"จ่าคิงส์"พา"ทนายเจส" ร้องกองปราบช่วยตามจับ "โจรไอ้โม่ง" ย่องเข้าพูลวิลล่าหรูชลบุรีก่อนลักทรัพย์ 3 แสนบาทหนีหาย สุดช้ำตำรวจท้องที่ไม่เรียกพิสูจน์หลักฐานมาเก็บดีเอ็นเอ-รอยนิ้วมือ
วันนี้ (5 มิ.ย.) นายธมนันท์ แตงทิม หรือ จ่าคิงส์ สะพานใหม่ พา นายณัฐปกรณ์ สุดชา หรือ ทนายเจส พร้อมเพื่อนผู้เสียหาย ชาวสกลนคร เข้าร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปราม หลังได้ไปเที่ยวที่พูลวิลล่าหรูแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี แต่กลับถูกคนร้ายบุกเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในห้องพักกลางดึก มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท
นายภูริณัฐ บุญอยู่ หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เป็นวันหยุดยาวตนและเพื่อนรวม 14 คน ได้นัดกันไปเที่ยวที่พูลวิลล่าแห่งหนึ่งในพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี คืนแรกทุกอย่างปกติดี แต่คืนที่สองพวกตนและเพื่อนๆก็ได้ดื่มสุราสังสรรค์กันจนเริ่มเมาและกลับเข้าห้องพักทีละคน และตนก็กลับเข้าห้องพักเป็นคนสุดท้าย จนช่วงเช้ามืดของเข้าวันที่ 1 มิถุนายน เวลาประมาณ 04.50 น. กลับพบว่าทรัพย์สินภายในบ้านสูญหายไปจำนวนมาก ในส่วนของตนเป็นสร้อยข้อมือ 1 บาท,สร้อยคอทองคำ 2 บาท และสร้อยจี้ 1 สลึง ส่วนพวกเพื่อนก็จะเป็นพวกนาฬิกากับเงินสดรวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดประมาณ 300,000 บาท
นายภูริณัฐ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบภาพวงจรปิด พบคนร้ายเป็นชายสวมเสื้อดำ กางเกงขาสั้นสีดำ สวมไอ้โม่งสีดำปิดหน้าและสวมถุงมือ เดินย่องเข้ามาภายในพูลวิลล่าและนั่งรออยู่หลายนาทีอย่างใจเย็น เหมือนให้แน่ใจว่าทุกคนหลับ ก่อนไล่เปิดห้องทีละห้องเพื่อสังเกตว่า ทุกคนหลับสนิทจริง ๆ ก่อนเข้าไปเริ่มขโมยของทีละห้อง ขนาดห้องใหญ่ที่ผู้ชายนอนรวมกันถึง 4 คน คนร้ายรายนี้ยังไม่รู้สึกเกรงกลัวแอบย่องไปข้าง ๆ เตียงรื้อค้นสิ่งของโดยที่ทุกคนไม่รู้สึกตัว
ด้าน ทนายเจส ระบุว่า พฤติกรรมคนร้ายรายนี้คล้ายมืออาชีพ และยังมีรายงานว่าในพูลวิลล่าละแวกเดียวกันอย่างน้อย 2 หลังถูกก่อเหตุในคืนเดียวกัน ทำให้ตำรวจตั้งข้อสันนิษฐานว่าอาจเป็นคนร้ายรายเดียวกันที่ตระเวนลงมือ เพราะตอนที่ไปแจ้งความกับตำรวจ สภ. ห้วยใหญ่ เจ้าหน้าที่ที่รับแจ้งความถึงกับพูดว่า "เอาอีกแล้วเหรอ" เพราะก่อนหน้านี้ในพื้นที่เดียวกันช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก็มีการก่อเหตุในลักษณะเดียวกันทำให้เชื่อว่าน่าจะเป็นโจรคนเดียวกัน
"รู้สึกไม่สบายใจและตั้งข้อสังเกตว่า ตอนที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุแต่ไม่มีการเรียกพิสูจน์หลักฐานมาเก็บพยานหลักฐานต่าง ๆ เช่น DNA หรือ รอยนิ้วมือต่าง ๆ เพราะคนร้ายมีการหยิบน้ำส้มที่พวกผมดื่มเหลือไว้ไปดื่มกินอย่างสบายใจด้วยทำให้เชื่อว่าน่าจะมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์หลงเหลืออยู่ แต่ทางตำรวจกลับไม่เก็บหลักฐานส่วนนี้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด" ทนายเจส กล่าว
ทนายเจส กล่าวอีกว่า ขณะที่เจ้าของพูลวิลล่าเสนอเยียวยาเบื้องต้นเพียง 40,000 บาท ซึ่งไม่ครอบคลุมความเสียหายจริง ทำให้ผู้เสียหายในกลุ่มของตนเรียกร้อง อยากให้ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายโดยเร็ว เพราะเชื่อว่ายังอาจกลับมาก่อเหตุซ้ำในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง และต้องการให้เร่งคลี่คลายคดีเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในพื้นที่พัทยาต่อไป


