สมุทรสงคราม - การแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ยังคงสร้างความกังวลให้กับชุมชนชายฝั่งและผู้ประกอบอาชีพประมงในหลายพื้นที่ สมุทรสงคราม ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่แรก ๆ ที่พบการแพร่กระจายของสัตว์น้ำต่างถิ่นชนิดนี้ ล่าสุดแกนนำเครือข่ายประชาคมคนรักแม่กลองออกมาเตือนถึงผลกระทบระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบนิเวศและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ หากไม่มีมาตรการจัดการอย่างจริงจัง
นายปัญญา โตกทอง แกนนำเครือข่ายประชาคมคนรักแม่กลอง ชาวตำบลแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา กล่าวว่า อาหารทะเลและสัตว์น้ำที่คนไทยบริโภคในปัจจุบันมาจาก 3 แหล่งสำคัญ ได้แก่ สัตว์น้ำจากธรรมชาติ สัตว์น้ำจากระบบเพาะเลี้ยงแบบอาศัยธรรมชาติ และระบบเพาะเลี้ยงแบบเข้มข้น แต่สิ่งที่น่ากังวลในขณะนี้คือการลดลงของทรัพยากรสัตว์น้ำธรรมชาติ อันเป็นผลจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ
นายปัญญา ระบุว่า ปลาหมอคางดำเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นที่มีความสามารถในการปรับตัวสูง ทนทานต่อสภาพแวดล้อม ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว และสามารถแข่งขันแย่งอาหารกับสัตว์น้ำพื้นถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสมดุลของระบบนิเวศในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยเฉพาะบริเวณป่าชายเลนซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนที่สำคัญของประเทศ
“ปลาหมอคางดำเปรียบเสมือนพายุร้ายเงียบของระบบนิเวศ เพราะแม้จะไม่ใช่สัตว์นักล่าขนาดใหญ่ แต่สามารถค่อย ๆ เข้ายึดครองแหล่งน้ำและลดจำนวนสัตว์น้ำพื้นถิ่นได้อย่างต่อเนื่อง” นายปัญญากล่าว
แกนนำเครือข่ายคนรักแม่กลองยังอธิบายว่า ป่าชายเลนเปรียบเสมือน “มดลูกของท้องทะเล” เนื่องจากเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกกุ้ง ลูกปู ลูกหอย และลูกปลาหลากหลายชนิด ก่อนจะเติบโตและออกสู่ทะเล หากปลาหมอคางดำเข้าครอบครองพื้นที่เหล่านี้ จำนวนสัตว์น้ำวัยอ่อนที่รอดชีวิตอาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารและทรัพยากรทางทะเลในอนาคต
นอกจากนี้ ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจฐานรากและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะชาวประมงพื้นบ้าน ผู้ประกอบการวังกุ้ง วังปลา และบ่อเพาะเลี้ยงแบบธรรมชาติ ที่อาจต้องเผชิญกับผลผลิตลดลง ขณะที่อาหารทะเลในท้องตลาดมีแนวโน้มราคาสูงขึ้น ส่งผลต่อการเข้าถึงแหล่งโปรตีนคุณภาพของประชาชน
นายปัญญา ย้ำว่า ความน่ากลัวของปลาหมอคางดำไม่ได้อยู่ที่ขนาดตัวหรือความดุร้าย แต่อยู่ที่ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนความหลากหลายทางชีวภาพลดลงโดยที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกต
“ธรรมชาติใช้เวลาหลายพันปีสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับแม่น้ำ ลำคลอง ป่าชายเลน และทะเลไทย แต่การทำลายอาจเกิดขึ้นได้ภายในเวลาไม่กี่สิบปี หากเราไม่เร่งปกป้องทรัพยากรเหล่านี้ วันนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ก่อนที่ลูกหลานในอนาคตจะต้องตั้งคำถามว่า กุ้ง หอย ปู ปลา ที่เคยอุดมสมบูรณ์ในบ้านเมืองของเรา หายไปไหนหมด” นายปัญญากล่าว


