xs
xsm
sm
md
lg

หากันให้วุ่น! แม่แจ้งตำรวจช่วยตามหาลูกสาววัย 13 ปีหายนาน 4 วัน สุดท้ายไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนต่างอำเภอ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวขอนแก่น - เจอแล้ว น้องสุ วัย 13 ปี เด็กนักเรียน ม.1 ที่หายตัวไม่กลับบ้านพร้อม จยย.ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมาจนแม่ต้องแจ้งตำรวจให้ช่วยตามหา เผยเจ้าตัวไปเที่ยวเล่นอยู่กับเพื่อนที่อำเภอน้ำพอง อ้างโทรศัพท์มือถือแบตเตอรี่หมดจึงไม่สามารถติดต่อแม่ได้ ด้านแม่ยอมรับที่ผ่านมามัวแต่ทำมาหากินไม่ค่อยมีเวลาใส่ใจลูก แต่ต่อไปจะติด GPS รถมอเตอร์ไซค์เอาไว้เช็กติดตามลูกสาว


จากกรณีนางสาวจันทรา พรหมหาญ ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.ณัฐกิตติ์ ดนัยฤทธิ์ชัยทัศ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อแจ้งความร้องทุกข์เด็กหญิงสุรีรัตน์ ทักเสนาะ (น้องสุ) บุตรสาว อายุ 13 ปี ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำเมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 13.00 น. โดยขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 (จำอักษรและหมายเลขทะเบียนไม่ได้) ออกจากที่พัก เบาะแสสุดท้ายบอกว่าจะเดินทางไปซื้อของที่จังหวัดมหาสารคาม

หลังรับเรื่องดังกล่าว วานนี้ (3 มิ.ย.) ตำรวจสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่นได้กระจายกำลังสืบหาข่าวกับเพื่อนๆ สนิทของเด็กหญิงสุ จนกระทั่งมีพยานระบุว่าพบเด็กหญิงสุในพื้นที่เมืองขอนแก่น จากนั้นได้ไปหาเพื่อนในพื้นที่ตำบลบ้านขาม อ.น้ำพอง จากนั้นจึงได้พาเพื่อนของเด็กหญิงสุไปยังบ้านเพื่อนที่อยู่ในอำเภอน้ำพอง จนกระทั่งได้ข้อมูลว่าเด็กหญิงสุไปหาเพื่อนที่อำเภอน้ำพองจริง ก่อนที่จะมีการนัดให้เพื่อนเด็กหญิงสุออกมาเจอที่สถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านโกทา ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น


โดยเด็กหญิงสุยังอยู่กับเพื่อนก่อนที่กลางดึกคืนที่ผ่านมาตำรวจได้นำตัวเด็กหญิงสุและเพื่อนรวม 8 คนมาสอบสวนเพิ่มเติม จึงทราบว่าในวันที่ 31 พ.ค. 69 เด็กหญิงสุได้ขอเงินแม่จำนวน 100 บาท เพื่อออกไปหาเพื่อนพร้อมทั้งขี่รถจักรยานยนต์ออกมา จนกระทั่งได้นำเงิน 100 บาทไปเติมน้ำมันและโทรศัพท์มือถือแบตเตอรี่หมดไม่สามารถหายืมชาร์จได้จึงทำให้ไม่สามารถติดต่อครอบครัวได้ และยังติดเพื่อนจึงทำให้ไม่ยอมติดต่อครอบครัว จนตำรวจสืบทราบก่อนจะนำมาสอบสวนเพิ่มเติม

ด้าน นางสาวจันทรา พรหมหาญ อายุ 37 ปี มารดาของเด็กหญิงสุ บอกว่า วันที่ 31 พ.ค. 69 ลูกสาวได้ขอเงินเพื่อออกไปซื้อขนม พร้อมขี่รถจักรยานยนต์ออกไป จากนั้นก็ไม่กลับบ้าน จนกระทั่งมาเจอตัวในวันนี้ ตลอดเวลาที่ลูกสาวหายตัวไปจากบ้านตนก็ออกตามหาทุกวันคิดว่าหากเงินหมดลูกสาวจะกลับบ้าน แต่สุดท้ายผ่านไป 3 วันก็ไม่กลับบ้าน จึงได้เข้าแจ้งความต่อตำรวจ


นางสาวจันทราเล่าว่า ที่ผ่านมาเคยมีช่วงหนึ่งที่ตนเดินทางกลับภาคใต้เป็นเวลา 3 เดือนเพื่อเฝ้าพ่อที่ป่วยโดยให้ลูกอยู่ที่ขอนแก่นกับยาย ทำให้ช่วงนั้นลูกสาวได้ไปหาเที่ยวกับเพื่อน จากนั้นเป็นต้นมา ลูกสาวก็มีนิสัยที่เปลี่ยนไป ตนเองก็ยอมรับว่าไม่ค่อยได้ใส่ใจลูกมากเท่าไหร่เพราะต้องวุ่นวายกับการทำขนมขาย หาเงินใช้จ่ายในครอบครัว


นางสาวจันทราบอกอีกว่า ดีใจมากที่เจอตัวลูกสาว แต่เมื่อพูดคุยกันน้องสุกลับมีท่าทีเฉยๆ ตนก็อดน้อยใจไม่ได้ ต่อไปจะติดตั้ง GPS รถจักรยานยนต์ รวมทั้งหาซื้อโทรศัพท์ที่สามารถระบุสถานที่ของโทรศัพท์ได้ เพื่อจะได้ง่ายต่อการติดตามตัวลูก น้องสุเป็นลูกคนเดียว หลังจากนี้หากน้องสุจะพักการเรียนสักเทอมตนก็ไม่ว่า จะให้มาช่วยทำขนม แล้วค่อยกลับไปเรียนใหม่ในภาคเรียนถัดไป