เพชรบุรี - สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 (สทช.3) ผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน ชุมชน และเยาวชน จัดกิจกรรม “วันทะเลโลก ประจำปี 2569” อย่างยิ่งใหญ่ ณ จุดชมวิวชายหาดชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ภายใต้แนวคิดการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างรับผิดชอบ พร้อมร่วมกันเก็บขยะชายหาด ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ และสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
วันนี้( 8 มิ.ย.) นายพลกฤต พวงวลัยสิน ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดงานวันทะเลโลก ประจำปี 2569 โดยมีนายรุ่งโรจน์ อัศวกุลธารินท์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน สถานศึกษา กลุ่มชาวประมง และเครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การแสดงของนักเรียน การจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ทะเลหายาก ปัญหาขยะทะเล การอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง การแจกพันธุ์ไม้ป่าชายเลน นิทรรศการกลุ่มป่าแก่งกระจาน รวมถึงการจัดแสดงผลิตภัณฑ์รีไซเคิลจากชุมชนสะพานหินและชุมชนเจ้าพ่อเขาใหญ่
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมจิตอาสาเก็บขยะบริเวณชายหาด การร่อนทรายคัดแยกขยะขนาดเล็ก การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำและลูกกุ้งคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล ตลอดจนพิธีมอบเงินสนับสนุนแก่ชุมชนชายฝั่ง และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานที่ให้การสนับสนุนการจัดงาน
นายรุ่งโรจน์ กล่าวว่า วันทะเลโลกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้งในฐานะแหล่งอาหาร แหล่งท่องเที่ยว แหล่งพลังงาน และแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญของโลก
“ทะเลเป็นทรัพยากรที่มอบประโยชน์มหาศาลให้กับมนุษยชาติ การจัดงานวันทะเลโลกจึงเป็นการกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนร่วมกันดูแล ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างรู้คุณค่า เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และส่งต่อความอุดมสมบูรณ์ให้คนรุ่นต่อไป” นายรุ่งโรจน์กล่าว
สำหรับ “วันทะเลโลก” หรือ World Ocean Day มีจุดเริ่มต้นจากการประชุมสุดยอดโลกด้านสิ่งแวดล้อม (Earth Summit) ที่นครริโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล เมื่อปี พ.ศ.2535 โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต.


