เพ็น โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา เน้นย้ำว่ากัมพูชาไม่ยอมการเปลี่ยนแปลงเขตแดนใดๆ อันเป็นผลจากการใช้กำลัง ความคิดเห็นที่สอดคล้องกับ ฮุนเซน อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานวุฒิสภา ส่งสัญญาณว่าความขัดแย้งระหว่างกัมพูชากับไทย กำลังเปลี่ยนโหมดสู่การทำศึกทางการทูต
ระหว่างการแถลงข่าวเมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี(1ม.ค.) สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ไม่ใช่บางอย่างที่ทำให้ชาวกัมพูชาสิ้นหวัง แต่ในทางตรงกันข้าม มันเป็นบทเรียนที่ปลุกให้เรามีความสมัครสมานสามัคคีกันมากขึ้น เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติและผลักดันเพื่อทางออกอย่างสันติ บนพื้นฐานของกฎหมาย ซึ่งเป็นจุดยืนที่ชัดเจนสำหรับรัฐบาล
ทางโฆษกรายนี้ระบุว่าการปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย เป็นก้าวย่างที่สำคัญหลังการหยุดยิง ที่ทางกัมพูชาปฏิบัติตามและให้การยอมรับเป็นอย่างดี "มันเป็นสัญญาณในทางบวก ในการฟื้นฟูความไว้วางใจ และมุ่งหน้าสู่การกอบกู้สันติภาพ และรับประกันสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่าง 2 ประเทศ สอดคล้องกับจิตวิญญาณแห่งความเห็นพ้องต้องกัน"
"ก้าวย่างต่อไปคือกัมพูชาและไทยต้องคลี่คลายประเด็นชายแดนอย่างสันติ ผ่านกลไกลทางเทคนิคต่างๆและกฎหมายระหว่างประเทศ สอดคล้องกับจิตวิญญาณแห่งปฏิญญาร่วมของที่ประชุมนัดพิเศษครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป(จีบีซี) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2025
โฆษกรัฐบาลกัมพูชาเน้นย้ำว่าการกระทำใดๆที่เบี่ยงเบนไปจากฉันทามติในถ้อยแถลงร่วม เช่นเดียวกับคำแถลงร่วมที่ผ่านๆมา คือความเคลื่อนไหวที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
"กัมพูชามีจุดยืนอย่างหนักแน่น ในการปกป้องเส้นเขตแดนระหว่างประเทศที่ทิ้งไว้โดยคณะกรรมการปักปันเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา(คณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสำรวจและปักหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชาตามMOU2543) เคารพหลักการของกฎหมายระหว่งประเทศและหลักการการไม่เปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดน" เขากล่าว
"กัมพูชาเคารพสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม แผนที่และบันทึกการแบ่งเขตของคณะกรรมการปักปันเขตแดนอินโดจีน-สยาม เช่นเดียวกับข้อตกลงต่างๆนานาและเอกสารที่เกี่ยวของ ที่ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องกันในอดีต" โฆษกระบุ
นอกจากนี้แล้ว โฆษกรัฐบาลกัมพูชายังกล่าวต่อว่าขุมกำลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนสู่เป้าหมายคลี่คลายประเด็นชายแดนอย่างสันติในอนาคต ประกอบด้วย 1.จุดยืนทางการทูตที่ชัดเจนและเป็นผู้ใหญ่ของผู้นำของเรา ซึ่งยืนยันสำหหรับการพูดคุยทางการทูตและบนพื้นฐานทางกฎหมาย 2.กัมพูชามีเอกสารทางกฎหมายที่หนักแน่นที่ได้รับการรับรองจากนานาชาติ
3.จุดยืนของประชาคมนานาชาติ ที่สนับสนุนทางออกอย่างสันติบนพื้นฐานทางกฎหมาย ซึ่งสอดคล้องกับจุดยืนของรัฐบาลกัมพูชา และสุดท้าย 4.ขุมกำลังที่เข้มแข็งของความเป็นหนึ่งเดียวกันของคนในชาติ ซึ่งให้ความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมต่อรัฐบาล ในการคลี่คลายปัญหา มันเป็นขุมพลังที่ทรงพลังในการมุ่งหน้าสู่ทางออกอย่างสันติในประเด็นชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทย
(ที่มา:kampucheathmey)


