สื่อมวลชนกัมพูชาตีข่าว ชี้เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดัน การเติบโตหยุดชะงักและความอ่อนแอเชิงโครงสร้างก่อความเสี่ยงหนักหนาสาหัสยิ่งขึ้น อ้างอิงรายงานเมื่อเร็วๆนี้ ระบุคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) จะขยายตัวแค่ 2.2% ในปี 2025 และหดตัวลงไปมากกว่านี้อีกเหลือแค่ 1.5% ถึง 1.6% ในปี 2026 ถือว่าล้าหลังอย่างมากเมื่อเทียบกับบรรดาชาติอื่นๆในภูมิภาค
สำนักข่าวขแมร์ทูเดย์ อ้างอิงข้อมูลอย่างเป็นทางการของไทย ระบุว่าอุปสงค์ภายในประเทศไทยยังคงอ่อนแอ โดยการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาคธุรกิจซบเซา หนี้ครัวเรือนระดับสูงและความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่เป็นไปอย่างระมัดระวังกลายเป็นตัวจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ขณะที่เงินเฟ้อดำดิ่งสู่แดนลบหลายต่อหลายครั้ง การเติบโตของค่าจ้างชะลอตัวลงและการขยายตัวทางธุรกิจอยู่ในภาวะไม่สู้ดี
รายงานของขแมร์ทูเดย์ ระบุว่าภาคการส่งออกและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยก็กำลังประสบปัญหาเช่นกัน แม้การส่งออกทำสถิติสูงสุดรอบใหม่เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่สภาพแวดล้อมทางการค้าโดยรวมยังคงเปราะบาง และภาคการท่องเที่ยว อันเป็นแหล่งรายได้สำคัญ ยังคงซบเซา สืบเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าชาวจีนในระดับต่ำ
สื่อมวลชนกัมพูชาระบุต่อว่าการแข็งค่าอย่างมากของสกุลเงินบาทยังทำให้ความสามารถในการแข่งขันเลวร้ายลง ทำให้การส่งออกและการท่องเที่ยวมีราคาแพงขึ้นในตลาดโลก แม้ธนาคารกลางของไทยพยายามกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อผ่านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและโครงการรับประกันเงินกู้ แต่ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างต่างๆนานา อย่างเช่นประสิทธิภาพการทำงานต่ำและประชากรสูงวัย กลายเป็นตัวเตะถ่วงอย่างมีนัยสำคัญต่อการฟื้นตัว
รายงานของขแมร์ทูเดย์ อ้างพวกนักวิเคราะห์เตือนว่าหากปราศจากการปฏิรูปอย่างเร่งด่วนและอุปสงค์ที่แข็งแกร่งกว่านี้ ไทยเสี่ยงเผชิญภาวะเศรษฐกิจชะงักงันยืดเยื้อ ด้วยการเติบโตอาจลดลงเกินกว่า 2% ในปี 2026 เมื่อการเติบโตชะลอตัว อุปสงค์ภายในประเทศอ่อนแอ และแรงกดดันจากภายนอก มารวมกัน มันจึงก่อความท้าทายใหญ่หลวงสำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจของไทยในระยะสั้น
(ที่มา:ขแมร์ทูเดย์)


