำลังไหลเข้าสู่ประเทศไทย พวกทรัพย์สินที่เหล่าแก๊งสแกมเมอร์โจรกรรมมาได้นั้นปกติแล้วในตอนแรกจะถูกถือครองในรูปแบบของคริปโตเคอร์เรนซี นั่นคือ สินทรัพย์ดิจิตอล และจะต้องถูกนำไปแปลง (หรือฟอกเงิน) ให้กลายเป็นเงินตราเฟียต (fiat currency นั่นคือสกุลเงินที่ถูกประกาศให้มีมูลค่าโดยรัฐบาลหรือธนาคารกลางของประเทศนั้น ๆ) เป็นต้นว่า เงินบาทไทย เพื่อให้สามารถนำไปใช้จ่ายในทั่วโลกได้

ถ้าหากรายงานข่าวของ ไรต์ และ โฮป มีความถูกต้องแล้ว เรื่องนี้เองคือปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ขับดันให้เกิดการซื้อหาเงินบาทกันอย่างมากมาย ซึ่งสามารถใช้มาอธิบายได้ว่าทำไมเงินบาทจึงมีค่าสูงขึ้นอย่างผิดปกติ แล้วการไหลเวียนอย่างผิดกฎหมายเหล่านี้เป็นตัวการทำให้ค่าเงินบาทเฟ้อสูงขึ้นสักเท่าใด? นี่เป็นคำถามที่ยากแก่การคำนวณให้ได้คำตอบที่ถูกต้องชัดเจน สืบเนื่องจากไม่ค่อยมีข้อมูลสาธารณะที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับเรื่องนี้

“กระนั้น มันก็เป็นอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นมาอย่างแน่นอน และแง่มุมนี้ก็สมควรที่จะปรากฏอยู่ในการสนทนาและในการวิเคราะห์ของพวกผู้กำหนดนโยบายในภูมิภาคแถบนี้” นี่เป็นคำกล่าวของนักเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญทางการเงินชาวออสเตรเลียชื่อดัง ฌอน เทอร์เนลล์ (Sean Turnell) ซึ่งปัจจุบันเป็นนักวิจัยอาวุโสในโปรแกรมว่าด้วยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของสถาบันโลวี (Lowy Institute) หน่วยงานคลังสมองของออสเตรเลีย

ยิ่งกว่านั้น พวกแก๊งสแกมเมอร์ –ซึ่งปกติมักเป็นกลุ่มก่ออาชญากรรมชาวจีนกับพวกผู้สนับสนุนช่วยเหลือของพวกเขาที่เป็นชาวท้องถิ่น– เป็นที่ทราบกันดีว่ามีการติดต่อรวมตัวกันเป็นเครือข่าย วิธีปฏิบัติที่ประสบความสำเร็จจะถูกแพร่กระจายออกไปในหมู่พวกเขาอย่างรวดเร็วมาก และกระบวนการในการฟอกเงินคริปโตเคอร์เรนซีปริมาณมหึมาจากกัมพูชาให้กลายเป็นบาทไทย น่าที่จะถูกลอกเลียนแบบจากพวกแก๊งอื่นๆ ในกัมพูชา ตลอดจนพวกที่กำลังปฏิบัติการอยู่ในชาติใกล้เคียงอย่างพม่าและลาว

มีความเป็นไปได้ว่าขนาดของเงินผิดกฎหมายที่ไหลเข้าสู่ประเทศไทยนั้นมีปริมาณใหญ่โตกว่ามากมายนักจากที่ ไรต์ กับ โฮป อาจวาดภาพเอาไว้เสียอีก ดังนั้น พวกสแกมเมอร์ และพี่น้องเพื่อนพ้องอาชญากรของพวกเขาคือผู้รับผิดชอบในการทำให้เงินบาทมีค่าสูงเกินไป และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างที่มันกำลังกระทำกับเศรษฐกิจไทยซึ่งเป็นพื้นฐานรองรับอยู่ข้างล่างใช่หรือไม่?

แน่นอนทีเดียว ถ้าหากการไหลเวียนของเงินผิดกฎหมายเหล่านี้ จะสามารถสร้างผลกระทบกระเทือนอย่างแท้จริงต่อมูลค่าของเงินบาทได้ เงินเหล่านี้ก็จะต้องคงอยู่ในรูปเงินบาท เพราะถ้าหากมันถูกแปลงเป็นเงินบาท แล้วจากนั้นก็ถูกนำไปแปลงเป็นสกุลเงินตราอื่นๆ ในทันทีแล้ว ก็หมายความว่าบาทจะถูกขายออกไปอย่างรวดเร็วแทบจะทันทีที่มันถูกซื้อเข้ามา แต่อย่างที่การศึกษาของ ไรต์ กับ โฮป ดูเหมือนจะแสดงให้เห็นเอาไว้นั้น เงินเหล่านั้นจำนวนมากทีเดียวยังคงกำลังอยู่ในประเทศไทย ทำการลงทุนในพวกบริษัทไทยแห่งต่างๆ และกำลังไหลเวียนจากพวกบัญชีธนาคารไทย ไปสู่การซื้อหาอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์อื่นอื่นๆ

พลังขับดันท้ายสุดที่ทำให้เงินบาทมีค่าแข็งแกร่งเช่นนี้ อาจจะมาจากการที่สกุลเงินตรานี้ถูกรับรู้ถูกเข้าใจกันว่า เป็น “แหล่งพักพิงที่มีความปลอดภัย” (safe haven) ระดับภูมิภาคอย่างหนึ่ง แต่ด้วยการที่การไหลเวียนของเงินทุนบนแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ปริมาณเป็นกอบเป็นกำทีเดียวดังที่กล่าวมานี้ คือเงินซึ่งกำลังมาจากอุตสาหกรรมสแกมต้มตุ๋นออนไลน์อันกว้างขวางใหญ่โต การที่ถูกรับรู้ถูกเข้าใจว่าเป็น “แหล่งพักพิงที่มีความปลอดภัย” จากพวกแก๊งอาชญากรรมทั้งหลาย ย่อมยากที่จะถือเป็นเสียงโหวตแห่งความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งประเทศไทยและระบบการเมืองของไทยต้องการหรือจำเป็นจะต้องได้มา

การที่มีเงินผิดกฎหมายจำนวนมหาศาลไหนเวียนเข้ามาสู่เงินบาทไทย จึงกำลังก่อให้เกิดคำถามอันไม่น่าสบายใจเลยทั้งสำหรับพวกนักการเมืองไทย, ข้าราชการไทย, นักการเงินไทย, และพวกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทย แต่การที่จะพิทักษ์ปกป้องชื่อเสียงความซื่อสัตย์สุจริตของระบบการธนาคารไทยและระบบการเมืองไทยเอาไว้ให้ได้ ก็มีความจำเป็นที่จะต้องให้คำตอบแก่คำถามเหล่านี้ ความอยู่ดีกินดีของคนไทยสามัญชนจำนวนหลายสิบล้านคนขึ้นอยู่กับเรื่องนี้

แลร์รี โดห์รส์ เป็นนักเศรษฐศาสตร์เกษียณอายุ และเป็นผู้สังเกตการณ์กิจการต่างๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กำลังโหลดความคิดเห็น