สื่อ Fresh News ของกัมพูชาประโคมข่าวประเทศไทยหลุดจากรายชื่อ “20 จุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดประจำปี 2026” ของ BBC โดยมีกรุงพนมเปญของกัมพูชาเข้ามาแทนที่
สื่อกัมพูชาชี้ว่า นี่เป็นเรื่องน่าประหลาดใจสำหรับวงการท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประเทศไทยซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลกมายาวนานไม่อยู่ในรายชื่อ “20 จุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดประจำปี 2026” ของ BBC อีกต่อไปแล้ว แต่ถูกแทนที่ด้วยกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ The Independent เมื่อวันที่ 2 ม.ค.
รายชื่อการท่องเที่ยวประจำปีของ BBC ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ปี 2025 เผยให้เห็นว่า ทำไมจุดหมายปลายทางเหล่านี้จึงมีความพิเศษ โดยในปีนี้ BBC มุ่งเน้นไปที่เมืองต่างๆ นอกเหนือจากชายหาดที่สวยงามและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจ
BBC อธิบายว่ากรุงพนมเปญนั้น “มีการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญ” เมืองหลวงของกัมพูชาซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองข้ามโดยนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่มีวิสัยทัศน์ด้านการท่องเที่ยวที่ชัดเจน
กุญแจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือสนามบินนานาชาติเตโชแห่งใหม่ ซึ่งเป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดของกัมพูชาเท่าที่เคยมีมา ด้วยการออกแบบที่ล้ำสมัยและพระพุทธรูปสีเงินขนาดใหญ่ ทำให้สนามบินแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
กรุงพนมเปญเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประการหนึ่งคือความพยายามในการลดปัญหาการจราจรติดขัดซึ่งทำให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ถนนคนเดินจตุมุขริมแม่น้ำก็กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมประจำสัปดาห์ เต็มไปด้วยอาหาร งานหัตถกรรม และการแสดงต่างๆ เมืองแห่งนี้ยังมีรถสามล้อไฟฟ้าที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปรอบๆ เมืองหลวงได้อย่างง่ายดาย
บีบีซียังอ้างว่า แม้จะมีปัญหาความตึงเครียดบริเวณชายแดน แต่ภาคการท่องเที่ยวของเมืองก็ไม่ได้รับผลกระทบ
ที่มา : Fresh News
สำหรับรายชื่อจุดหมายปลายทางทั้ง 20 แห่ง บีบีซีได้จัดเรียงตามลำดับตัวอักษรภาษาอังกฤษ มีดังนี้:
1.อาบู ดาบี (Abu Dhabi), สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์: โดดเด่นด้านวัฒนธรรมและการขยายตัวของสวนสนุกระดับโลก
2.แอลจีเรีย (Algeria): ประตูสู่แอฟริกาเหนือที่ยังคงความบริสุทธิ์ของวัฒนธรรม
3.หุบเขาโคลชากัว (Colchagua Valley), ชิลี: แหล่งผลิตไวน์ชั้นเลิศ
4.หมู่เกาะคุก (Cook Islands): สวรรค์แห่งแปซิฟิกใต้
5.คอสตาริกา (Costa Rica): ผู้นำด้านการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
6.หมู่เกาะเฮบริดีส (Hebrides), สกอตแลนด์: ธรรมชาติที่งดงามและเงียบสงบในสหราชอาณาจักร
7.จังหวัดอิชิกาวะ (Ishikawa), ญี่ปุ่น: สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของชุมชนและการฟื้นฟูงานฝีมือท้องถิ่นหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว
8.เกาะโคโมโด (Komodo Islands), อินโดนีเซีย: แหล่งที่อยู่ของมังกรโคโมโดและความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล
9.โลเรโต (Loreto), เม็กซิโก: เมืองริมทะเลที่มีประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่สมบูรณ์
10.มอนเตเนโกร (Montenegro): จุดหมายปลายทางที่โดดเด่นด้วยทิวทัศน์ชายฝั่งทะเลเอเดรียติกและเมืองเก่า
11.ชายฝั่งออริกอน (Oregon Coast), สหรัฐอเมริกา: จุดชมปลาวาฬและทัศนียภาพชายฝั่งที่ตระการตา
12.โอวลุ (Oulu), ฟินแลนด์: เมืองหลวงทางวัฒนธรรมของยุโรปในปี 2026
13.ฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia), สหรัฐอเมริกา: เตรียมฉลองครบรอบ 250 ปีของประเทศในปี 2026
14.พนมเปญ (Phnom Penh), กัมพูชา: เป็นยุคใหม่ของเมืองหลวงที่มีความมั่นใจและน่าจับตามอง
15.กีมารายช์ (Guimarães), โปรตุเกส: เมืองประวัติศาสตร์ที่สวยงามและมีมนต์ขลัง
16.ซัมบูรู (Samburu), เคนยา: ประสบการณ์ซาฟารีที่เงียบสงบและเข้าถึงธรรมชาติอย่างแท้จริง
17.ซานโตโดมิงโก (Santo Domingo), สาธารณรัฐโดมินิกัน: เมืองเก่าแก่ที่มีชีวิตชีวาในแคริบเบียน
18.หุบเขาสโลแกน (Slocan Valley), แคนาดา: จุดหมายปลายทางสำหรับผู้รักการผจญภัยและธรรมชาติกลางแจ้ง
19.อูลูรู (Uluru), ออสเตรเลีย: สัมผัสวัฒนธรรมพื้นเมืองผ่านเส้นทางเดินเท้าใหม่ที่จะเปิดในปี 2026
20.อุรุกวัย (Uruguay): ประเทศที่สงบและมีคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมเสน่ห์ทางวัฒนธรรมที่ลุ่มลึก


